แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cat แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cat แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กิกลับบ้านแล้วฮ้าป


เมื่อวานนี้ตั้งใจจะไปรับโกกิกลับจากคลินิคหมอหน้าตึก หลังจากพาไปนอนค้างอ้างแรมที่ร้านหมอเพื่ออดอาหารเตรียมผ่าตัดทำหมันซะหนึ่งคืน ยังไม่ทันจะยุรยาตรออกจากบ้านเลย แค่สาย ๆ เท่านั้น ลูกน้องที่ตึกก็โทร.มาละ

"พี่แหม่ม..หนูไปรับโกกิมาแล้วนะ.."

เฮ้ย..ไวค่อดดด..>.< หึหึ

คงต้องบอกว่าเป็นโชคดีของโกกิกับกะทิน่ะนะคะ ที่แม้ว่าจะต้องระเห็จมาใช้ชีวิตเป็นแมวหอพัก มีเวลาที่จะออกมาคลุกคลีตีโมงกับคนนอกรงแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง แต่มันก็ได้รับความรักความเอาใจใส่จากคนรอบข้างอย่างเต็มที่ งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับพวกลูกน้องแอดมินแหละ ที่ไม่เคยรังเกียจรังงอน เวลาแอดมินไหว้วานให้ทำอะไรให้สองแสบเลยสักนิด

อิชั้นถามรายละเอียดคร่าว ๆ ลูกน้องไปฮ่ะ ได้ความว่าคุณหมอสั่งมาว่าให้เปลี่ยนอาหารเม็ดของสองแสบให้เป็นแบบ "กำจัดก้อนขน" ในกระเพาะและลำไส้ซะ เพราะตอนเช้าก่อนที่โกกิจะได้กลับบ้าน ดันอ้วกโชว์หมอ มีแต่ก้่อนขนออกมาเพียบเลย งานนี้อิ่เจ๊มันก็เลยต้องมีการบ้านในการมองหา อาหารเม็ดยี่ห้ออื่นที่จะช่วยกำจัดก้อนขนออกจากพุงสองแสบกันต่อไป

จากนั้นอิชั้นก็รีบเผ่นไปออฟฟิศฮ่ะ ภาพที่เห็นแว่บแรกเมื่อเปิดประตูออกฟฟิศเข้าไป ก็คือยัยโกกินอนตัวลีบซึมกระทืออยู่บนโซฟาตัวยาว ซึ่งพอแม่นี่เห็นอิชั้นปั๊บ ก็ลุกยืนแล้วก็เดินเตาะแตะเข้ามาหาทันที..เออ..ยังจำอิ่เจ๊มันได้ฟุ้ย


"เจ๊..ยัยหมอบ้านั่นมันผ่าพุงเค้า.." เล่าพลางก็ยกขาขาขึ้นมาเหยียบป๊าบบ..บนตัวอิ่เจ๊ตามภาพ

"เออ..รู้แระ.." อิชั้นแอบสงสานมันไม่ได้ฮ่ะ ท่าทางมันคงจะเจ็บพุงจริง ๆ จากกิเด็กแสบที่ได้อันดับหนึ่งเรื่องการทำลายล้ิางกระดาษประจำออฟฟิศ กลายเป็นเด็กจ๋องๆ เดินตัวงอ ๆ น่าจ๋งจ๋าน


ด้วยความที่คืนนี้โกกิจะต้องเข้ากรงนอนกับพี่กะทิเหมือนเดิม และดู ๆ ไปแล้ว โกกิก็คงคิดถึงพี่กะทิอยู่ไม่ใช่้น้อย(ใช่สิ..ปกติจะนอนดูดนมพี่กะทิทั้งคืน) อิชั้นก็เลยลองไปพากะทิเข้ามาในออฟฟิศด้วยอีกตัวหนึ่ง

ตามคาดค่ะ แม่กะทิเดินเขาไปดมหัวน้องแล้วก็แฟร่....อ้อมไปดมตูดน้องแล้วก็แฟร่..เรียกว่าไม่ยอมเข้าใกล้น้องเลย เอาแต่เมียง ๆ มอง ๆ เดินมาจ้องทำหน้าเครียด ๆ ตาโต ๆ เป็นระยะ ๆ 

เอิ่ม..สงสัยมันจะเหม็นยาที่ตัวไอ้กิแฮะ >.<


หลัง ๆ ขู่น้องยังไม่พอค่ะ มีตบหัวน้องโชว์อิ่เจ๊ด้วย..แน๊...หึหึ...เบา ๆ ลูก เบา ๆ ไอ้กิมันเพิ่งผ่าพุงมา อย่าไปเกมันมาก เดี๋ยวแผลที่หมอเค้าเย็บไว้มันจะปริเอาซะก่อน..


