วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

DIY. กล่องของเล่นแมวแสนเพลินใจ


บรรดาสารพัดของของเล่นแมวเหมียวนั้น ต้องยอมรับกันว่านอกจากจะมีราคาที่แพงจนบางครั้งแตะไม่ค่อยจะลงแล้ว..(แต่ก็ยังมีบางคนใจอ่อนแอบแตะอยู่บ่อย ๆ 555+)..หลายพื้นที่ยังหาซื้อมาบำรุงบำเรอน้องแมวได้ยากพอดูอีกด้วยนะคะ

วันนี้บล็อกยัยกะทิฯ จะมาแนะนำวิธีทำของเล่นแมวง่ายๆ ด้วยวัสดุที่หาได้ไม่ยากเลยอีกสักหนึ่งชิ้นค่ะ เราจะทำกล่องของเล่นให้น้องแมวเราได้เพลิดเพลินเจริญใจกันนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว หลาย ๆ คนคงถึงกับร้อง อ๋อ..กันเลยทีเดียว :) งานนี้ใช้วัสดุอุปกรณ์นิดเดียวเท่านั้นเองค่ะ ได้แก่

  1. กล่องทัพเพอร์แวร์พลาสติกแบบมีฝาปิด 1 ใบ
  2. มีดคัตเตอร์,กรรไกรปลายแหลม
  3. ของเล่นแมวเหมียวหลายชนิด เช่น ลูกบอลพลาสติก,พู่พลาสติก,เศษผ้าหรือม้วนด้าย,ตุ๊กตาตัวที่แมวเราชอบเล่น เป็นต้น
เมื่อได้ของครบแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ


  1. เจาะรูกลมบนฝาทัพเพอร์แวร์พลาสติกขนาดเส้นผ้าศูนย์กลาง 2 นิ้ว จำนวน 3 รู ตามภาพตัวอย่าง ด้วยการใช้มีดคัตเตอร์และกรรไกรปลายแปลม (อาจตัดกระดาษเป็นรูปวงกลมก่อนเอาไปทาบบนฝากล่องทัพเพอร์แวร์แล้วใช้ปากกาเมจิกเขียนรอบแบบกระดาษไว้ก่อนเพื่อให้ได้รูกลมพอดี
  2. นำของเล่นต่าง ๆ ที่น้องแมวชอบใส่ลงไปในกล่องทัพเพอร์แวร์ แล้วนำเอาฝาที่เจาะรูไว้มาทำการปิดให้สนิท
  3. นำกล่องของเล่นไปให้น้องแมวของเราเล่น 
เพียงเท่านี้น้องแมวของเราก็จะเพลิดเพลินกับการพยายามเขี่ยบรรดาของเล่นสุดโปรดออกมาจากกล่องทัพเพอร์แวร์แล้วล่ะนะคะ ถือเป็นงาน DIY. ง่าย ๆ ที่ทำแล้วได้ใจทั้งเหมียวทั้งนายกันเลยทีเดียวค่ะ :)





ภาพประกอบจาก hauspanther.com

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

DIY. ทำ cat tree ไว้ให้เหมียว ๆ เล่นกันเถอะ


ช่วงนี้แอดมินไม่ค่อยได้เขียนไดอารี่สองแสบเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ไปเมาทำงานค่ะ โอ่กกก... หึหึ T^T วันนี้กำลังค้นหาข้อมูลอะไรอ่านไปเรื่อย ๆ ก็เลยไปเจ๊อะเอางาน DIY. ที่น่าทำตามม๊ากก..ม๊ากกก..สำหรับแมวเหมียวเข้าให้ นั่นก็คือ การหยิบเอาต้นไม้ขนาดเล็กที่โค่นแล้วมาใช้ทำเป็นที่ปีนเล่นสำหรับลูกสมุนที่บ้านของเรากันน่ะนะคะ


