แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่คนรักแมว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่คนรักแมว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนมปังเดอะซีรี่ย์ ตอนที่ 5


"ไม่เอาของแถมได้มั้ย" T^T

ขออิชั้นใส่จุดไข่ปลายาวสามกิโลเมตรในบล็อกได้มั้ยเค๊อะ หึหึ..เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนเมื่อพูดถึงของแถม ก็มักจะบอกว่า ดีจะตาย..ซื้อไรก็ได้แถมดั้ว แต่กรณีถ้าเป็นแมวแบบที่อิชั้นเจอนี่ล่ะ อยากได้ของแถมกันม๊ายยยย....

.......

สองอาทิตย์ผ่านไปไวซื่อ ๆ ฮ่ะ

หลังจากที่อิชั้นเพียรพยายามเอาอาหารเปียก,อาหารเม็ด ไปล่อไอ้เจ้าหนมปังให้ออกมาจากใต้อ่างซิงค์หลังบ้านน้องสาวทุกวัน ซึ่งแน่นอน เหตุการณ์เหล่านั้นก็มักจะมีตัวเจือกสีเหลือง ๆ มาคอยแจมกินด้วยตลอด


จิ้มยื่นให้ไอ้ตัวเล็กที..ไอ้ตัวใหญ่ก็ร้อง..ม๊าวววว..ที สรุปก็คือ อาหารซองหนึ่งซอง แบ่งเป็นของน้องซะครึ่งของไอ้พี่ตัวเหลืองซะครึ่ง..

แต่อิชั้นหารู้ไม่ว่าท่าทีอันแสนจะเป็นมิตรของไอ้เจ้าแมวเหลือง มันทำให้เจ้าหนมปังรู้สึกวางใจในตัวอิ่เจ๊มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดในเช้าวันหนึ่ง อยู่ดี ๆ ไอ้เด็กกิ๊กก๊อกก็ค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากใต้อ่างล้างจานด้วยท่าทางกลัวๆ กล้าๆ


"ไง....." อิ่เจ๊พยายาทอดน้ำเสียงนุ่ม ๆ ถนัดนักล่ะไอ้เรื่องหลอกเด็กนี่ "..ออกมาแล้วเหรอลูก มาๆ ไม่ต้องกลัว มากินข้าวกันก่อนเร้ว เดี๋ยวเจ๊จะไปทำงานแล้ว"


ขณะที่ไอ้ตัวเล็กโผล่หัวมากลางแจ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ไอ้เหลืองก็เปิดเกมรุก !! สีตรูดอิชั้นหนักข้อขึ้น (บ๊ะ !!??) ...แน่นอนว่าอิชั้นต้องคอยดันมันออกไปไกล ๆ ตัวตลอด ไม่ใช่รังเกียจรังงอนหรอกฮ่ะ ช่วงนั้นก็แอบเอ็นดูมันขึ้นมามั่งแระ ก็อย่างว่า น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อนๆ..ของเจ๊จะทนได้ยังงาย)..แต่เรื่องของเรื่องคือ กลัวมันตบไอ้หนมปังนี่ล่ะ


สงสัยไอ้เด็กตะหมูกดำมันคงคิดว่า..ขนาดไอ้เหลืองตัวโตกว่ามันตั้ง 3 เท่า ยังวางใจอิ่เจ๊เลย ไหนลองออกไปมั่งสิ เจ๊คงไม่จับมันไปกินหรอกมั๊ง..

ระหว่างนั้นไอ้เหลืองก็ยังพยายามทำคะแนนกับอิ่เจ๊ฮ่ะ..นอกจากจะพยายามยึดคืนพื้นที่แถวบริเวณตรูดแล้ว มันยังพยายามยื่นมือมาตบไอ้หนมปังทุกครั้งที่หนมปังเข้าใกล้ แต่ดูเหมือนหนมปังมันจะเป็นเด็กขาดแม่..ที่พยายามยึดแมวตัวโตกว่าตัวนี้เป็นสรณะ เพราะแม้ว่าไอ้เจ้าเหลืองจะพยายามแยกเขี้ยวยิงฟันให้อย่างไร หนมปังก็ยังเดินย่อง ๆ หน้าจ๋อย ๆ เข้าหาอยู่เรื่อยๆ...

"เฮ้ย..เหลือง อย่าตบน้องสิ" อิ่ชั้นปรามไอ้แมวใหญ่ตลอด ๆ ขณะเดียวกันก็พยายามจะไม่ทำให้ไอ้แมวเล็กตกใจ เดี๋ยวมันจะวิ่งหนีหายไปซะอีก

โชคเข้าข้างหรือเพราะความตั้งใจจริงของอิ่เจ๊เป็นผลก็ไม่รู้อ่ะนะคะ เพราะวันถัดมา เมื่ออิ่ชั้นลงไปเรียกหา เจ้าหนมปังมันก็ยอมโผล่หน้าจ๋อยๆ ซี่โครงเล็กๆ เดินกระย่องกระแย่งด้วยความเร็วประมาณทากคลานออกมาจากที่ซ่อน


ดมนิ้วกันนิดหน่อย คงพยายามพิสูจน์กลิ่นเหม็ดบูดของคนที่ยังไม่ได้อาบน้ำ..5555+


ไง...เป็นเด็กจร อดมื้อกินมื้อ ทนหนาวทนเปียกฝน พอรึยังลูก..


มาอยู่กับเจ๊เอามั้ย....บ้านเจ๊อบอุ่นนะ มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีกอดให้ทุกวัน หนูจะได้ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ โดนแมวตัวอื่นไล่กัด ไล่รังแกบ่อยๆ ไง


 ไหนดูสิ...ต้องพาไปเสริมดั้งก่อนเข้าบ้าน AF มั้ย..คริ คริ


ห้านาทีถัดจากนั้น เราก็รักกันค่ะ 5555

หลายคนมีคำถาม....แล้ว "ไอ้เหลือง" ล่ะ แล้วกลับมาดูวิวัฒนาการของเจ้าสองเสือคู่นี้กันใหม่ในตอนหน้านะคะ

...............

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หนมปังเดอะซีรี่ย์ ตอนที่ 4


มัวแต่วุ่นวายกับงานการจนไม่ได้เขียนไดอารี่แมวเหมียวซะร่วมสองเดือนเลย ชีวิตไหงมันรันทดขนาดนี้ 555 เอาเนาะ มีงานก็ทำกันไป ยังไงซะบ่นว่างานแยะก็ดีกว่าบ่นว่าตกงานล่ะน่ะ

..........

ช่วงที่อิ่เจ๊พยายามผูกมิตรกับไอ้เด็กตะหมูกดำที่ระหกระเหเร่ร่อนมาจ๊ะเอ๋กันในวันหนึ่งเข้า เป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนค่อนข้างมากเลยแหละฮ่ะ

อาจจะเป็นเพราะว่าเจ้า "หนมปัง" เป็นแมวเด็กที่ไม่เคยถูกต้อนรับมาก่อน และคงจะถูกไล่ตีไล่แห่มาจากที่ไหน ๆ ทำให้ความไว้วางใจในตัวมนุษย์อยู่ในระดับที่ต่ำถึงต่ำมาก

ช่วงอาทิตย์แรกที่อิ่เจ๊พยายามเอาอาหารไปประเคนให้ ไอ้เด็กหยองกร็อดตัวนี้ก็ไม่ค่อยจะยอมออกมาให้เห็นตัวเต็มๆ หรอกนะคะ ได้แต่คุดคู้อยู่ใต้กล่องกระดาษมั่ง ใต้ซอกหลืบโต๊ะม้าหินอ่อนเก่าๆมั่ง ใต้ซิงค์อ่างล้างจานหลังบ้านน้องสาวมั่ง แต่อิ่เจ๊ก็เพียรพยามที่จะทำให้มันอิ่มท้อง ไม่หิวไม่โหยอย่างเต็มที่ จนกระทั่งช่วงหลัง ๆ ดูเหมือนมันจะตื่นกลัวอิ่เจ๊น้อยลงแต่ก็ยังไม่ยอมออกมาให้จับหรือสัมผัสตัวอยู่ดี


หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป..เหตุการณ์พลิกผันก็เกิดขึ้นฮ่ะ

เช้าวันนึง..หลังฝนตกเพิ่งหยุดหมาด ๆ อิ่เจ๊ก็ได้เวลาเทอาหารเปียกแล้วจะเอาลงไปให้ไอ้เจ้าตัวเล็ก พอโผล่หน้าออกจากประตูหลังบ้าน ก็ได้ยินเสียงร้อง ม๊าวววว....โหยหวนของแมวใหญ่ตัวนึงเข้า

ด้วยความที่ช่วงหลังๆ เรด้าจับสัญญาณแมวเริ่มทำงานดีขึ้น (คือแทบจะเห็นแมวทุกตัวที่สิงอยู่ตามส่วนต่างๆ ของโลก) อิ่เจ๊ก็บังเอิ้นนน..เห็นไอ้เจ้าแมวใหญ่ตัวสีส้ม ๆ ปีน ๆ หาทางออกจากลูกกรงเหล็กหลังบ้านน้องสาวเข้าให้

"ไงแก..เข้าไปได้ยังไงล่ะนั่น แล้วนี่จะออกได้รึเปล่าเนี่ย"

"ม๊าววววว...." มันร้องตอบฮ่ะ คงนึกแปลกใจอยู่หน่อยๆ ล่ะมั๊ง ว่าร้อยวันพันปีไม่เคยมีมนุษย์คนไหนแวะคุยด้วย แล้วยัยตัวเล็กนี่มันเป็นใคร..ถึงได้แวะถามไถ่กันแบบนี้

"หิวป่าวล่ะ...." อิ่เจ๊ลังเลที่จะเดินต่อ.....ในมือก็ถือถ้วยอาหารเปียกอยู่ (ช่วงนั้นยังไม่มีอาหารแมวเป็นกิจจะลักษณะ มีแต่อาหารเปียกของน้องหมา จริงๆ ก็ของพี่ครีมนั่นล่ะ แฮ้ปมาเฉพาะกิจก่อน) ก็เลยลองใช้ตะเกียบจิ้มอาหารหมายื่นให้ไอ้เจ้าแมวเหลืองดูสักชิ้นดิ๊..ว่ามันจะกินมั้ย

โฮ๊ะ...ไวยังกะงูฉกอ่ะ ไอ้ตัวเหลืองฉกอาหารแมวอย่างว่อง ท่าทางคงจะหิวมาก

แต่อิ่เจ๊หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้น ทำให้เกิด "ภาระข้อผูกพัน" บางอย่างระหว่างคนกับแมวอ่ะ เพราะพออาหารชิ้นนั้นหลุดเข้าปากไอ้ดอกขจร มันก็เหมือนอิ่ชั้นทำสัญญารับรักมันอย่างไม่ตั้งใจไปครึ่งตัวละ !!