งานนี้อิ่้เจ๊รับศึกหนักใช้ขาท่อนซุงอันอุดมไปด้วยขนแมวขวางระหว่างเด็กสองตัวไว้ฮ่ะ กะว่าถ้ากะทิเปิดศึกโดดเข้าขย้ำน้องเมื่อไหร่ อิ่เจ๊จะใช้ขาซุงท่อนนี้ฮุคเข้าที่ปลายเหนียง แล้วก็จับมันมาอัปคัตซ้าย จกให้พุงโต ๆ ปลิ้่นกันไปข้างนึงเลย (โหดใช่ย่อย !!)


มะลันดูแก..มะแลดูกัน "แกหน้าตาเหมือนไอ้กิฟร่ะ..แต่กลิ่นแต่ไม่ใช่อ่ะ แกคือใคร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ"


เล่า ๆ ไปชักภาพเยอะ..อุอุ เดี๋ยวไปต่อกันตอนหน้านะคะ :)





ภาพและเรื่องโดย Pacharawalai



วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

แมวตัวผู้เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์


แอดมินอยากเลี้ยงแมวตัวผู้ฮ่ะ แหะ ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วแมวตัวผู้มันจะมีโครงร่างที่ใหญ่ ดังนั้นเวลาที่เรานำแมวไปทำหมัน แมวตัวผู้ก็อาจจะกลายร่างเป็นหมูตัวผู้ ซึ่งแน่นอนว่าคงจะอวบอ้วนน่ากอดเอามั่ก ๆ แต่ก็นั่นแหละเนอะ การอวบอ้วนหลังการทำหมันนั้น ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่เฉพาะแมวตัวผู้เสมอไป ดูตัวอย่างง่าย ๆ ก็จากยัยหมูกะทินี่ล่ะ


เมื่อตอนที่แล้วแอดมินเอาข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการ ติดสัด ของ แมวตัวเมีย มาฝากกันไปแล้วน่ะนะคะ หลาย ๆ คนคงจะมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ถึงรอบวงจรการเจริญพันธุ์ในแมวตัวเมีย แล้วก็คงเกิดคำถามตามมาว่า แล้วถ้าเป็น แมวตัวผู้ ล่ะ จะเกิดอาการติดสัดแบบแมวตัวเมียด้วยหรือไม่

เท่าที่ค้นคว้าหาข้อมูลมา เราไม่เรียกฤดูการผสมพันธุ์ของแมวตัวผู้ว่าเป็นอาการติดสัดน่ะนะคะ แต่เราจะถือว่าเป็นอาการตอบสนองต่อการติดสัดของแมวเพศเมียมากกว่า(บางคนเรียกว่าอาการหง่าว..) ดังนั้น หากในละแมวในละแวกบ้านเรามีแมวตัวเมียเยอะ และทะยอยกันมีอาการติดสัดอยู่เรื่อย ๆ แมวตัวผู้ก็จะตอบสนองต่ออาการติดสัดนี้เมื่อได้กลิ่นแมวตัวเมียได้เรื่อย ๆ ด้วยการหนีเที่ยวไปติดสาวไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง

แล้วแมวตัวผู้จะพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์เมื่อไหร่ล่ะ..จริง ๆ แล้วเมื่อแมวตัวผู้อายุสักราว ๆ 8-9 เดือนก็จะเริ่มมีอาการกระตือรือล้นสำหรับการผสมพันธุ์แล้วค่ะ แต่หากเราปล่อยให้แมวอายุเท่านี้ได้ผสมพันธุ์ข้อมูลบางแห่งบอกว่า อาจจะทำให้แมวของเรามีการเจริญเติบโตที่ชะงักงัน ร่างกายทรุดโทรม เมื่อได้ลูกแมวก็จะเป็นลูกแมวที่อ่อนแอ ดังนั้นอายุที่เหมาะสำหรับการผสมพันธุ์ในแมวตัวผู้ก็คือ 1 ปี 8 เดือนค่ะ โดยให้สังเกตว่าลูกอัณฑะจะลงไปอยู่ในถุงอย่างสมบูรณ์ชัดเจน และอวัยวะเพศผู้ก็จะอยู่ในเปลือกหุ้มที่สะอาดไม่มีเลือดหรือหนองให้เห็นน่ะนะคะ แต่หากเราไม่ต้องการให้แมวตัวผู้ของเราไปผสมกับแมวตัวเมีย หรือไม่ให้แมวตัวผู้เกิดอาการหง่าว เมื่อถึงฤดูติดสัดของแมวตัวเมีย ก็สามารถคุมกำเนิดด้วยการ ทำหมันแมวตัวผู้ ได้ค่ะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai






วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สองแสบตะลุยออฟฟิศ


วันนี้คงจะบันทึกไดอารี่แบบรถด่วนขบวนพิเศษกันสักหน่อยฮ่ะ เพราะวันสองวันมานี่ ชีวิตอิชั้นกับหมู่แมวไหลเร็วมว้ากกก... เผลอแป๊บ ๆ สองแสบก็ย้ายนิวาสถานมาอยู่ในกรงแคบ ๆ ที่ใช้กักบริเวณเพื่ือดูสถานการณ์รอบเอวอยู่ที่ตึกกว่าหนึ่งอาทิตย์ละ