เห็นภาพตัวอย่างแล้ว เลิฟเลย ♥♥♥ และหลาย ๆ คนก็คงจะพอนึกวิธีทำออกฮ่ะ แต่ก่อนอื่น เราต้องมาจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานนี้กันก่อนซึ่งก็ได้แก่

  1. ต้นไม้ขนาดเล็ก ควรเลือกแบบมีกิ่งก้านสาขาพอสมควรนะคะ ความสูงก็ควรจะอยู่ราว ๆ สัก 1.5-2 เมตรค่ะ
  2. ใบไม้ปลอมชนิดผ้า
  3. เชือกมะนิลาขนาด 4 มม. 1 ลูก 
  4. ปืนกา่วร้อน
  5. มีดคัตเตอร์,เลื่อยสำหรับเลื่อยไม้ (ใช้เลื่อยตัดเหล็กก็พอทดแทนได้ค่ะ)
เมื่อพร้อมแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ


วิธีทำก็ไม่ยากค่ะ ก่อนอื่นให้เพื่อน ๆ นำเอาต้นไม้ที่ได้มา มาทำการริดใบและกิ่งย่อยเล็ก ๆ ออกให้หมด จากนั้นลอกเปลือกต้นไม้ออกให้เกลี้ยง(หากมี) แล้วนำเอาเชือกมะนิลามาทำการพันรอบต้น,รอบกิ่งเป็นระยะ ๆ ยึดเชือกให้แน่นด้วยปืนกาวร้อน


ตกแต่งด้านบนสุดของต้นไม้ด้วยใบไม้ปลอมชนิดผ้า จากนั้นจึงนำไปตั้งหรือยึดไว้บนพื้นให้แน่นหนา เพื่อให้เหมียว ๆ ใช้ปีนป่ายเพิ่มความสนุกภายในบ้านได้เลยค่ะ (แอดมินแนะนำว่า หากหาวิธีตั้งไม้ได้ ให้หล่อปูนซีเมนต์ใส่ถังอลูมิเนียมให้มีน้ำหนักหน่อยแล้วตั้ง cat tree นี้ลงไป เพื่อใช้เป็นฐานค่ะ) ว่าแล้วแอดมินก็ขอตัวไปเสาะหาต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ แบบนี้มาทำให้สองแสบปีนเล่นกันบ้างก่อนนะคะ อิอิ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ



ขอบคุณไอเดียดและภาพประกอบจาก hauspanther.com

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

แมวตัวผู้เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์


แอดมินอยากเลี้ยงแมวตัวผู้ฮ่ะ แหะ ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วแมวตัวผู้มันจะมีโครงร่างที่ใหญ่ ดังนั้นเวลาที่เรานำแมวไปทำหมัน แมวตัวผู้ก็อาจจะกลายร่างเป็นหมูตัวผู้ ซึ่งแน่นอนว่าคงจะอวบอ้วนน่ากอดเอามั่ก ๆ แต่ก็นั่นแหละเนอะ การอวบอ้วนหลังการทำหมันนั้น ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่เฉพาะแมวตัวผู้เสมอไป ดูตัวอย่างง่าย ๆ ก็จากยัยหมูกะทินี่ล่ะ


เมื่อตอนที่แล้วแอดมินเอาข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการ ติดสัด ของ แมวตัวเมีย มาฝากกันไปแล้วน่ะนะคะ หลาย ๆ คนคงจะมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ถึงรอบวงจรการเจริญพันธุ์ในแมวตัวเมีย แล้วก็คงเกิดคำถามตามมาว่า แล้วถ้าเป็น แมวตัวผู้ ล่ะ จะเกิดอาการติดสัดแบบแมวตัวเมียด้วยหรือไม่