"ม๊าวววววววววววว...." ไอ้เหลืองดิ้นรนพยายามจะออกมาหาอิ่เจ๊ให้ได้ ท่าทางจะเป็นแมวตัวผู้แฮะ เพราะแม้จะผอมจนกระดูกซี่โครงหลังขึ้น แต่ขาก็ใหญ่ ไข่ก็โต เอ๊ย..อิ่ตอนนั้นยังไม่ได้สังเกตไข่ 555 แต่ค่อนข้างแน่ใจล่ะ ว่ามันเป็นตัวผู้

ประเด็นก็คือ...อิชั้นไม่ได้คิดจะเอาอาหารมาให้มันนะเค๊อะ แต่จะเอามาให้ไอ้หนมปังต่างหาก


"ม๊าวววว..." ที่สุดมันก็ออกมาจนได้ แล้วก็รีบรี่เอาตัวมาถู มาไถ คือทำทุกอย่างเพื่อที่จะทิ้ง "กลิ่น" ของความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวอิชั้นให้มากที่สุด

"อะไรของแกเนี่ย......." อิ่เจ๊พยายามผลักมันออกไปซ้ำแล้วซ้ำอีก..ไรวะ..จู่ ๆ ก็จะมาจับจองกันง่ายๆ ซะงั้น

"ม๊าววววว...." น้ำเสียงออดอ้อน ออเซาะ เจ้าเหลืองพยายามทุกวิถีทางที่จะได้แหล่กอาหารเปียกที่อิชั้นถือไว้ในมือ

อิชั้นหน้านิ่วคิ้วขมวด ขำก็ขำ รำคาญมันก็รำคาญ กลัวว่ามันจะกัดไอ้เจ้าหนมปังด้วย เพราะตอนนี้ไอ้แมวกิ๊กก๊อกตัวน้อย มันคลานกระดุ้บ ๆ มารออาหารเปียกอยู่ใต้อ่างล้างจานแล้ว


"เอ้า ๆ ให้แกด้วยก็ได้ แต่อย่ากัดน้องนะเฟร้ย" อิชั้นจิ้มอาหารเปียกให้มันสลับกับการจิ้มส่งให้ไอ้เจ้าหนมปังที่นั่งคุดคู้เป็นอึ่งอ่างอยู่ใต้อ่างซิงค์ทีละชิ้น

....นับตั้งแต่วันนั้น ผ่านมาอีกหลายวัน...อิชั้นก็ไม่เคยหลบเลี่ยงการเรียกค่าคุ้มครองจากไอ้เหลืองได้เลย T^T

.................




วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

หนมปังเดอะซีรี่ย์ ตอนที่ 3


เกือบจะเป็นไดอารี่รายปีละ 555+ จำไม่ได้ว่าเขียนไดอารี่ในบล็อกนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าท้าวความเดิมจากตอนที่แล้วสักเล็กน้อยละกันเนอะ

ตอนที่แล้วอิชั้นเล่าให้ฟังนิดนึงแล้วฮ่ะ ว่าจู่ ก็มีอิ่แมวเด็กหน้าแปลกที่หลงขึ้นมาอยู่บนชั้นสองของบ้านโดยไม่ได้เชื้อเชิญ แถมยังเที่ยวเล่นซ่อนแอบตรงโน้นตรงนี้ให้อิ่เจ๊ตื่นเต้นเล่นเป็นพัก ๆ เป็นแบบนี้อยู่สักราวๆ 3-4 วันได้น่ะนะคะ

จู่ๆ มาวันนึง หลังจากออกจากที่ซ่อนสุดท้ายก็คือ ตู้เสื้อผ้าเก่าที่ไม่ได้ใช้อะไรแล้วไปอย่างถาวร อิชั้นก็บังเอิ้นนนน..เห็นแมวลูกแมวฝูงนึงกับแม่แมวสีดำนั่งงอก่องอขิงตากแดดอยู่ที่บนโต๊ะม้านั่งหินอ่อนตัวเก่าหลังบ้านเข้าให้อ่ะ

เล็งจากระยะไกลซึ่งอิชั้นยืนอยู่แล้ว (อิ่ตอนนั้นกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่บนระเบียงชั้นสอง) แม่แมวดำตัวนี้ก็คงจะถูกจับมาปล่อยพร้อมเด็ก ๆ ทั้งพรวน นับหัวหลิม ๆ เล็ก ๆ ที่ผลุบเข้าผลุบออกหลังบ้านน้องสาวได้ทั้งสิ้น ลูกแมวก็คงจะมี 4 ตัว รวมแม่แมวด้วยเป็นห้า..แหม..ช่างเป็นครอบครัวใหญ่ได้ใจเอาซะจริงๆ


หะแรกอิชั้นก็ยังมองหาไอ้เจ้าเด็ก "หนมปัง" อยู่ฮ่ะ คือ...แน่ใจมาก ๆ ว่ามันคงจะเป็นหนึ่งในลูกแมวหัวหลิมพวกนี้ แต่มองยังไงก็ไม่เห็น โน่นแน่ะ ล่วงเข้าวันต่อมานั่นล่ะ อิ่เด็กหนมปังถึงออกมานั่งกระดูกโปนอยู่กับแม่

"หนมปัง..." อิชั้นลองเรียกดูจากบนระเบียงชั้นสอง ได้ผลฮ่ะ ไอ้เด็กหน้าดุตวัดสายตาบอกบุญไม่รับจิกขึ้นมาถึงบนระเบียงบ้านนี่



เออเว้ย..นี่แสดงว่าไอ้ที่มันหายไปช่วงหลายวันที่ผ่านมานี่ แสดงว่ามันลงไปอยู่กับแม่แล้วก็พี่ๆ น้องๆ มันสินะ ว่าแต่..มันมีอะไรกินรึเปล่าเนี่ย

แน๊..ยังอุตส่าห์เป็นห่วงมันอีก..

ที่สุดอิ่เจ๊ก็ต้องลากสังขาร หัวฟูๆ ในชุดนอน หอบเอาถ้วยอาหารเปียกของพี่ครีม (พี่หมาที่บ้าน) ลงไปที่พงหญ้าอีกจนได้

"ปัง..หิวป่าว กินข้าวกันมั้ย" ยังไม่ทันจะถึงตัวเลยฮ่ะ แค่ส่งเสียงกับลากประตูแกร๊ก ๆ ออกไป แม่แมวกับลูกแมวทั้งสี่ก็เผ่นแน่บ...

เหลืออิ่เจ๊ยืนหัวโด่ มือนึงถือถ้วยอาหารหมา อีกมือนึงชูตะเกียบสำหรับจิ้มอาหารเปียก(เผื่อมันไม่ยอมออกมากิน) ท่ามกลางเสียงหริ่งหรีดเรไรอ๊อดแอ๊ดดด อี๊ดอ๊าดดด..พงหญ้าและเศษขยะหลังบ้าน (โรแมนติคโพดๆ)


เป็นภาพที่น่าดูซะจริงๆ (ช่างกลมกลืนกับโลเคชั่น... !!) T^T

อดทนยืนอยู่สักพัก ขณะที่สายตาสอดส่ายหาหมู่แมวไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เห็นหูลายๆ จิ๋ว ๆ ของแมวเด็กตัวนึงในรั้วเหล็กหลังบ้านน้องสาวเข้าให้

....ฮั่นแน่ะ !!...

อิ่เจ๊เดินไปชะโงกดู..


.....แฟร่รรรรร....อิ่แมวเด็กกระดูกโปนร้องทักทาย (ทักทายแน่เหร่อะ...555+??!!)

"อยู่นี่เอง..หิวมั้ยลูก..." อิชั้นเอาน้ำเย็นเข้าลูบ "..มา ๆ ออกมากินข้าวก่อนมา เจ๊มีอาหารเปียกของพี่ครีมมาให้"

....แฟร่รรรรรรรรรร....งื่ออออออ..........เสียงขู่มุมต่ำยังคงดังลอดออกมาจากกองกล่องกระดาษที่มีแมวเด็กตัวนึงหลบอยู่

เอาล่ะ เมื่อไม่ยอมออกมาก็ไม่เป็นไร..อิ่เจ๊คิดว่ามันคงจะกลัวแหละ ก็เลยวางถ้วยอาหารเปียกพี่ครีมไว้ให้ไอ้เด็กจมูกดำเห็น

"เจ๊วางถ้วยอาหารไว้ตรงนี้นะ ออกมากินนะลูก จะได้ไม่หิว"

ว่าแล้วก็วางลงตรงช่องว่างข้างหน้า แล้วก็ค่อย ๆ ถอยหลบมาแอบมองอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกองเศษไม้

ได้ผลฮ่ะ ไม่ถึงห้านาทีถัดมา อิ่หนมปังก็ค่อย ๆ คืบคลานออกมากินอาหาร (นี่แกเป็นหนอนชาเขียวเหรอยะ)


ทำตัวเป็นสาวซุ่มโป่ง ภารกิจส่องแมวกินข้าว..ฟามสามารถเท่านี้พอจะสมัครเป็นช่างภาพชีวิตสัตว์ป่าเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิคได้มั้ยฮะ ??