ช่วงกลางวันของวันนี้อิชั้นพาแกงค์ซาละเปาทั้งสามลูกไปฉีดวัคซีนมาฮ่ะ สำหรับยัยกะทิเองเป็นการทำวัคซีนป้องกันโรคลูคีเมียเข็มแรกที่หละหลวมไป ส่วนสองแสบตัวเล็กนั้นเป็นวัคซีนเข็มที่สามแระ ซึ่งขาดอีกเข็มเดียวก็จะป้องกันโรคติดต่อแมวได้ทั้งไข้หัดและลูคีเมีย

พอกลับมาจากร้านหมอ ยัยกะทิก็ปลีกวิเวกไปหาที่นอนทันทีฮ่ะ เนื่องจากคุณเธอเพลียมาก (เดี๋ยวนี้พี่หน่อง-น้องเสมียนที่ออฟฟิศชอบไปจกยัยกะทิออกมาเล่นกันตั้งแต่เช้า มิน่า..อิ่เจ๊มันไปถึงออฟฟิศทีไร เดี๋ยวนี้ถึงไม่สนใจอิ่เจีเลย T^T) และด้วยความเพลียผสมความโกรธ (ที่อิชั้นพาไปให้หมอจิ้มตรูด) คุณเธอจึงไม่พร้อมจะเล่นอะไรกับใครหน้าไหนทั้งนั้น (ชัดเจนมั้ยยะ !! ชริ !!)

ทางเลือกของการปลีกวิเวกที่ดีที่สุดก็คือการโดดขึ้นไปนอนบนหลังตู้ฮ่ะ นอนไม่นอนเปล่านะเค๊อะ เสด็จมุดเข้าไปนอนในกล่องเปล่าหลังตู้ด้วย อย่ากระนั้นเลย ช่วงที่เธอสลิปปี้งแบบนี้ (แอบ)เอาแมวเด็กออกมาวิ่งยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศกันดีกว่าเนอะ


มาแล้วค่าาา....เห็นตาแป๋ว ๆ แสบซ่าแสนซนแบบนี้ จำไว้ในดวงใจได้เลยนะฮะ ว่าเธอก็คือ "ยัยโกกิ"


อิชั้นสังเกตมานานละว่ายัยโกกินั้นแม้ว่าจะเป็นลูกแมวตัวเมีย แต่ดีกรีของความซนและความร่าเริงก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าลูกแมวตัวผู้เลย แถมหน้าตาเธอฟินไปกับทุกสถานการณ์รอบตัวด้วยอ่ะ (มันทำได้ไงวะ) มีเรื่องฮา ๆ มาให้หัวเราะตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนเล่นต่อสู้กับอิชั้นเอง (มันทำหน้าเหมือนโดนอิชั้นรังแกสุดฤทธิ์ >0<)/ หรืออิ่ตอนวิ่งหน้าเริ่ดไปชนประตูกระจกออฟฟิศดึงปึ้กกก....แล้วก็ทรุดตัวลงไปนั่งทำตาลอย ๆ เอ๋อ ๆ อยู่ตั้งนาน 555+ เล่นเอาอิชั้นต้องรีบลุกไปอุ้มมาโอ๋แน่ะ..แหม่ะ..มีแมวเด็กในบ้านนี่มันสนุกอย่างนี้เองเนอะ มีอะไรให้ขำกันตลอด ๆ


ส่วนเจ้าตัวบนนี่อิชั้นแอบเรียกมันว่า เจ้า "โกโก้" ฮ่ะ ขอบอกว่าแม้ว่าเจ้านี่จะเป็นแมวตัวผู้ แต่ก็เรียบร้อยกว่ายัยโกกิหลายเท่านัก อุปนิสัยขี้อ้อนกว่าโกกิ กินเก่งกว่า คุยเก่งกว่า (มันเรียกอิชั้นคุยทุกครั้งที่เดินผ่านกรง 5555+) ทีสำคัญ ดูเหมือนมันจะพยายามฝากเนื้อฝากตัวอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่่ว่าจะเป็นการปีนขึ้นตัก มุดเข้ามาซุกที่อ้อมแขน ปีนขึ้นเอาขาหน้าแตะหน้าอก ปีนขึ้นไปยืนบนบ่าแล้วเอาหัวสีอิชั้น..น่ารักซะไม่มีอ่ะ..ตอนนี้เริ่มใจหายเล็กเล้กกก..เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วันเจ้าโกโก้ก็คงต้องย้ายนิวาสถานไปอยู่กับพี่สะใภ้อิชั้นละ T^T