เท่าที่ค้นคว้าหาข้อมูลมา เราไม่เรียกฤดูการผสมพันธุ์ของแมวตัวผู้ว่าเป็นอาการติดสัดน่ะนะคะ แต่เราจะถือว่าเป็นอาการตอบสนองต่อการติดสัดของแมวเพศเมียมากกว่า(บางคนเรียกว่าอาการหง่าว..) ดังนั้น หากในละแมวในละแวกบ้านเรามีแมวตัวเมียเยอะ และทะยอยกันมีอาการติดสัดอยู่เรื่อย ๆ แมวตัวผู้ก็จะตอบสนองต่ออาการติดสัดนี้เมื่อได้กลิ่นแมวตัวเมียได้เรื่อย ๆ ด้วยการหนีเที่ยวไปติดสาวไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง

แล้วแมวตัวผู้จะพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์เมื่อไหร่ล่ะ..จริง ๆ แล้วเมื่อแมวตัวผู้อายุสักราว ๆ 8-9 เดือนก็จะเริ่มมีอาการกระตือรือล้นสำหรับการผสมพันธุ์แล้วค่ะ แต่หากเราปล่อยให้แมวอายุเท่านี้ได้ผสมพันธุ์ข้อมูลบางแห่งบอกว่า อาจจะทำให้แมวของเรามีการเจริญเติบโตที่ชะงักงัน ร่างกายทรุดโทรม เมื่อได้ลูกแมวก็จะเป็นลูกแมวที่อ่อนแอ ดังนั้นอายุที่เหมาะสำหรับการผสมพันธุ์ในแมวตัวผู้ก็คือ 1 ปี 8 เดือนค่ะ โดยให้สังเกตว่าลูกอัณฑะจะลงไปอยู่ในถุงอย่างสมบูรณ์ชัดเจน และอวัยวะเพศผู้ก็จะอยู่ในเปลือกหุ้มที่สะอาดไม่มีเลือดหรือหนองให้เห็นน่ะนะคะ แต่หากเราไม่ต้องการให้แมวตัวผู้ของเราไปผสมกับแมวตัวเมีย หรือไม่ให้แมวตัวผู้เกิดอาการหง่าว เมื่อถึงฤดูติดสัดของแมวตัวเมีย ก็สามารถคุมกำเนิดด้วยการ ทำหมันแมวตัวผู้ ได้ค่ะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai






วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การติดสัดในแมวเพศเมีย


สัตว์เลี้ยงแสนรักของคนเราที่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง ก็เห็นจะมีอยู่สองประเภทใหญ่ ๆ ก็คือ เจ้าน้องหมากับน้องแมวนี่แหละฮ่ะ ซึ่งสัตว์ทั้งสองประเภทนี้ เมื่อโตและย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว ก็จะมีระยะเวลาที่เราเรียกกันว่า อาการ "ติดสัด" ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกว่า หมาแมวของเราพร้อมผสมพันธุ์ พร้อมให้กำเนิดตูบน้อยมิ้วน้อย ซึ่งหากใครไม่อยากได้สมาชิกภายในครอบครัวเพิ่ม ก็คงต้องคิดอ่านหาวิธีคุมกำเนิดกันไป ไม่ว่าจะเป็นการฉีดยาคุมกำเนิดให้ หรือพาไปทำหมันถาวร ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นนั้น วันนี้อิชั้นจะนำข้อมูลของการติดสัดในน้องแมวมาฝากกันสักเล็กน้อยนะคะ


เมื่อหลายวันก่อนนั้น อิชั้นได้เล่าไปแล้ว ถึงเรื่องที่ยัยโกกิเริ่มโตเป็นสาว และมีอาการติดสัดครั้งแรกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นร้องหง่าวหาคู่เกือบตลอดเวลา กินเก่งขึ้น อ้อนเก่งขึ้น ชอบเอาตัวไปถูไถพื้นหรือแม้แต่อ้อนอิชั้น พอเกาสะโพกให้ก็ยกตรูดเบี่ยงหางพร้อมเหมือนแมวที่ต้องการการผสมพันธุ์ทั่วไป ซึ่งวันนี้เราจะมาดูระยะเวลาของการติดสัดแต่ละรอบของเจ้าเหมียวของเรากันนะคะ โดยเราจะเริ่มจากการติดสัดในแมวตัวเมียกันก่อนเลย อ่ะ..เรามาดูวงจรการเป็นสัดของแมวตัวเมียกันค่ะ