ในตอนหน้าเรามาดูวิธีผูกมิตรกับแมวเด็กของอิ่เจ๊กันนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ



วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เจ้าหนมปัง ตอน เดี๋ยวก็ผลุบ เดี๋ยวก็โผล่


หลังจากที่ปล่อยไอ้เด็กตัวเหี่ยวไว้ที่ระเบียงหลังบ้าน โดยทิ้งสเบียงไว้ให้นิดหน่อย เผื่อว่ามันจะกล้าออกมากิน อิชั้นก็แว่บออกไปทำงานฮ่ะ แต่ก่อนหน้านั้นก็มีแวะบอกกล่าวคุณนายของบ้านไว้หน่อยนึง ว่ามีแมวหลงมาอยู่ข้างบนตัวนึงนะ เพราะคิดว่าให้คุณนายรับรู้ไว้หน่อย เผื่อจะได้กักตัวพี่ครีมเอาไว้ข้างล่าง ไม่ขึ้นมาไล่ฟัดแมวข้างบนเข้าให้


แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นฮ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณนายแม่ไม่อยากให้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวอยู่บนบ้าน หรือเป็นเพราะอิชั้นเปิดประตูระเบียงทิ้งไว้กันแน่ เพราะพอกลับมาจากที่ทำงาน..อิ่เด็กหลงแม่ก็หายตัวไปซะแระ...

เอาเถอะ..นาทีนั้นอิชั้นคิดว่า ก็ดีแล้ว...บางทีมันอาจจะแค่หนีแม่ออกมาเที่ยวแล้วหาทางลงจากชั้นบนบ้านของอิชั้้นไม่เจอ ในเมื่อมันหาทางลงเองได้แล้ว ก็แล้วกันไปเต๊อะ..


อิ่เด็กเหี่ยวสีเปรอะหายหน้าไปสองวันฮ่ะ...ค่ำคืนนึง ช่วงที่อิชั้นนั่งส่องเฟสชาวบ้านอยู่อย่างเมามัน จู่ ๆ หางตาก็เห็นตัวอะไรย่องตะคุ่ม ๆ มาจากใต้ตู้เสื้อผ้าด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

"เฮ่ย...." อิชั้นอุทานอยู่ในใจ นึกว่าตัวเองตาฝาด...

...ไอ้เด็กหลงแม่ตัวนั้นนี่นา...

ป๊าดดด..อิชั้นเผลอยิ้มที่มุมปาก นึกว่ามันเหาะระเห็จลงจากชั้นบนบ้านไปเรียบร้อยไปตั้งแต่เมื่อสองวันที่แล้วละ นี่แสดงว่ามันแค่ย้ายที่ซ่อนอย่างงั้นเหรอ

ไอ้เด็กซี่โครงบานเงยหน้าขึ้นสบตาอิชั้น แล้วก็ค่อย ๆ กรอเทปกลับ..หุหุ คือค่อย ๆ เดินถอยหลังช้า ๆ ถอยกลับเข้าใต้ตู้ไปอย่างหน้าด้านๆ

มันคงคิดว่า...ซรวยแระ อิ่เจ๊ตัวเล็กนี่ดันจับได้ซะละ ว่าตรูยังไม่ได้ไปไหน..แต่ช้าไปแล้วฮ่ะ เพราะ ณ.จุดนั้น อิชั้นได้เอาปูนป้ายหัวมันไว้เป็นที่เรียบร้อยแระ (ขออธิบายคำ่า เอาปูนป้ายหัวซึ่งเป็นสำนวนเก่าหน่อยนะฮะ เผื่อคนรุ่นใหม่ๆ จะไม่เข้าใจ เอาปูนป้ายหัว หมายถึง ตั้งเป้าหมายไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ประมาณนี้นะฮะ)

ค่ำนั้น อิชั้นรอจนดึก...ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ คือรอจนกว่าคุณนายแม่กับพี่ครีมจะเข้านอนซะก่อน แล้วก็คว้าไฟฉายพร้อมฉีกอาหารซองของพี่ครีมลากชุดนอนลายหมีไปก้ม ๆ เงย ๆ แถวใต้ตู้นั่นล่ะ

แล้วก็โป๊ะเชะ...อิ่เด็กตัวเปรอะนั่งตัวงอหน้าตาตื่น ๆ ส่งเสียงครืด ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งใต้ตู้เสื้อผ้านั่น

"ไง..แก ชั้นนึกว่าแกลงไปแล้วนะเนี่ย หิวป่าวล่ะ"

อิ่เด็กมอมส่งเสียงครางในลำคอดังขึ้น พลางแยกเขี้ยวแสยะฟัน ซึ่งจากประสบการณ์อันช่ำชองในการเลี้ยงแมวสองตัวถ้วนมาสองปี...อิชั้นแปลได้ทันทีว่า...มันขู่ !!

"อีกละ ขู่ชั้นอีกละ อ่ะ ขู่ก็ขู่ไป ขู่ด้วยกินด้วยก็ได้เอ้า" อิชั้นใช้วิธีเดิมก็คือเอาไม้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปใต้ตู้ พัฒนากว่าเดิมเล็กน้อยอิ่ตรงคราวก่อนนั่งคุดคู้ แต่คราวนี้แม่มมม..นอนพังพาบคว่ำกับพื้นเลย 555

เหมือนเดิมฮ่ะ อิ่เด็กตัวมอมแยกเขี้ยวแฟร่ดดด..แต่ก็ยอมกินอาหารด้วยท่าทางหิวโหย แป๊บเดียวเท่านั้นล่ะ อาหารทั้งซองก็เกือบหมดถ้วย

อิชั้นปล่อยให้มันได้คลายความกลัวด้วยการทิ้งมันไว้ตรงที่เดิมฮ่ะ ตั้งใจไว้ว่าถ้าพรุ่งนี้เช้ามันยังอยู่ ก็จะผูกมิตรกันด้วยอาหารอีก....อิ่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่า เอาวะ..ในเมื่อแกหลงมาแล้วยังไม่ได้หลงไป ตราบใดที่แกอยู่บนบ้านชั้นนี่ แกก็ไม่อดตายหรอก

คิดได้ดังนั้นอิชั้นก็เข้านอนฮ่ะ.....

เช้าขึ้นมา เพิ่งจะแหกขี้ตาตื่น อิชั้นก็ไปก้มๆ เงยๆ มองหาแขกไม่ได้รับเชิญใต้ตู้ก่อนซะแระ...แต่ผลปรากฎว่า มันหายไปอีกแล้วอ่ะ คุณผู้โชมมมมม...

เฮ้อ...นาทีนั้นอิชั้นหัวใจฝ่อลงวูบหนึ่ง คือแบบว่า พยายามผูกมิตรมาสองรอบแล้วอ่ะนะ แล้วจู่ ๆ มันก็หายตัวไปอีก เดาว่าคราวนี้มันคงแอบวิ่งตามแม่ที่ลงไปเปิดร้านช่วงเช้าไปแล้วล่ะกระมัง

...ช่างมันเหอะ...ก็ใช่ว่ามันหลงขึ้นมาแล้วเราจะต้องรับเลี้ยงมันไว้ตลอดชีวิตซะเมื่อไหร่...

พยายามที่จะลืมๆ มันไปละกัน ก็อิ่แค่แมวเด็กผอมโกรกตัวนึงที่หลงขึ้นมาติดอยู่บนบ้าน แต่่การณ์กลับกลายเป็นว่า เช้าวันถัดมา ขณะเดินกวาดบ้านอยู่นั่นเอง..สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เที่ยวแอบอยู่ตรงนั้นตรงนี้ก็กลับโดดผลุงออกจากกองข้าวของทางขึ้นชั้นสามของบ้านอีก

คงไม่ต้องบอกแล้วเนอะ..ว่าใคร..หึหึ

อิชั้นเริ่มหายตื่นเต้วแล้วฮ่ะ แหม...ก็พี่เล่นเปลี่ยนที่ซ่อนเป็นรายวัน นี่ถ้าอิชั้นไม่ลุกขึ้นมากวาดบ้านก็คงไม่เจอที่แอบที่ใหม่ของมันล่ะมั๊งเนอะ คราวนี้เห็นชัด ๆ เลยฮ่ะ ว่าอิ่เด็กนินจาวิ่งปรู๊ดดเข้าไปแอบอยู่ในตู้หลังเก่าที่เปิดกระจกด้านล่างของตู้ไว้

อิ่หร็อบเดิม เดือดร้อนอิ่เจ๊ต้องลากถ้วยอาหารเอาไม้จิ้มไปป้อนมันอีก !!

ต๊ะเอาไว้มาเล่าต่อวันพรุ่งนี้นะคะ เขียนทีไร ยาวทู๊กที :)















วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ขนมปัง..ชื่อนี้แกได้แต่ใดมา


ทิ้งไดอารี่บล็อกยัยกะทิไปซะเกือบสองอาทิตย์ ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ มัวแต่ไปบูรณาการแม่โกกิกับยัยกะทิ ที่ดันเป็นหวัดรับฤดูฝนซะได้ ป้อนยากันยาวเลย..แต่ตอนนี้แข็งแรงบึกบึนกันหมดละ ก็เลยได้มีเวลามาเขียนบันทึกเรื่องไอ้หนมปังซะที

หลาย ๆ คนที่อ่านไดอารี่ยัยกะทิ คงพอจะนึกออกล่ะนะคะ (ใครนึกไม่ออกย้อนกลับไปอ่าน ตอนเดิม ๆ ได้เด้อ) ว่าอิชั้นเจอลูกแมวหลงแม่อยู่ตัวนึง..เอิ่ม อันที่จริงคงต้องบอกว่า มันเจออิชั้นมากกว่า เพราะจู่ ๆ ในเช้าวันนึง มันก็บุกขึ้นมาเยี่ยมอิชั้นถึงบนบ้าน

เล่นซ่อนแอบกับอิ่เจ๊เหรอ หึหึ..
ไอ้การที่จู่ ๆ จะมีแมวเด็กจับพลัดจับพลู ขึ้นมาถึงชั้นสองของบ้านนี่ไม่ใช่ใครจะพบเจอกันได้ง่าย ๆ นะค้า ยิ่งเป็นบ้านที่มีพี่ครีม น้องหมาขาโจ๋ (โจ๋แต่ขา แต่ฟันลาโลกไปหมดแระ มีแต่เหงือก เพราะอายุอานามปาเข้าไปน่าจะย่าง 12 ขวบ) ยึดครองชั้นบนอย่างเต็มรูปแบบอยู่ด้วยแล้ว คงมีแมวไม่สักกี่ตัวหรอก ที่อยากจะหลงขึ้นมาถึงข้างบนนี่

เฮ้ย..น่ารักอ่ะ
แต่อิ่เด็กตัวเหี่ยวนี่มันขึ้นมาฮ่ะ...