สองแสบมีความสุขค่ะ..วิ่งพล่านกันไปทั่วออฟฟิศ ทั้งเล่นต่อสู้กัน ปล้ำกันไปมาเหมือนเด็ก ๆ พอเหนื่อยก็ฺวิ่งไปหลบในบ้านหลากสีของพี่กะทิ ดีนะเนี่ยที่เจ้าของบ้านมันหลับอุตุอยู่ในกล่องหลังตู้โน่น นี่ถ้าโผล่หัวออกมาเห็นเด็ก ๆ เล่นกันระเบิดเถิดเทิงแบบนี้ ออฟฟิศเป็นได้แตกกระเจิงกันแน่ ๆ


ขอบอกว่าอิชั้นชอบหน้ายัยโกกิมากฮ่ะ...แมวบ้าอะไรก็ไม่รู้..ทำหน้าฟินตลอดเวลาอ่ะ ไม่ว่าจะเล่นอะไรทำอะไร มันก็จะมี "สีหน้า" และ "อารมณ์ร่วม" ตลอด ๆ เห็นแล้วทั้งหมั่นไส้แล้วก็หมั่่นเขี้ยว อยากจะกอด ๆ จก ๆ ให้พุงแตกกันไปข้่างนึงเลย >0<


คาดว่าสองแสบนี้คงจะได้ฤกษ์อาบน้ำครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์ในวันที่ 22 ที่จะถึงนี้ค่ะ ที่ต้องรี ๆ รอ ๆ ไม่อาบให้มันซะที เนื่องจากสองแสบเพิ่งทำวัคซีนกันมา อิชั้นก็กลัวว่ามันจะป่วย ก็เลยขอดูให้แน่ใจก่อนละกันนะคะ ว่าวัคซีนไม่ได้ทำให้ภูมิของเด็ก ๆ ลดลง จนติดอาการโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ


กินเก่ง..อาหารเม็ดไม่เคยพร่องจากชาม อิ่เจ๊กับพี่ ๆ เสมียนเติมให้ตลอด แถมมีอาหารเปียกให้กินตัวละครึ่งซองเป็นบางวันด้วย


นั่งดูแมวเด็กเล่นกันนี่..มันเพลินดีเนอะ


จะว่าไป..ถึงสองแสบนี่จะไม่ใช่แมวขาว อิชั้นว่าอิชั้นก็คงรักมันไม่ต่างไปจากนี้หรอกค่ะ..แมวสีอะไรก็ได้ เมื่อเรารักแล้ว มันก็จะเป็นหนึ่งในดวงใจของเราเสมอ


เอ้า...เล่นกันให้เต็มที่ลูก..เดี๋ยวนายแหม่มจะเอาพวกหนูไปใส่กรงละ พรุ่งนี้มีเวลาค่อยออกมาเล่นกันใหม่


ตอนนี้รู้สึกออฟฟิศแลดูอบอุ่นมากขึ้นค่ะ อิชั้นแอบนึกภาพว่า หากเจ้าโกโก้อยู่ที่ออฟฟิศอิชั้นได้อีกตัว ออฟฟิศนี้ก็จะมีซาละเปาขาว ๆ ถึงสามลูก ที่คอยนั่งหน้าสลอนขวางเคาเตอร์อิ่ตอนแขกมาเช็คอินเช็คเอ้าท์ทุกวัน ^0^ คงเป็นภาพที่น่ารักไม่ใช่น้อยน่ะนะคะ

พรุ่งนี้ถ้ามีเวลา อิชั้นจะพาไปแอบดูกรงใหม่ที่จะซื้อเข้าบ้านมาให้สองแสบกันค่ะ แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai





วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไม่เอ๊าาา..เอามันออกไปจากบ้านทิน๊า


ถ้ากะทิพูดภาษาคนได้ กะทิคงร้องโวยวายเหมือนไอ้ที่จั่วหัวไดอารี่ไว้ตะกี้นี้อ่ะนะคะ.. >0<

งานนี้กะทิตกเป็นมวยรองเห็น ๆ เพราะอิ่เด็กสองแสบที่มาใหม่มันมาเป็นแพ็คคู่ ซึ่งพออิชั้นขับรถพาเด็กทุกตัวกลับมาถึงตึก ก็ได้เวลาทดลองปล่อยให้สองแสบมาเจอพี่กะทิแระ


ดูเหมือนเด็ก ๆ จะปรับตัวได้ดีมากฮ่ะ เพราะพอปีนออกมาจากตะกร้าได้เท่านั้น ทั้งคู่ก็เดินพล่านไปทั่วออฟฟิศเลยทีเดียว ส่วนยัยกะทิน่ะเหรอ นอกจากขู่แฟร่ด ๆ ๆ แล้วก็วิ่งพล่านหาที่แอบไปทั่วแล้ว ยังพาลขู่ทุกคนที่เข้าใกล้อีกด้วย


เดาเอาว่าเพราะกะทิมันไม่ชอบเด็กแฝดคู่นี้เอามาก ๆ อ่ะ >.< ไอ้ที่เคยคิดมโนไว้ในใจ ว่าเอาแมวเด็กเข้าบ้านมาจะช่วยให้กะทิไม่เหงาเวลาที่อิชั้นไม่อยู่ กลับกลายเป็นว่า เอามาเพิ่มความเครียดให้กับมันซะงั้น