วงจรการเป็นสัดของแมวตัวเมียในแต่ละรอบนั้น แบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้

1. ระยะ Proestrous ระยะนี้จะกินเวลาประมาณ 1-2 วันฮ่ะ ซึ่งระยะนี้แมวจะมีอาการของการติดสัดเบื้องต้น คือมีอาการร้องหง่าวเสียงดัง ถูไถตัวตามพื้นหรือที่ต่าง ๆ เมื่อเวลาเราเกาก้นก็จะยกสะัโพกให้ ซึ่งระยะนี้แมวตัวเมียจะยังไม่ให้แมวตัวผู้ผสมพันธุ์นะคะ

2. Estrous ระยะการเป็นสัดอย่างแท้จริง ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 6-7 วันค่ะ ระยะนี้แมวตัวเมียก็จะยอมให้ผสมพันธุ์แล้ว ซึ่งหากได้รับการผสมพันธุ์จากตัวผู้ โอกา่สที่แมวตัวเมียจะท้องก็มีสูงมากทีเดียวค่ะ

3. Diestrous ระยะนี้เราเรียกกันว่า ระยะไข่ตกฮ่ะ ซึ่งจริง ๆ ระยะนี้หากแมวได้รับการผสมพันธุ์แล้วท้องก็จะกินเวลาประมาณ 60 วัน แต่หากไม่ได้ืืท้อง ก็จะกินเวลาเพียง 35-40 วัน

4. Interestrous ช่วงนี้เราเรียกว่าเป็นระยะไข่ไม่ตกฮ่ะ ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 3-16 วัน จากนั้นแมวก็จะเข้าสู่สภาวะการติดสัดอีกรอบ

5. Anestrous เมื่อเข้าสู่ระยะนี้ เราจะเรีียกว่า ระยะพักตัวของระบบสืบพันธุ์ฮ่ะ โดยจะกินเวลาประมาณ 5-10 วันในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศเหมาะสม (อากาศอบอุ่น,แสงเพียงพอ) แต่หากเป็นเมืองนอกที่มีภุมิอากาศแบบหนาวเย็น ไม่คอ่ยมีแสงแดด ก็อาจกินเวลาหลายเดือนก็ได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงเกิดอาการ "ยืนงงในดงแมว" 555+ เอาเป็นว่าสรุปให้ฟังสั้น ๆ พอเข้าใจนิดนึงก็ละกันเนอะ นั่นก็คือ หากแมวตัวเมียของเราเกิดอาการหง่าวแล้วไม่ได้ผสมพันธุ์ อาการหง่าวนั้นก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก สั้นที่สุดคือ 3 วัน ยาวที่สุดก็คือหลายเดือน

หากแมวตัวเมียของเราหง่าวแล้วโดนผสม แล้วเกิดอาการตั้งท้อง คลอดลูก แมวตัวเมียก็สามารถกลับมาหง่าวได้อีกภายใน 3 วัน หรือหลายเดือน (ฮ่วย)

หรือกรณีแมวตัวเมียของเราหง่าวแล้วโดนผสมแต่ไม่ท้อง ก็สามารถกลับมาติดสัดได้อีกภายใน 1-2 เดือน หรืออาจจะหลายเดือน

ดังนั้นหากเราไม่ต้องการลูกแมวตัวเล็ก ๆ เอาไว้เลี้ยงดูฟูมฟัก หรือไม่ต้องการเพิ่มจำนวนสมาชิกเหมียว ๆ ภายในบ้านก็ควรพาน้องแมวไปทำหมันซะนะคะ ซึ่งข้อนี้อิชั้นซาบซึ้งดีฮ่ะ.. T^T แล้วก็กำลังรอให้ยัยโกกิหายหง่าวซะก่อนถึงจะพาไป

ก็หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับคนรักแมวบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ




เรียบเรีัยงข้อมูลจาก rakmaw.com