ด้วยความที่มันยังเด็ก แลดูรูปทรงก้อนขี้ริ้วของมันแล้ว น่าจะอายุสักสามเดือนได้กระมัง และคงถูกไล่ตีไล่แห่มาจากบ้านอื่นจนในหัวมีแต่เรื่องร้าย ๆ พออิชั้นอยากจะผูกมิตรไมตรีด้วยสักหน่อย มันก็เลยวิ่งหนีจู๊ดดด..เข้าไปแอบอยู่ตรงกองข้าวของที่ระเบียง แถมยังขู่แฟร่ ๆ ทำท่าจะกัดอิชั้นเข้าให้...

นาท่ีนั้น ขำก็ขำ สงสารก็สงสารฮ่ะ โธ่ถัง..ตัวก็กะเปี๊ยกเท่านี้ นี่แกหลงแม่มาแต่ไหนกันล่ะนี่...

ไอ้ครั้นจะจับก็จับก็คงยังจับไม่ได้ (เพราะคงทั้งกัดทั้งข่วนอิชั้แน่ ๆ) สุดท้ายก่อนไปทำงานก็เลยตัดสินใจเอาน้ำกับอาหารเม็ดพี่ครีมวางไว้ตรงที่มันซ่อน แถมใจดีสุด ๆ ด้วยการฉีกขนมปังแผ่นๆ ที่ตัวเองปิ้งกินวางแหมะไว้ตรงทางออกของซอกเล็ก ๆ อีกหน่อยนึงด้วย....... (เอ๊ะ ก็เผื่อมันกินอาหารเม็ดไม่เป็น มันจะได้แทะหนมปังกินได้มั่งอ่ะ)

กลัวกินอาหารเม็ดไม่เป็น ก็เลยบิขนมปังแผ่นไว้ให้
ปัญหาก็คือ....ความกลัวน่าจะชนะทุกสิ่งในโลกอันโหดร้ายของอิ่แมวเด็ก เพราะจนแล้วจนรอด รอนานเป็นครึ่งๆ ชั่วโมง มันก็ไม่ยอมออกมา (อุ๊บะ๊.....พลอยทำให้อิ่เจ๊ไม่ได้เป็นอันออกไปทำงานซะที)

นึกในใจว่า หิวตายแน่แกเอ๊ยยย..นาทีนั้นอิชั้นรู้สึกสงสารปนเอ็นดูมันตงิดๆ

เอางี้ละกัน..ออกมาไม่ได้ เดี๋ยวเจ๊จัดให้

ความกลัวว่ามันจะหิวตายซะก่อน ทำเอาอิชัั้นต้องฉีกซองอาหารเปียกพี่ครีมแล้วลากถ้วยพร้อมไม้ตะเกียบมาตั้ง.... (ไม่มีอาหารแมวฮ่ะ ก็เลยจำเป็นต้องเอาอาหารหมาของพี่ครีมมาให้กินประทังชีวิตไปก่อน) ชะเง้อสบตาไอ้สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในซอกติ่งนั่นนิดนึง...แล้วก็ใช้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปจนสุดปลายไม้

มอบรางวัลครีเอตีฟ..ให้อิชั้นที
"เอ้า..ไอ้ตัวเล็ก หิวป่าว กินนี่มะ อร่อยนะเฟร้ย" อิ่เจ๊ทำน้ำเสียงอ่อนหวาน (นี่อ่อนหวานแล้วเหร่อะ !!??)

นิ่ง....แล้วก็ แฟร่....

ทดลองดู เผื่อมันจะกินทางตรูดได้มั่ง !!?
"ไม่เป็นไร ชั้นไม่ทำไรแกหรอก กินหน่อยน่า นี่ไม่ได้กินอะไรมากี่วันแล้วล่ะเนี่ย" ใครส่งอิชั้นไปเป็นเซลล์ขายน้ำยาล้างส้วมที อิชั้นว่าอิชั้นมีทักษะในการอ้อนวอนคน เอ๊ย..อ้อนวอนแมวนะ


ไอ้ตัวเล็กทำจมูกฟุดฟิด ฮั่นแน่......ได้กลิ่นอาหารแล้วสิท่า กินเด่ะ ๆ ๆ (พี่คะ พี่โตแล้วนะคะ พี่ใช้ภาษาวิบัติแบบนี้ได้หรือคะ ??!! )

"กินก่อน อิ่มแล้วจะไปก็ไม่ว่า..อ่ะ...กินสักหน่อยเหอะ อร่อยน๊าาาา" อิชั้นยื่นปลายไม้จนอาหารแทบจะแตะจมูกมัน ได้ผลฮ่ะ เพราะไอ้ปากเล็ก ๆ นั่นแม้ว่าจะส่งเสียงแฟร่ออกมาเบา ๆ แต่ก็แลบลิ้นมาเลียอาหารแผล่บ....


แค่เสี้ยววินาที ด้วยความหิว..ไอ้เด็กเหี่ยวก็งับอาหารเปียกพี่ครีมเข้าไปจนเต็มคำ


...เฮ้ย..มันกินโว้ย..5555

ชิ้นแรกตามด้วยชิ้นที่สอง สามสี่ จนอาหารเปียกพี่ครีมเกือบหมดถ้วย แม้ว่าจะเริ่มเหน็บกิน กับการที่นั่งงอเข่าคุดคู้อยู่ในท่าเดิม ๆ เพื่อยื่นอาหารเสียบปลายไม้ให้ไอ้เด็กหลงทาง แต่ก็อุ่นใจที่มันยอมกินนะ


หลังจากที่ให้มันกินจนคิดว่าน่าจะอิ่มพอดูแล้ว อิชั้นก็ตัดใจจะทิ้งมันไว้อย่างนั้นฮ่ะ

ด้วยความคิดว่า เอาเหอะ..เมื่อแกขึ้นมาได้ และไม่ยอมให้ชั้นจับลงไป แกนึกอยากจะลงไปหรือออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามใจแกละกัน จากนั้นอิชั้นก็เปิดประตูระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างไว้ แล้วก็รีบออกไปทำงาน

เริ่มยาวแล้วแฮะ อาบน้ำไปทำงานก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังต่อนะคะ





วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หวัดรับประทานกันกลางฤดูฝน (ไข้หวัดแมว)


ไม่ใช่คนหรอกฮ่ะ มอ.แมวต่างหาก >0</

เมื่อวานนี้เล่าให้ฟังเรื่องที่อิ่เจ๊พายัยโกกิไปหาหมอเนื่องจากมันเป็นหวัดมาแล้วอ่ะนะคะ บางคนคงงง ๆ เอ๊ะ กะอิ่แค่แมวเป็นหวัด จะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนักหนา เป็นเองได้ก็หายเองได้ แค่หวัดเอ๊งงงง..จิ๊บ ๆ

ขอบอกว่าเรื่องหวัดกับแมวนี่เป็นอะไรที่ประมาทไม่ได้เลยฮ่ะ เพราะโรค "หวัดแมว" เป็นโรคที่นอกจากจะติดต่อกันระหว่างแมวกับแมวง่ายมากแล้ว (ติดทางน้ำมูก,น้ำลาย,น้ำตา สารคัดหลั่งจากร่างกายแมวทุกชนิด แม้แต่หายใจรดกันก็ยังติด !!) ยังมีอัตราการตายที่สูงอีกด้วย เนื่องจากหากเป็นแมวที่ไม่มีเจ้าของ ก็จะมีอาการที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงขนาดร่างกายขาดอาหารและน้ำ(เนื่องจากเป็นแผลในปากจนกินอะไรไม่ได้) หลอดลมอักเสบ จนถึงขั้นพัฒนากลายเป็นปอดบวม แม้แต่แมวที่มีเจ้าของเอง หากเจ้าของไม่ได้ใส่ใจคอยสังเกตความผิดปกติของแมว ก็อาจรู้ตัวว่าแมวของตัวเองเข้าขั้นตรีฑูตเมื่อสายเกินไปแล้วก็ยังได้

ไม่ได้ขู่นะเฟร้ย..อันนี้เรื่องจริง (อิ่เจ๊ยืนยัน)

อ่ะ..กลับมาว่ากันต่อเรื่องยัยโกกิ หลังจากพาโกกิไปหาหมอแล้วก็ถูวินิจฉัยว่าเป็น ไข้หวัด แน่นอนแล้ว ยัยโกกิก็โดนฉีดตรูดมาสองเข็มฮ่ะ เข็มนึงรักษาอาการอักเสบ และอีกเข็มนึงฆ่าเชื้อ ส่วนตัวยาก็มีสามตัว เป็นยาแก้หวัด 1 ยาฆ่าเชื้อ 1 ส่วนอีกตัวก็เป็นยาละลายเสมหะ


ส่วนยัยกะทิ แม้จะไม่มีอาการ กินได้ดีเป็นพายุบุแคม ว่างเป็นหลับขยับเป็นกิน เป็นที่น่าชื่นใจต่อผู้พบเห็นตลอด ๆ นั้น ก็ไม่พ้นกับการต้องกินยาแก้หวัด 1 ตัวเช่นกันฮ่ะ เนื่องจากสองพี่น้องนี่ หลับเกยกันตลอด คือ โกกิมีอาการหวัดมาเป็นอาทิตย์แระ จะจับแยกตอนนี้ก็คงไม่ทันละล่ะ ทางเลือกก็คือ ก็ให้อยู่ด้วยกันนั่นล่ะ แต่กินยาไปพร้อม ๆ กันซะทีเดียว

โกกิน่าสงสารค่ะ เข้าใจว่าหิวล่ะ แต่เจ็บคอ มีเสลดพันคอ ก็เลยกินอะไรไม่ค่อยได้ เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่สองของการป้อนยาเด็กป่วย ก่อนเข้าออฟฟิศ อิ่เจ๊ก็เลยแวะซื้อ "ต้นไผ่เงิน" เอามาให้แทะเล็มเพื่อให้โกกิสำรอกเสลดออกมาได้บ้าง..