กระนั้นก็ตามเจ้าสองแสบยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวฮ่ะ ยัยตัวเล็กที่เป็นแมวตัวเมีย ท่าทางลั้นลามาก สู้มือรู้งานตลอด ท่าทางเหมือนพออกพอใจที่ได้มาอยู่บ้านนี้เต็มที่


ทำความคุ้นเคยกันไป ก็นึกกันไป...หนูจะชื่ือไรดีลูก..หือ์ม..ยายชื่อกะทิ หลานชื่อกระทิง น้องกระทิง ดิ๊ง ดิ่ง ดิ๊ง ดิง ดีมั้ยอ่ะ (เอิ่้ม..จะดีเหรอคะเจ๊ 5555+ ???!!)


สังเกตดูแล้วกะทิเครียดสุด ๆ ฮ่ะ ในขณะที่เด็ก ๆ ก็เริงรื่นสุด ๆ เช่นกัน สุดท้ายเมื่อกะทิไม่ยอมลงมาเสวนาด้วย แถมยังขู่แฟร่ด ๆ ใส่ทุกคนที่เอื้อมมือไปแตะต้องตัวเค้า อิชั้นก็เลยต้องจำใจแยกตัวกะทิไปใส่กรงไว้ก่อน ขอบอกว่างานนี้แม้แต่จะอุ้มกะทิไปใส่กรง มันยังเอาติงถีบอิชั้นปั๊ด ๆ แล้วก็แยกเขี้ยวยิงฟันแบบเด็กที่โกรธเอามาก ๆ >0<


ที่สุดแล้ว อิชั้นก็เลยสั่งลูกน้องให้เก็บสองแสบเอาไปไว้ที่อีกออฟฟิศหนึ่งก่อนค่ะ ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ดีไม่ดี อิ่เด็กแฝดที่มาใหม่อาจจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ข้ามมาออฟฟิศของพี่กะทิเลยก็ได้ T^T แปลกใจจริ๊งงง...ก็แค่เอาแมวเด็กเข้าบ้านมาแค่ตัวสองตัวเท่านั้น ทำไมกะทิถึงทำท่าเหมือนโลกของมันจะถล่มซะให้ได้ขนาดนั้นฟระ

ในครั้งหน้าเรามาติดตามเรียลริตี้กะทิ แอนด์ อะ ลิตเติ้ลแกงค์ กันต่อนะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai




วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไปรับสองแสบ


หลังจากพาเจ้าแฝด สองแสบตัวเล็กที่เพิ่งได้มาไปฝากไว้ที่ร้านหมอซะตั้งหนึ่งอาทิตย์ เพื่อให้หมอทำวัคซีน,อาบน้ำ,กำจัดเห็บ หมัด ไร,ถ่ายพยาธิ ให้ เมื่อวานนี้อิชั้นก็ได้ฤกษ์ไปถอยแมวน้อยสองตัวออกจากร้านหมอเสียทีฮ่ะ

งานนี้อิชั้นหอบหิ้วเอายัยกะทิไปด้วย เนื่องจากหมอนัดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หัดเข็มหนึ่ง ซึ่งอิ่ตอนพาเข้ากระเป๋าแมว กะทิก็สงบเสงี่ยมเรียบร้อยดีอ่ะนะคะ แถมยังคุยจ๋อย ๆ แม๊วม๊าว กับอิชั้นตลอดการเดินทางซะอีกด้วย

พอมาถึงร้านหมอ อิชั้นก็แจ้งความประสงค์จะขอรับสองแสบกลับบ้านอ่ะ แต่เผอิญว่าคุณหมอติดเคสผ่าตัดอยู่ ก็เลยต้องเข้าคิวรอซะหน่อย อย่ากระนั้นเลย วางเป๋าใส่ยัยกะทิไว้ แล้วแอบเข้าไปดูแมวเด็กกันดีกว่านะคะ..^0^


หลับปร้อยค่ะ..อิอิ..สองแสบขดกันเป็นซาละเปาสองลูกเลย น่ารักซะไม่มีอ่ะ สังเกตว่าถึงคุณหมอจะพยายามอาบน้ำทำความสะอาดเด็ก ๆ มาเกือบอาทิตย์ หู จมูก ใต้คางก็ยังกระดำกระด่างอยู่ดี..งานนี้คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะขาวปลอดได้ตลอดทั้งตัวเหมือนยัยกะทิ


ที่ดีใจก็คือ..เห็นหลักฐานว่าเด็ก ๆ ใช้กระบะทรายเป็นแล้วค่ะ..ดีใจมว้ากก..ไม่งั้นอิชั้้นคงเครียดอ่ะ เพราะไม่รู้จะหัดมันยังไงดี

"เด็ก ๆ ร่าเริงมากเลยครับ เมื่อคืนเปิดประตูกรงเองได้ด้วยนะ"

ห๊ะ..!!??

เสียงหมอซึ่งมือก็ยังสาละวนกับการผ่าตัดในห้องตะโกนบอก

เอ..เหมือนใครหว่า คุ้น ๆ นะกะทิ 5555+

พักใหญ่ ๆ เลยค่ะ ว่าจะสามารถทำวัคซีนให้ยัยกะทิแล้วรับตัวสองแสบออกมาขึ้นรถได้ งานนี้กะทิขู่แฟร่ด ๆ อยู่ในกระเป๋าตัวเองตลอด ส่วนน้องน่ะเหรอ ร้องกันเจี๊ยวจ๊าว จะออกมาจากตะกร้าให้ได้


งานนี้กะทิหันตรูดให้ตะกร้าน้องตลอดการเดินทางฮ่ะ ดูเหมือนจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย เพราะไอ้ที่คุยจ๋อย ๆ เมี๊ยวม๊าวมาตลอดทางขามา อิ่ตอนขากลับนี่..เงียบสนิท


เดี๋ยวเรามาจับตาดูอิทธิฤทธิ์ของแม่กะทิตอนพาน้องกลับถึงออฟฟิศกันนะคะ

แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

love is all around a cat


ไดอารี่ตอนนี้ของบล็อกยัยกะทิ แอดมินจะเขียนน้อย ๆ ฮ่ะ (จะน้อยได้จริงเร้อ..อุอุ..)

เนื่องจากมีภาพประกอบน่ารัก ๆ เยอะ เลยจะขอเน้นเป็นภาพประทับใจให้ดูกันแบบสบาย ๆ ดีกว่า

อย่างที่เคยเล่าไปนิดหน่อยเมื่อ 2-3 ตอนที่แล้วน่ะนะคะ ว่าช่วงนี้อิชั้นงานยุ่ง แถมบางครั้งยังต้องเดินทางไปต่างจังหวัด 1-2 วัน ซึ่งภาระหน้าที่ในการดูแลแมวก็จะตกเป็นของเสมียนและแม่บ้านที่ประจำอยู่ที่ตึก

เมื่อสามวันที่แล้วก็ตามเคยฮ่ะ อิชั้นต้องเดินทางไปสุพรรณบุรี ค้างที่นั่นคืนนึง ก่อนจะเดินทางกลับในเย็นวันถัดมา สิริรวมแล้วยัยกะทิจะไม่ได้เจอหน้าอิชั้น 2 วันเต็ม ๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นที่กลับมา อิชั้นก็รีบเข้าไปหายัยกะทิฮ่ะ วินาทีแรกที่กะทิเห็นอิชั้น มันปีนกรงแหกปากร้องเรียกจนสุดเสียง เล่นเอาอิชั้นต้องรีบลนลานไขกรงแล้วอุ้มมันออกมากอดแนบอก..

กะทิดูเหมือนดีใจมากอ่ะ..มันคงคิดว่าอิชั้นทิ้งมันไปไหนตั้งนาน แม้ว่าจะเอามันออกมาปล่อยไว้ในออฟฟิศแล้วก็ยังมีร้องแอ๊ววว..ๆ.บ่นอิชั้นเป็นระยะ ๆ..

บ่นไม่บ่นเปล่านะคราวนี้ พอจับขาข้างนึงของมันไว้ มีขู่ครืดดด ๆ เหมือนไม่พอใจเล็กน้อยในลำคอด้วย >.<

อิชั้นก็เลยรีบเทอาหารเปียกใส่ถ้วย ให้มันกินให้เต็มอิ่ม ลูบหัวลูบหางมันสักพัก ก่อนจะปล่อยให้มันเดินหายปลีกวิเวกไปด้านหลังออฟฟิศ

ไม่ถึงห้านาทีถัดมา กะทิก็เดินกลับมา ด้วยท่าทางผ่อนคลายขึ้น สงสัยหายโมโห พายุอารมณ์เริ่มสงบ..

"กะทิ..มานี่มา..ขึ้นมานอนบนโซฟานี่" อิชั้นตบโซฟาข้างตัวปุ๊..ปุ๊..

ได้ผลฮ่ะ..กะทิโดดขึ้นมาทันที ก่อนจะตรงรี่เดินดุ่มเอาขามาเหยียบบนตัก

ไม่นานนักอิชั้นก็ได้ภาพชุดน่ารักชุดนี้มา ♥ เรามาดูภาพน่ารัก ๆ ของยัยกะทิกันนะคะ


♥♥♥


♥♥♥


♥♥♥


♥♥♥


♥♥♥


♥♥♥


 ♥♥♥


♥♥♥


แล้วกลับมาพบกับกะทิได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ ♥♥♥



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


กาลครั้งหนึ่ง เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว


อิชั้นเคยเล่าไปแล้วเมื่อตอนที่รับตัวยัยกะทิและยัยยูกิที่หายไปมาเลี้ยงไว้ที่ตึกใหม่ ๆ น่ะนะคะ ว่าต้องเผชิญกับวิบากแมวอย่างไรบ้าง..แต่ก็น้อยครั้งเลยทีเดียวที่จะได้กลับไปอ่านหรือไปดูรูปเก่า ๆ อีก (เพราะมันมีรูปใหม่ ๆ ฮา ๆ เพิ่มขึ้นในสต๊อกทู๊กก..วัน)