พอเอาไผ่เงินมาตั้งในออฟฟิศป๊าบ....ฝูงแมวซอมบี้ก็มารุมล้อมทันทีฮ่ะ


ต้นไผ่เงินนี้เป็นหนึ่งในต้นไม้ใบหญ้าที่แมวชอบกินและดีต่อสุขภาพแมวฮ่ะ ใครที่ขี้เกียจปลูกข้าวสาลีออแกนิกซ์ที่กำลังโด่งดังให้แมวกินบ่อย ๆ ก็เลือกซื้อมาสักต้นสองต้น มีดินก็ลงดิน ไม่มีดินก็ลงกระถาง ที่สำคัญก็คือให้โดนแดดบ้าง ให้น้ำประจำ เมื่อมันแตกกอใหญ่ก็สามารถแบ่งเป็นกอเล็ก ๆ ปลูกลงกระถางอื่นๆ ได้ แมวชอบกินมากอ่ะ ขนาดโกกิเจ็บ ๆ คออยู่ ยังแดร่ก...ยังกะเป็นหมีแพนด้าซะรอบวง


ยัยโกกิกินเอา ๆ สักพักก็หลบไปนอนแอ้งแม้งแล้วก็....."ขย้อน" เอาใบไผ่ที่จับเสมหะในลำคอออกมาดังภาพที่แสดงข้างล่างนี้ (เหมือนเขียนรายงานส่งคุณครูตอน ม.1 เลยเนอะ 5555+)


อิ่เจ๊ไม่รอช้าฮ่ะ รีบคว้ากระดาษชำระไปโกยทิ้ง เช็ดให้แห้งแล้วหยอดยาฆ่าเชื้อโรคลงไปจึ๋งนึง (จริง ๆ เป็นเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคของอิ่เจ๊ที่อิ่เจ๊พกไปเอง)  เช็ดถูเป็นวงกลมบริเวณนั้น หวังไว้ในใจว่า การเช็ดถูเป็นวงกลม จะทำให้เชื้อโรคที่ออกมาพร้อมเสลดมึนงง หมดฤทธิ์ที่จะติดต่อกับแมวตัวอื่นๆ โดยเฉพาะยัยกะทิต่อไป

พอขย้อนเอาเสลดออกมาได้บ้างปั๊บ โกกิก็เริ่มกินข้าวได้ฮ่ะ..


คงเหมือนนคนแหละเนอะ เจ็บคอ มีเสลด เป็นไข้ ขรี้ไม่ออก(อันหลังนี่อิ่เจ๊ละ) พอได้กินยา ได้ตัวช่วยที่ทำให้คอโล่งขึ้น ก็หิว..อยากกินขึ้นมาทันที

กินเสร็จพี่หน่องก็มาพอดี..ผลเหรอคะ หึหึ..ไปอ้อนพี่หน่องซะงั้น (พี่หน่องรักค่ะ กอดรัดฟัดเหวี่ยง จุ้บ ๆ กันทุกวัน)


มีการแอบไปนอนด้วยเป็นพัก ๆ .. คิดว่าคงพยายามฝันถึงเลขเด็ดเอามาบอกอิ่เจ๊เพื่อเป็นค่าหมอ


โถ...ลำตัวซูบผอมเป็นก้อน ๆ เชียว น่าสงสารนิ...(ใช่เหรอ).... T^T

ตอนนี้ก็ต้องอาศัยพี่ ๆ ที่ออฟฟิศช่วยกันป้อยยาค่ะ อิ่เจ๊กังวลมากหน่อย เพราะกรงของกะทิกับโกกิไม่ค่อยจะพ้นละอองฝนชื้นๆ เลย ขนาดอยู่ใต้ตึกมีหลังคาคลุมตลอดนะคะนี่ แต่เนื่องจากที่ตึกเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่มีใต้ถุนสูง ดังนั้นอาคารหลังนี้ก็เลยมีลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา ยิ่งช่วงไหนฝนตก ลมจะแรงเป็นพิเศษ และไอ้ลมนี่ล่ะที่พัดเอาละอองเล็ก ๆ ของฝนเข้ามาใส่กรงด้วย ก็ได้แต่พยายามหาวิธีกันฝนให้ เวลาฝนตกก็เที่ยวโทร.บอกลูกน้องที่อยู่โยงเฝ้าตึกให้คอยดูว่าละลองฝนถึงกรงมั้ย หาอะไรต่อมิอะไรมาปิดกรงให้ สงสัยวันนี้คงต้องเพิ่มมาตรการให้ความอบอุ่นกันใหม่ เพราะอาการเย็นลงทุกที

แล้วจะเก็บภาพกีฬามัน ๆ วันเป็นหวัดของยัยโกกิมาฝากกันใหม่นะคะ

เจอกันกับไดอารี่บล็อกยัยกะทิคราวหน้าค่ะ





วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หนมปัง..ไอ้เด็กหน้าแด่น ตอน หลงมาแต่ไหน


ชีวิตคนก็เหมือนกับกังหันนั่นแหละเนอะ..เราไม่รู้หรอกว่าลมมันจะมาทางไหน...

...........

i'm not superman

....................................

ก่อนจะเล่าเรื่องไอ้เด็กหน้าแด่น ที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่พรวดเขัามาในชีวิตอิ่เจ๊ อิชั้นขอเล่าย้อนหลังไปเมื่อเดือนที่แล้วก่อนนะฮะ

หลาย ๆ คนที่ติดตามอ่านไดอารี่ยัยกะทิและเป็นเพื่อนกันอยู่ใน แฟนเพจ อาจจะพอรู้มานิด ๆ หน่อย ๆ ว่านอกจากอิ่เจ๊จะเลี้ยงสองแสบไว้เป็นแมวที่ออฟฟิศให้ปวดหัวเล่นแล้ว อิ่เจ๊ยังมี "พี่ครีม" น้องหมาพูเดิ้ลฟันหลอ อายุอานามราว 12 ขวบไว้เป็นขวัญถุงของบ้านอีกตัวหนึ่งด้วย


เช้าวันนึงในช่วงหลายอาทิตย์ก่อน ชีวิตอิ่เจ๊ก็ดำเนินไปตามปกติฮ่ะ คือตื่นมาเตรียมจะชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง แล้วก็ลากหัวฟู ๆ มานั่งเขียนบล็อกก่อสร้างอยู่ที่โต๊ะทำงานกลางบ้าน ผลปรากฎว่าพอย่างเท้าออกมาจากห้องนอนพร้อมพี่ครีมปั๊บ ก็เห็นเงาอะไรแว้บ ๆ วิ่งผ่านสายตาไปไว ๆ !!

คุณพระ หนูอะไรตัวใหญ่ขนาดนั้น !!?? หะแรกอิ่เจ๊ก็คิดแบบนั้นฮ่ะ แต่พอตั้งสติขยี้หูขยี้ตาให้หายงัวเงียอีกที อิชั้นก็แน่ใจว่ามันไม่ใช่หนูแล้วล่ะ แต่นั่นมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า "แมววววว...."

เฮ้ย..แมวขึ้นบ้าน !!

อิ่เจ๊ร้องใหม่ด้วยอาการงง ๆ ฮ่ะ..ปกติบ้านนี้เมืองนี้ เปิดประตูที่กั้นระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ไว้ตลอดเผื่อพี่ครีมจะลงไปทำธุระส่วนตัวแล้วขึ้นมาหาอิ่เจ๊เป็นประจำก็จริง แต่ก็ไม่เคยเห็นแมวตัวไหน ริอ่านลักลอบขึ้นมาบนบ้าน พร้อม ๆ กับความประหลาดใจนั้น อิ่เจ๊ก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ เล็ก ๆ เงานั้นวิ่งพรวดออกไปทางระเบียงหลังบ้าน

ไม่พูดพร่ำทำเพลงฮ่ะ อิ่เจ๊รีบเดินไปชะโงกดูทันที......ภาพที่เห็นก็คือ ลูกแมวผอมโกรกสามสีตัวหนึ่ง อายุอานามน่าจะ 2-3 เดือนได้มั๊ง ขู่อิ่เจ๊แฟร่ด..แฟร่ด..แล้วก็ทำขนลุกขนพองหางจุกลุกลี้ลุกลนหาทางออก

ปัญหาของมันก็คือ...ระเบียงอิชั้นไม่มีทางออก (เป็นไงล่าาา..555+)

เนื่องจากระเบียงหลังบ้าน เป็นระเบียงที่อิชั้นกรุตาข่ายกันนกพิราบเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นกมันดอดมาทำรังหรือมาขรี้ใส่ระเบียงบ้าน และใช้ระเบียงส่วนนี้ในการตากผ้ามั่ง วางสิ่งของไม่ต้องประสงค์มั่ง ดังนั้น ทางออกเดียวของไอ้แมวหยองกรอดตัวนี้ก็คือ ไอ้ทางที่มันเข้ามานั่นล่ะ !

อิ่เจ๊ตื่นเต้นฮ่ะ...รีบผลุบเข้ามาด้านในห้องโถง แล้วคว้ามือถือจะเอาไปถ่ายรูป แหม...แขกมาถึงเรือนชานทั้งที ขอถ่ายรูปีไว้เป็นหลักฐานหน่อยเหอะ แต่เหมือนจะช้าไป..เพราะพอโผล่กลับไปอีกที ไอ้ลูกแมวตัวดีตัวนั้นมันก็หายไปซะแระ !!??

เอ๊า..หายไปไหนวะ..อิ่เจ๊รู้สึกเหี่ยว ๆ ในใจ แหม.....ก็นานๆ ครั้งหรอกน่ะ ที่จะมีลูกแมวหลงเข้ามาให้ตื่นเต้นบนบ้านได้แบบนี้ หาไปหามาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ก็เลยอนุมานว่า ระหว่างที่มัววิ่งไปหยิบมือถือจะมาถ่ายรูป มันคงอาศัยจังหวะนั้น แปลงกายเป็นสไปเดอร์แมว ปีนออกไปทางใดทางหนึ่งแล้วแหละ

เสียดายก็เสียดายอ่ะ แต่อีกทางหนึ่งก็โล่งใจ ที่ลูกแมวไม่ต้องเปิดศึกพะบู๊กับพี่ครีม ซึ่งแน่นอนว่างานนี้พี่ครีมตกเป็นมวยรองแน่นอน เพราะนอกจากจะเริ่มหูตึงสายตาไม่ค่อยจะดีแล้ว ฟันฟางยังไม่มีกะเค้าอีกด้วย T^T อย่ากระนั้นเลย แกมาทางไหนก็ไปทางนั้นก็เรียกว่าถูกแล้ว

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นฮ่ะ....เพราะเช้าวันถัดมา ขณะที่อิ่เจ๊มัวขี้ตาจะออกไปกวาดระเบียงหลังบ้านตามปกติ อิ่เจ๊ก็เจอเข้ากับกอง "ขรี้หมา" ก้อนเล็ก ๆ เข้ากองหนึ่ง...



"ไอ้นั่นมันตัวอัลไล" อิ่เจ๊เขม้นสายตามองให้ชัด ๆ อ่ะ...

เฮ้ย..แม๊ววววว.... นี่มันไอ้ลูกแมวตัวเมื่อวานนี่หว่า..

คราวนี้อิ่เจ๊ไม่กระโตกกระตากให้เสียฟอร์มฮ่ะ แต่รีบผลุบเข้าไปหยิบมือถือมาถ่ายรูปเร็วรี่ ถ่ายได้แชะเดียว ชะรอยไอ้หยองกรอดตัวนั้นมันคงจะได้ยินเสียงฝีเท้าอิ่เจ๊ล่ะมั๊ง เพราะมันรีบลุกพรวดพราดเผ่นแน่บเข้าไปแอบอยู่ในซอกกองของไม่ต้องประสงค์ที่มุมระเบียงอย่างว่อง !!

ฮั่นแน่ !!! เมื่อวานแกแอบอยู่ในกองของตรงนี้ชิมิล่าาาา...อิชั้นแอบฮาในใจอ่ะ

ด้วยความที่อยากรู้ว่าหน้าตามันเป็นยังไง อิ่เจ๊ก็เลยเดินตามไปส่องรูปมาให้ดูอ่ะ




เฮ้ยยยย...น่ารักว่ะ.. >.< ♥♥♥...♥♥♥

เดี๋ยวแปะรูปไว้ให้ดูเรียกน้ำย่อยไปก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมาเขียนบันทึกเพิ่มเติมต่อ...วันนี้สายแย้ว ต้องรีบอาบน้ำไปทำงานแล้วอ่ะ แล้วพบกันได้ใหม่พรุ่งนี้นะคะ....

สดชื่นแจ่มใสทั้งวันกันทุกคนเลยค่ะ.... :)



วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรื่องหลุดๆ


ไม่รู้มีใครเป็นอย่างอิ่เจ๊บ้างรึเปล่า ที่ตั้งแต่มีแมวมาเป็นของตัวเอง ก็มักจะได้แผลเล็กแผลน้อยต้อยตีวิดกันอยู่บ่อย ๆ ทั้งจากเจ้าตัวแสบมั่งล่ะ จากสภาวการณ์ที่เจ้าตัวแสบกระทำมั่งล่ะ เรียกได้ว่า ชีวิตไม่เคยว่างเว้นจากการเป็นแผลข่วน จิก มิคสัญญีกันเลยทีเดียว


นับจากวันที่รับกะทิเข้ามาอยู่ด้วย ก็ปาเข้าไปสองปีแล้วค่ะ เวลาผ่านไปเร็วเนอะ ดูเหมือนกะทิเริ่มจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสถานที่อยู่สถานที่กินมากขึ้นแล้ว แต่ไอ้อาการที่เมื่อ "หลุด" ออกไปจากออฟฟิศแล้ววิ่งแร่ดกระเจิดกระเจิงไม่ยอมให้อิ่เจ๊หรือใครๆ จับนี่..ทำไมไม่หายไปซะทีก็ไม่รู้


เมื่อวานนี้ก็เอาอีกแล้วฮ่ะ คือ..ต้องบอกกันก่อน ว่าปกติแล้ว กะทิกับโกกิ เป็นแมวที่อิ่เจ๊ตั้งใจเลี้ยงระบบปิด ทั้งสองตัวจะมีกรงใหญ่ส่วนตัวเอาไว้นอนเล่นนอนรออิ่เจ๊หรือใครๆ อยู่ที่ใต้ตึก ซึ่งไอ้เจ้ากรงนี้ก็ค่อนข้างจะใหญ่โตพอสมควรฮ่ะ คืออิ่เจ๊พยายามเลือกกรงที่มีพื้นที่กว้างขวางพอที่จะให้นั่งเล่น นอนเล่น ปีนเล่นได้โดยไม่อึดอัดตั้งแต่แรกแล้วอ่ะนะคะ เพราะสองแสบจะต้องอยู่ในนั้นนานกว่าวันละ 19 ชม. เรียกว่าต้องอยู่ในกรงตั้งแต่ช่วงบ่ายหรือเย็น ไปจนถึงช่วงเที่ยง ๆ ของอีกวันหนึ่ง..ซึ่งพออิ่เจ๊ไปทำงานก็จะได้มีโอกาสเข้ามากินอาหารเปียกสุดโปรด วิ่งเล่น กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับบรรดาพี่ๆ คนเลี้ยง แล้วก็อิ่เจ๊สัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะส่งตัวกลับเข้ากรงต่อ


ดังนั้นพื้นที่ประจำที่เด็กสองตัวได้อยู่ ก็คือ กรง แล้วก็ ออฟฟิศแค่นั้นแหละ หรือหากวันไหนอิ่เจ๊มีเวลา ก็จะผูกเชือกพาไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง แต่ก็ไม่เคยวางใจจะให้ออกไปเดินโดยไม่มีสายจูงอ่ะนะคะ เนื่องจากก่อนหน้านั้นเคยไว้ใจให้เดินมาแล้ว และเกิดปัญหาว่า เดินๆ เล่นไป พี่กะทิไม่ยอมกลับเข้าบ้านซะงั้น วิ่งหน้าเริ่ดจะเข้ารกเข้าพงหลังตึก หรือไม่ก็พยายามจะโดดข้ามรั้วไปที่หอพักข้างๆ นู่น เล่นเอาอิ่เจ๊วิ่งไล่จับจนลมเกือบแดรกมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้น..ด้วยความกลัว..ว่าถ้ากะทิกับโกกิหลุดออกไป จะต้องวิ่งเตลิดหนีหายไปแน่นอน อิ่เจ๊ก็เลยพยายามที่จะระมัดระวังไม่ให้เด็กทั้งสองตัวนี่หลุดเป็นอันขาด

แต่ความระมัดระวังก็ไม่ได้เป็นเครื่องหมายการันตีว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเด็กหลุดออกจากออฟฟิศได้เสมอไปนะคะ ยกตัวอย่างก็เพิ่งเมื่อเกือบ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง...จู่ๆ ยัยกะทิก็ "หลุด" ออกจากออฟฟิศ ด้วยการมุดตะแกรงตรงหน้าต่างออกไปซะงั้น T^T


เรื่องของเรื่องคืองี้ฮ่ะ เมื่อวานช่วงบ่ายกะทิกับโกกิก็วิ่งเล่นกันตามปกตินั่นล่ะ แล้วจู่ ๆ กะทิก็โดดเทคตัวเอาหัวพุ่งชนตะแกรงที่อิ่เจ๊เอามาแขวนปิดช่องหน้าต่างออฟฟิศเอาไว้ เผอิ้น..ไอ้เจ้าตะแกรงพรรค์นี้มันพับกลางได้อ่ะ มันก็เลยเกิดเป็นช่องโหว่ด้านล่าง ซึ่งอิ่เด็กเผือกนี่ก็ไวปานว่อก..พอเห็นช่องปุ้บ แม่มมม...มุดออกไปปั๊บ ไวยังกะลิง !! ขนาดอิ่เจ๊วิ่งใส่ติงหมาจนไปเตะเอาโต๊ะตัวใกล้ๆ ก็ยังคว้าตัวไว้ไม่ทัน ผลหรือคะ..อิ่เจ๊ยืนสตั๊นด้วยความตกใจตรงช่องหน้าต่าง ในขณะที่เด็กแสบวิ่งออกไปบนลานจอดรถมอเตอร์ไซค์หลังตึกด้วยอาการลิงโลดสุดกู่..

เดชะบุญฮ่ะ...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวกะทิเองก็แปลกใจอยู่นิดๆ รึเปล่า ที่จู่ๆ ได้ออกมาเดินนอกออฟฟิศ โดยไม่มีเชือกจูงของอิ่เจ๊ เพราะมันใส่ติงแมววิ่งออกไปราวๆ 50 เมตรได้ แล้วก็หยุดกึ้กเอาดื้อๆ..ก่อนจะหันมาสบตากับอิ่เจ๊ด้วยโหมดสโลโมชั่น ท่าทางคงจะงง ๆ ว่าทำไมอิ่เจ๊อยู่ข้างในแล้วตรูมาอยู่ข้างนอกฟระ นาทีนั้นอิ่เจ๊ไม่ได้คิดถึงอาการเจ็บติงและแผลที่ตัวเองได้จากการวิ่งไปเตะโต๊ะหรอกฮ่ะ เพราะต้องรีบตะโกนบอกลูกน้องในออฟฟิศทันทีด้วยอารามร้อนรนกลัวกะทิจะออกวิ่งไปไกลกันใหญ่

"ไอซ์...กะทิหลุด !! "

"ห๊ะ...." ลูกน้องคนสวยที่นั่งจัดการบิลใบเสร็จผู้เช่าพักอยู่ลุกพรวด แล้วก็รีบวิ่งออกจากออฟฟิศออกไปทางประตูหลัง ส่วนอิ่เจ๊ก็วิ่งไปทางประตูหน้า สรุปก็คือ ตอนนั้นยัยกะทิถูกดักอยู่ตรงกลางระหว่างสองเจ๊ ซึ่งแน่นอน ก่อนที่อิ่เจ๊จะออกไป ก็คว้าถุงขนมแมวออกไปด้วย กะว่าจะใช้มุขเก่าล่อให้มากินขนมก่อนตะครุบตัวไว้นี่แหละฟระ จะได้ผลรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่มีวิธีไหนที่กะทิจะยอมให้จับตัวแล้ว

สถานการณ์ตอนนั้นตึงเครียดมากฮ่ะ อิ่เจ๊คนงามดักไว้ด้านหนึ่ง ส่วนพี่ไอซ์ก็ดักไว้อีกด้าน ส่วนด้านขวาก็เป็นรั้วอิฐบล็อกของหอพักอื่นซึ่งกะทิเคยโดดหนีเข้าไปมาแล้ว และแน่นอนว่า..คราวนี้ถ้าโดดเข้าไปอีก มีหวังได้เตลิดเปิดเปิง ถูกคนอื่นอุ้มไปไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ อย่ากระนั้นเลย อิ่เจ๊พยายามจะไม่ทำให้กะทิตื่นตกใจไปมากกว่านี้ ก็เลยเขย่าซองขนมไปเรื่อยๆ แล้วพยายามเรียกด้วยเสียงอ่อนหวาน

"กะทิ...กะทิ มากินขนมกันมา เร้ววว..." อิ่เจ๊เขย่าซองขนม ได้ผลฮ่ะ กะทิมองมาตากลมป๊อง..แต๊...คิดว่ามันจะยอมมาง่ายๆ เหรอคะ

"นี่ไง มากินขนมเร็ว ขนมที่กะทิชอบไงมา" อิ่เจ๊หยิบขนมอันนึงโยนลงไปบนพื้นไม่ไกลตัวนัก พอขนมหล่นลงบนพื้นปุ๊บ..ยัยทิพุ่งปร๊าด..ออกมาดมขนมค่ะ..แต๊ (ครั้งที่สอง)...มันไม่ยักกินอ่ะ (กรรม) แย่กว่านั้น..พอดมเสร็จแทนที่จะยืนนิ่งๆ ให้เจ๊จับตัว มันกลับวิ่งพรวดออกไปทางพี่ไอซ์ ซึ่งยืนดักอยู่ทางด้านหลังตึก แล้วก็วิ่งเหยาะ ๆ ท่าทางลั้นลาไปทางพงหญ้ารกชัฎด้านหลังโน่น อิ่เจ๊ขอถามสักสามคำฮ่ะ ว่าเอร็งจะไปทำซากอะไรตรงนั้นวะคะ..ฮื้ดดด... T0T


"พี่แหม่ม ๆ อย่าวิ่งตามนะ ถ้ามันวิ่งเข้าพงหญ้าไปล่ะก็ หายแน่นอนเลย" เจ้าไอซ์รีบบอก ประสบการณ์ที่เจ้ายูกิหลุด แล้วหายเข้ารกเข้าพงไปเมื่อสองปีก่อนย้อนกลับมาให้อกสั่นขวัญแขวนกันอีกครั้ง "..เดี๋ยวรอให้มันเข้ามาเองเหอะ มันไม่ไปไหนไกลหรอก"

อิ่เจ๊ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แน่นอนว่าจริงอย่างที่ไอซ์พูด ว่าถ้ากะทิตกใจวิ่งหายเข้าไปในป่าด้านหลังก็ไม่ต้องตามกันแล้ว เพราะพงหญ้าที่ว่าสูงกว่าเอวอิ่เจ๊ได้ T^T ทางเลือกก็คือต้องรอให้กะทิใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ตะล่อมจับตัวจะดีกว่า

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ เพราะแค่ไม่ถึงสามนาที รถเก๋งของใครก็ไม่รู้ ก็วิ่งมาทางด้านหลังตึก ทำท่าจะมากลับรถที่ยัยกะทิยืนสินะ...ป๊าดดดด...แกจะมากลับรถอะไรอิ่ตอนนี้ @@##%&.....แมวตรูยังหลุดยืนเด่นเป็นสง่าอยู่่นะเฟร้ยย..ฮืออออ....อิ่เจ๊แทบจะเอาหินเฟี้ยงกระจกรถ รีบเดินย่องๆ ไปที่ยัยกะทิซึ่งตอนนี้เดินดมหญ้าอยู่

"กะทิ..มากินหนมมา" เสียงรถเก๋งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และอาจจะเป็นเพราะเห็นอิ่เจ๊เดินขวางประตูทางออกอยู่กระมัง รถเก๋งคันนั้นก็เลยจอดนิ่งอยู่ห่างจากประตูสัก 30 เมตรได้

กะทิเองก็คงได้ยินเสีียงรถยนต์ที่ว่านั่นเหมือนกันฮ่ะ และเดาเอาว่า อาจจะกลัวเสียงรถด้วยรึเปล่า เพราะมันวิ่งเหยาะ ๆ กลับมาหาอิ่เจ๊ซึ่งโยนขนมไว้บนพื้นทันที พอเข้ามาในระยะเอื้อมถืงปั๊บ อิ่เจ๊ก็รีบใช้มือกดหลังมันไว้แล้วอุ้มมันขึ้นมากอด...โอ้โห..นาทีนั้น ดีใจซะยิ่งกว่าถูกหวยสามตัวล่างอีก T^T นี่ถ้ามันไม่ยอมวิ่งมาหา ป่านนี้ก็คงหลุดไปเป็นไอ้ลูกหมาหลงแม่ถึงไหนต่อไหนแล้วมั๊ง...

อิ่เจ๊มันใจคอยังไม่ดีอยู่ฮ่ะ ระหว่างอุ้มกะทิไปใส่กรง ก็พูดกับน้องไปด้วยว่าออกมาทำไม...ถ้าหลงไปกลับบ้านไม่ได้นะ คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ..คือประเด็นก็ไม่รู้ว่ากะทิจะฟังรู้เรื่องมั้ย แต่อิ่เจ๊มันอยากพูดอ่ะ

หลังจากพากะทิกับโกกิกลับใส่กรงเรียบร้อยแล้ว แผลที่วิ่งเตะโต๊ะก็เริ่มออกฤทธิ์ค่ะ อิ่เจ๊เองก็เพิ่งจะเห็นว่ามันถลอกปอกเปิกเป็นแผลมีปริมาณเลือดออกนะ แล้วก็ปวดตุ้บ ๆ ด้วย เรียกว่าอาการเจ็บมาเต็ม..ก็ได้แต่รีบเข้าไปล้างแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วก็เดินเขยกๆ เคลียส์พื้นที่ภายในออฟฟิศปานประหนึ่งคนเหล็กกันต่อไป

จากเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า..จงอย่าไว้ใจตะแกรงกันหน้าต่างเด็ดขาดฮ่ะ และยิ่งกว่านั้น จงอย่าไว้ใจแมวเผือกว่าจะไม่พยายามหนีออกจากออฟฟิศออกมาข้างนอกด้วย ลำพังออกมาเดินเล่นธรรมดาๆ อิ่เจ๊ไม่ว่ากระไรหรอกฮ่ะ ปัญหาคือวิสัยแมว..มันชอบเที่ยวอ่ะ และการเที่ยวของกะทิก็อาจเป็นที่มาของการกลับบ้านไม่ได้ เนื่องจากกะทิเองไม่เคยออกไปเดินไหนไกลกว่าบริเวณตึก แถมแม่กะทิยังเป็น แมวขาวมณีตาสองสี ซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยงต่อการถูกอุ้มต่อไปเป็นทอดๆ เป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้อิ่เจ๊ก็เลยต้องพยายามบอกเด็ก ๆ ในออฟฟิศทุกคนให้ระมัดระวังมากขึ้นฮ่ะ และคาดว่าคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่อิ่เจ๊จะต้องเผชิญกับความอกสั่นขวัญแขวนแบบนี้

ก็หวังว่าจะไม่ต้องมีเรื่องให้ต้องใจแป้วแบบนี้บ่อยๆ ก็ละกันนะคะ

อารมณ์มา................ T^T



อิ่เจ๊ของสองแสบ


วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เจ้าสีหมอก


"สีหมอก" เป็นแมวเด็กตัวสุดท้ายในฝูงเด็กแม่ทิ้ง ที่อิ่เจ๊ยอมปล่อยออกจากอ้อมอกฮ่ะ T^T

คงต้องบอกกันก่อน ว่าจริงๆ แล้วอิ่เจ๊แอบสังเกตอุปนิสัยของแมวเด็กทุกตัวในมือ ว่าแต่ละตัวมีนิสัยอย่างไรบ้าง อย่างเช่น เจ้าก้อบลินที่ไปอยู่กับแม่ไอซ์ เป็นเด็กเป๋อเหวอ เหวอได้ทุกสภาวะการณ์ แต่ก็ใจกล้าหน้าด้านเข้าตำราตัวเล็กใจใหญ่ ส่วนเจ้าส้มป่อยที่ไปอยู่กับลูกค้าของตึกอีกคนนึง ก็เป็นเด็กขี้อ้อน คือมันอ้อนได้ทุกสภาวะการณ์ อ้อนได้ทุกโอกาส อ้อนได้ทุกขณะจิต อ้อนจนอิ่เจ๊นึกในใจว่าเอร็งจะอ้อนเอาโล่ห์หรือไร อิ่เจ๊คิดว่ามันอ้อนเกินหน้าเกินตาพี่น้องไปนะ และพราะอ้อนๆ แบบนี้..อิ่เจ๊ถึงยังนึกใจหายทุกครั้ง ที่นึกถึงว่าไม่ควรให้ส้มป่อยกับคนที่มาขอไปก่อนเป็นตัวแรก


มาถึงนิสัยของเจ้า "สีหมอก" กันบ้างค่ะ หลายๆ คนที่มีแมวเด็กในอุปการะคงจะนึกภาพลูกแมวที่จับคู่เล่นกันเป็นหย่อม ๆ ได้นะคะ อย่างในฝูงนี้ สีส้มกับสามสีเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก คือมันเล่นกันได้ทั้งวัน กินก็เล่น นอนก็เล่น บทจะขรี้บางครั้งก็ยังตามไปขรี้เล่นๆ พร้อมกันในกระบะอีก ส่วนก้อบลินของแม่ไอซ์ก็เล่นได้กับทุกตัว ส้มป่อยก็ชอบมานัวเนียกับอิ่เจ๊...คงจะมีแต่สีหมอกกระมัง ที่ไม่เอาใครเลย..เอ๊ะ หรือมันไม่มีใครเอากันแน่ก็ไม่รุ..


สีหมอกเป็นแมวสีเปรอะค่ะ คืออิ่เจ๊ว่ามันเปรอะไปหมด สีเทาๆ ส้มๆ ขาวๆ มอมๆ ตัวเล็กๆ จ๋อยๆ เวลาพี่น้องเค้าเล่นกัน ก็เที่ยวไปนอนแอบ นึกสนุกขึ้นมาก็เล่นกับฝากรง (!!??) อิ่เจ๊เพียรมองสีหมอกแล้วหยิบมาพาดพุงตัวเองบ่อยๆ แบบว่า..กลัวมันเป็นเด็กมีปัญหาน่ะนะคะ ต้องใช้เวอชั่นพุงกะทิให้ความอบอุ่นกันอยู่เรื่อยๆ


สีหมอกโตขึ้นเรื่อยๆ ในออฟฟิศนี่ล่ะ ผ่านจากหนึ่งสัปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ และเข้าสัปดาห์ที่สามในที่สุด..อิ่เจ๊ก็เพียรถ่ายรูป ถ่ายคลิปลงเฟสเรื่อยๆ จริงๆ คือตั้งใจจิ่อวดแมวเฟร้ย 555+ แต่ก็นะ..พอคุณเพื่อนที่ออกปากจะช่วยเลี้ยงเห็นเข้า ก็เริ่มสงสัย ว่านี่อิ่เจ๊คิดจะโกงแมวเด็กมันหรือไร.. >.<


"..ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็ไม่เป็นไรเนอะ..อยู่กับอิ่เจ๊ก็ได้.." อิ่เจ๊หว่านสเตตัสถามทางในเย็นวันหนึ่ง พร้อมกับโพสภาพสีหมอกทำตาบ้องแบ๊วน่ารักน่าชัง จูจุ๊บ ๆ ไปหลายภาพ


"อ้าว....แกไม่ได้เก็บลูกไว้ให้ชั้นเหรอ" ไวปานว่อกฮ่ะ..5555+ คุณเพื่อนเคาะถามมาโดยพลัน อิ่เจ๊ก็เลยรู้ว่าเพื่อนสะดวกในการรับเลี้ยงมากกกก....และตั้งตารอที่จะขับรถจากกรุงเทพฯ มารับสีหมอกที่พิษณุโลกปลายเดือนนี้อย่างใจจดใจจ่อ


"เอ่อ..เก็บไว้ให้สิ ชั้นนึกว่าแกไม่เอาแล้วอ่ะ จริงๆ อยากให้อยู่กับแกนะ เพราะถ้าสีหมอกอยู่กับแก ชั้นก็ก็อุ่นใจกว่าไปอยู่กับคนอื่น"....ปากไวนะนั่น..งื้ด... T^T จริงๆ คงต้องบอกว่าตอนบอกเพื่อนไปว่าเก็บไว้ให้ ในใจนึกหาวิธีโกงเพื่อนอยู่นิดๆ 5555+ แต่พอมาลองนึกดูแล้ว หากสีหมอกได้ไปอยู่กับเพื่อนถือว่าเป็นบุญของสีหมอกนะ เพราะเพื่อนคนนี้จิตใจอ่อนโยนไม่มีลูกและมีแมวตัวโตเลี้ยงอยู่แล้วที่บ้านสองตัวด้วยกัน นอกจากสีหมอกจะได้บ้านดีๆ ได้ความรักดีๆ แล้ว ยังจะได้มีเพื่อนมีสังคมแมวด้วยกันอีกต่างหากด้วย

"โอเค. งั้นปลายๆ เดือนชั้นแวะไปรับนะ"

.....จ้ะ.....

อิ่เจ๊หงอยค่ะ..5555+ แต่ระหว่างที่หงอย ก็พยายามบอกตัวเองว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสีหมอกนะ อย่าเอาตัวเองเป็นหลักสิ

อาทิตย์นึงต่อจากนั้นมา อิ่เจ๊ก็เทียวแวะไปเล่นกับสีหมอกบ่อยขึ้นค่ะ สีหมอก..ซึ่งปกติเป็นแมวติสท์แตก (ไม่รู้ไปจำใครมา) ชอบแยกตัวไปเล่นคนเดียว เริ่มแก่นกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ จากเด็กหงอยๆ ที่เขี่ยแล้วเขี่ยอีกก็ไม่ค่อยอยากจะเล่นด้วย กลายเป็นแสบจิ๋วที่ชอบหาเรื่องทะเลาะกับนิ้วอิ่เจ๊เป็นที่สุด..กัดแม่มมม..อยู่นั่นแหละ ไม่ให้กัดก็โวยวาย สู้ไม่ได้ก็แง๊ววว..ใส่ วิ่งเล่นไปทั่วออฟฟิศ แอบตรงนู้น แอบตรงนี้ ของเล่นบานพะเนิน และแน่นอน..ความรักของสีหมอกในใจของอิ่เจ๊ก็กองพะเนินด้วยเช่นกัน

เย็นวันหนึ่ง..ขณะอิ่เจ๊แอบแอบแว่บไปตัดผม เสียงโทรศัพท์ของเพื่อนก็ดังขึ้นค่ะ

"เฮ้ย..แก ชั้นจะแวะไปรับสีหมอกนะ แต่คงจะไปถึงเย็นหน่อย แกยังอยู่ออฟฟิศป่าว"

ห๊ะ..อิ่เจ๊ใจหล่นตุ้บ..อาไยเนี่ย..จะมารับกันวันนี้เลยเหรอ "..ก็อยู่นะ..เออ ๆ มาเลยก็ได้ เดี๋ยวชั้นรอ" อิ่เจ๊ตัดผมด้วยความห่อเหี่ยว 555+ เคยเห็นคนตัดผมใหม่ที่ออกมาสวยแบบเหี่ยวๆ มั้ยคะ นั่นแหละค่ะ อารมณ์เจ๊แบบนั้นเลย

ไม่ถึงสองชั่วโมงถัดมา.....เพื่อนก็มารับสีหมอกค่ะ เหมือนสีหมอกจะรู้...เพราะวิ่งไปแอบตรงโน้นตรงนี้จนอิ่เจ๊ต้องไปอุ้มออกมาส่งให้เพื่อน อิ่เจ๊อุ้มสีหมอกร่ำลากันเล็กน้อย ไม่อยากร่ำลากันนานนัก เดี๋ยวจะน้ำตาแตกไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่เสียก่อน บอกตัวเองว่า..สีหมอกไม่ได้ไปไหนไกลหรอก อย่างน้อยก็อยู่บ้านเพื่อน เพื่อนเป็นคนเลี้ยง แต่สีหมอกก็ยังเป็นแมวจิ๋วของเจ๊เสมอ...


ออฟฟิศที่ไม่มีสีหมอก..มันเหงานะ...

...................

อิ่เจ๊ยังจำบรรยากาศความวุ่นวายของฝูงเด็กก้อบลินทั้ง 5 ได้....

ยังจำคราบนม..คราบน้ำตา คราบน้ำลาย เท้าเล็กๆ ขาตะเกียบที่วิ่งตบแผะกันไปทั่วออฟฟิศได้...

ยังจำนิ้วเล็ก ๆ เล็บเล็กๆ ที่ไต่ขึ้นมาบนตัวอิ่เจ๊ได้...และยังจำแววตาของสีหมอกในวันที่ต้องจากกันไปได้ดี

...เหมือนสีหมอกจะถามว่าจะให้หนูไปไหน..หนูไม่อยากไป หนูอยากอยู่กับเจ๊..


แต่ท้ายที่สุดแล้ว เจ๊ก็ต้องนึกถึงอนาคตของหนูเอาไว้ก่อน เจ๊อยากให้หนูมีบ้าน มีครอบครัวอบอุ่น และเจ๊ก็เลือกแล้ว..ว่าแม่ใหม่ของสีหมอกเป็นคนดี มีใจเมตตาและพร้อมที่จะอุ้มชูหนูไปตลอดชีวิต

อย่างน้อยหนูก็ไม่ได้จากไปไหนไกล เวลาคิดถึง เจ๊ก็ยังพอที่จะถามไถ่ข่าวคราวหนูได้บ้าง....ก็ขอให้หนูเติบโตขึ้นมาเป็นแมวที่แข็งแรง มีชีวิตยืนยาว ไม่ดื้อไม่ซน อยู่ให้ความชื่นใจกับพ่อใหม่แม่ใหม่ไปนานๆ นะ


เจ๊จะรักและคิดถึงหนูเสมอไม่เปลี่ยนแปลง...........สีหมอก..