เมื่อวานนี้หลังจากไปหาหลานยัยกะทิที่คลีนิคหมอ อิชั้นก็กลับมานั่งนึกถึงวันแรก ๆ ที่่รับตัวยัยกะทิกับยัยยูกิเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัว ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง แล้วช่วงที่สองสาวนั่นมาถึงตึกใหม่ ๆ มันมีสภาพอย่างไร ถึงแม้ตอนนี้ยูกิจะหายไป 7 เดือนแล้ว แต่อิชั้นก็ยังคิดถึงมันอยู่ไม่สร่างซา


กะทิกับยูกิเป็นแมวขาวมณีทั้งคู่ฮ่ะ ยูกินั้นจะมีอุัปนิสัยที่ขี้อ้อนกว่ากะทิ แต่เสียดายที่วันที่สองที่รับมา แม่บ้านดันปล่อยยูกิหลุดมือไปซะก่อน จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่เคยเจอน้องอีกเลย ก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนใจดีอุปการะมันไว้น่ะนะ

ส่วนยัยกะทิเองนี่โชคดีฮ่ะ ถึงแม้จะหลุดไปพร้อมยูกิ แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นมันท้องโตอยู่ (ก่อนจะพบว่าลูกมันตายในท้องแล้วต้องตัดสินใจทำหมัน) ก็เลยยังวนเวียนอยู่แถวตึก และถูกจับกลับมาได้ในวันต่อมา ถามว่าถ้ายัยกะทิหายไปอีกตัว อิชั้นจะรู้สึกอย่างไร..ก็คงรู้สึกเหมือนมีเด็กในครอบครัวหายไปจากบ้านก็ไม่ปานล่ะนะ

ช่วงที่มาอยู่กับอิชั้นใหม่ ๆ กะทิเป็นแมวที่ค่อนข้างโทรมเอาเรื่องอยู่เหมือนกันฮ่ะ คือจริง ๆ แล้วเจ้าของเก่าเค้าก็เลี้ยงดีพอควรน่ะนะคะ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า เค้าเลี้ยงแบบระบบเปิดให้แมวมีอิสระเสรีเต็มที่ ไม่ได้เลี้ยงยังกะไข่ในหินเหมือนเรา ยัยกะทิก็เลยมีสภาพไม่ต่างจากแมวบ้าน ๆ ที่ตัวยาวหัวหลิม ขาวขมุกขมอมอยู่ไม่สร่างซาแบบนั้น


4 มี.ค 56 วันแรกที่เอากะทิขึ้นตัก...เห็นซี่โครงขึ้นชัดเจน หูเหอตัวเตอ..ดำขมุกขมัวไปหมด


ช่วงเดือนเมษา..พบว่ายัยกะทิลูกตายในท้องทั้งหมดค่ะ เนื่องจากพี่สาวซึ่งเป็นเจ้าของเก่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์พายัยกะทิไปฉีดยาคุมกำเนิดตอนที่มันท้องอยู่..ผลปรากฎว่าต้องพาไปผ่าท้องเอาลูกแมวออกแล้วก็ทำหมันซะ แถมอิ่ตอนกลับมายังติดเชื้อรามาจากร้านหมอด้วยนะ เนื่องจากฝากไว้หลายวันจัด สภาพมันก็เลยยิ่งไม่ต่างจากอิ่แมวซอมบี้


กะทิถูกจับอาบน้ำวันเว้นสองวันฮ่ะ อาการเชื้อราดีขึ้นตามลำดับ ตัวขาวขึ้นทีละน้อย แต่ก็ยังผอมบักโกรกอยู่


น่าเกลียดสิ้นดี 555+ หูก็กาง ขนก็หยาบ บางงงง...จนเห็นผิวหนัง ผอมก็ผอม ปากก็ตุ่ย หน้าก็หงิก แววตาไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย  >.< เวลานั่งหันหลังให้ที..เห็นซี่โครงขึ้นเป็นซี่่ ๆ


7 เดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหกค่ะ บัดนี้ยัยกะทิได้กลายเป็น...อิ่วัวเผือกประจำครอบครัวไปซะละ


เหนียงก็ออก พุงก็ยาน หนอกก็ห้อย..กะทิกลายเป็นที่รักของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่นายแม่..♥


กินอิ่ม..นอนหลับ ที่สำคัญมีคนที่กะทิมั่นใจได้ตลอดเวลาว่าจะรักกะทิไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย


ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เรามาดูภาพประทับใจในวันขี้อ้อนของมันกันนะคะ ♥



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


ไปดูความคืบหน้าของสองแสบ


ช่วงนี้ดวงเดินทางกำลังโคจรรอบดาวแม่ T^T เพราะต้องขึ้นล่องพิษณุโลก-สุพรรณบุรีเป็นว่าเล่น ไอ้ที่คิดจะไปรับไอ้เจ้าสองแสบหลานแมวของยัยกะทิเข้าตึกจากร้านหมอ ก็เลยต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนกระทั่งเมื่อวานนี้พอจะมีเวลาก็เลยรีบรี่จิ่ไปรับ

วินาทีแรกที่สองแสบเห็นอิชั้น มันทำหน้างง ๆ ฮ่ะ เอิ๊กกก.....คงคิดว่่า ยัยตัวเล็กนี่ใครฟระ ใช่คนที่พาเรามาทิ้งให้ถูกอาบน้ำ,กำจัดหมัด,เอาเข็ม(วัคซีน)จิ้ม รึเปล่าหว่า...แต่พออิชั้นทักทายคำแรกเท่านั้น สองแสบก็มีอาการเช่นนี้...


"แอ๊ววว...อิ่เจ๊ของหนูนี่เอง..เอาหนูออกไปที หนูอยากกลับบ้าน แอ๊ววว... >0</"


"ใจเย็นลูก..555+ เดี๋ยวรอพี่เค้าเอาตะกร้ามาให้ก่อน วันนี้กลับบ้านกันเนอะ หนูจะมีบ้านอยู่กันละ ♥" อิชั้นพยามคุยกับมันฮ่ะ จริง ๆ อิชั้นว่ามันฟังรู้เรื่องแหละ เพียงแต่พูดสื่อสารออกมาเป็นภาษาคนไม่ได้เท่านั้นเอง....ดูมันทำท่าดิ่


เจ้าแสบที่ดูเหมือนจะเป็นตัวผู้พยายามเอาหัวชนกรงเต็มที่ คงคิดว่าตัวเองมีพลังงานบางอย่างที่จะแทรกออกตัวออกจากกรงได้สินะ >.<


เท่าที่สังเกตดู งวดนี้สองแสบตัวขาวขึ้นกว่าตอนที่พามาวันแรกเยอะเลยฮ่ะ จากอิ่แมวเด็กรูตะหมูกดำ หูดำ หางดำ ซอกเล็บดำ ตรูดดำ ตอนนี้เริ่มขาวโอโม่ขึ้นมาหน่อยนึงละ แม้ว่าส่วนหางจะดูเหลือง ๆ แต่อิ่เจ๊ก็บ่ยั่น..จริง ๆ แมวจะเป็นสีอะไร สวยแค่ไหนอิชั้นไม่สนใจหรอกฮ่ะ สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดก็คือ มันเป็นแมวที่จะได้รับความรัก และจะเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวจนสิ้นอายุขัยของมันต่างหาก


พอน้องผู้ช่วย เอาตะกร้าชมพูใบที่ใส่มามาใส่สองแสบให้เรียบร้อย อิชั้นก็เลยหิ้วออกไปตั้งหน้าร้านหมอ เพื่อที่จะรอจ่ายเงินค่าฝาก,ค่าอาบน้ำ,ค่าวัคซีน นึกว่าจะได้กลับบ้านด้วยกันวันนี้แล้วเชียว จู่ ๆ แฟนหมอก็บอกว่า

"เอิ่ม..พี่คะ เอาฝากไว้ที่นี่อีกสักวันได้มั้ยคะ พอดีพรุ่งนี้น้องมีนัดฉีดวัคซีนป้องกันลูคีเมียแมวอีกเข็มหนึ่ง"

อ้าว..เง้อ..นี่ถ้าอิชั้นเอาน้องกลับไป ก็หมายถึงพรุ่งนี้อิชั้นก็ต้องหอบมันกลับมาร้านหมออีกรอบงั้นสิเนี่ย

"งั้นก็ได้ค่ะ..งั้นพี่เอาไว้ที่นี่อีกวันนึงละกันเนอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่าย ๆ จะมารับกลับ แล้วจะพายัยกะทิมาฉีดวัคซีนด้วย"


สรุปว่า..สุดท้ายสองแสบก็ยังไม่ได้ออกจากร้านหมอเลยค่ะ ก็คงจะได้กลับบ้านกันวันนี้แหละ ก็ดีเหมือนกัน เพราะอิชั้นก็คงต้องรีบกลับไปเตรียมความพร้อมที่ตึก ว่าจะเอายังไงดี..งานนี้กะทิต้องเจอศึกหนักเพราะต้องมีสมาชิกแปลกหน้าเข้ามาแหยมในบ้านตัวเองถึงสองตัว..

กลับมาติดตามความคืบหน้าของสองแสบกับหนึ่งวัวเผือกว่าจะเข้ากันได้ดีรึเปล่ากันในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai