วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เจ้าหนมปัง ตอน เดี๋ยวก็ผลุบ เดี๋ยวก็โผล่


หลังจากที่ปล่อยไอ้เด็กตัวเหี่ยวไว้ที่ระเบียงหลังบ้าน โดยทิ้งสเบียงไว้ให้นิดหน่อย เผื่อว่ามันจะกล้าออกมากิน อิชั้นก็แว่บออกไปทำงานฮ่ะ แต่ก่อนหน้านั้นก็มีแวะบอกกล่าวคุณนายของบ้านไว้หน่อยนึง ว่ามีแมวหลงมาอยู่ข้างบนตัวนึงนะ เพราะคิดว่าให้คุณนายรับรู้ไว้หน่อย เผื่อจะได้กักตัวพี่ครีมเอาไว้ข้างล่าง ไม่ขึ้นมาไล่ฟัดแมวข้างบนเข้าให้


แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นฮ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณนายแม่ไม่อยากให้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวอยู่บนบ้าน หรือเป็นเพราะอิชั้นเปิดประตูระเบียงทิ้งไว้กันแน่ เพราะพอกลับมาจากที่ทำงาน..อิ่เด็กหลงแม่ก็หายตัวไปซะแระ...

เอาเถอะ..นาทีนั้นอิชั้นคิดว่า ก็ดีแล้ว...บางทีมันอาจจะแค่หนีแม่ออกมาเที่ยวแล้วหาทางลงจากชั้นบนบ้านของอิชั้้นไม่เจอ ในเมื่อมันหาทางลงเองได้แล้ว ก็แล้วกันไปเต๊อะ..


อิ่เด็กเหี่ยวสีเปรอะหายหน้าไปสองวันฮ่ะ...ค่ำคืนนึง ช่วงที่อิชั้นนั่งส่องเฟสชาวบ้านอยู่อย่างเมามัน จู่ ๆ หางตาก็เห็นตัวอะไรย่องตะคุ่ม ๆ มาจากใต้ตู้เสื้อผ้าด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

"เฮ่ย...." อิชั้นอุทานอยู่ในใจ นึกว่าตัวเองตาฝาด...

...ไอ้เด็กหลงแม่ตัวนั้นนี่นา...

ป๊าดดด..อิชั้นเผลอยิ้มที่มุมปาก นึกว่ามันเหาะระเห็จลงจากชั้นบนบ้านไปเรียบร้อยไปตั้งแต่เมื่อสองวันที่แล้วละ นี่แสดงว่ามันแค่ย้ายที่ซ่อนอย่างงั้นเหรอ

ไอ้เด็กซี่โครงบานเงยหน้าขึ้นสบตาอิชั้น แล้วก็ค่อย ๆ กรอเทปกลับ..หุหุ คือค่อย ๆ เดินถอยหลังช้า ๆ ถอยกลับเข้าใต้ตู้ไปอย่างหน้าด้านๆ

มันคงคิดว่า...ซรวยแระ อิ่เจ๊ตัวเล็กนี่ดันจับได้ซะละ ว่าตรูยังไม่ได้ไปไหน..แต่ช้าไปแล้วฮ่ะ เพราะ ณ.จุดนั้น อิชั้นได้เอาปูนป้ายหัวมันไว้เป็นที่เรียบร้อยแระ (ขออธิบายคำ่า เอาปูนป้ายหัวซึ่งเป็นสำนวนเก่าหน่อยนะฮะ เผื่อคนรุ่นใหม่ๆ จะไม่เข้าใจ เอาปูนป้ายหัว หมายถึง ตั้งเป้าหมายไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ประมาณนี้นะฮะ)

ค่ำนั้น อิชั้นรอจนดึก...ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ คือรอจนกว่าคุณนายแม่กับพี่ครีมจะเข้านอนซะก่อน แล้วก็คว้าไฟฉายพร้อมฉีกอาหารซองของพี่ครีมลากชุดนอนลายหมีไปก้ม ๆ เงย ๆ แถวใต้ตู้นั่นล่ะ

แล้วก็โป๊ะเชะ...อิ่เด็กตัวเปรอะนั่งตัวงอหน้าตาตื่น ๆ ส่งเสียงครืด ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งใต้ตู้เสื้อผ้านั่น

"ไง..แก ชั้นนึกว่าแกลงไปแล้วนะเนี่ย หิวป่าวล่ะ"

อิ่เด็กมอมส่งเสียงครางในลำคอดังขึ้น พลางแยกเขี้ยวแสยะฟัน ซึ่งจากประสบการณ์อันช่ำชองในการเลี้ยงแมวสองตัวถ้วนมาสองปี...อิชั้นแปลได้ทันทีว่า...มันขู่ !!

"อีกละ ขู่ชั้นอีกละ อ่ะ ขู่ก็ขู่ไป ขู่ด้วยกินด้วยก็ได้เอ้า" อิชั้นใช้วิธีเดิมก็คือเอาไม้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปใต้ตู้ พัฒนากว่าเดิมเล็กน้อยอิ่ตรงคราวก่อนนั่งคุดคู้ แต่คราวนี้แม่มมม..นอนพังพาบคว่ำกับพื้นเลย 555

เหมือนเดิมฮ่ะ อิ่เด็กตัวมอมแยกเขี้ยวแฟร่ดดด..แต่ก็ยอมกินอาหารด้วยท่าทางหิวโหย แป๊บเดียวเท่านั้นล่ะ อาหารทั้งซองก็เกือบหมดถ้วย

อิชั้นปล่อยให้มันได้คลายความกลัวด้วยการทิ้งมันไว้ตรงที่เดิมฮ่ะ ตั้งใจไว้ว่าถ้าพรุ่งนี้เช้ามันยังอยู่ ก็จะผูกมิตรกันด้วยอาหารอีก....อิ่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่า เอาวะ..ในเมื่อแกหลงมาแล้วยังไม่ได้หลงไป ตราบใดที่แกอยู่บนบ้านชั้นนี่ แกก็ไม่อดตายหรอก

คิดได้ดังนั้นอิชั้นก็เข้านอนฮ่ะ.....

เช้าขึ้นมา เพิ่งจะแหกขี้ตาตื่น อิชั้นก็ไปก้มๆ เงยๆ มองหาแขกไม่ได้รับเชิญใต้ตู้ก่อนซะแระ...แต่ผลปรากฎว่า มันหายไปอีกแล้วอ่ะ คุณผู้โชมมมมม...

เฮ้อ...นาทีนั้นอิชั้นหัวใจฝ่อลงวูบหนึ่ง คือแบบว่า พยายามผูกมิตรมาสองรอบแล้วอ่ะนะ แล้วจู่ ๆ มันก็หายตัวไปอีก เดาว่าคราวนี้มันคงแอบวิ่งตามแม่ที่ลงไปเปิดร้านช่วงเช้าไปแล้วล่ะกระมัง

...ช่างมันเหอะ...ก็ใช่ว่ามันหลงขึ้นมาแล้วเราจะต้องรับเลี้ยงมันไว้ตลอดชีวิตซะเมื่อไหร่...

พยายามที่จะลืมๆ มันไปละกัน ก็อิ่แค่แมวเด็กผอมโกรกตัวนึงที่หลงขึ้นมาติดอยู่บนบ้าน แต่่การณ์กลับกลายเป็นว่า เช้าวันถัดมา ขณะเดินกวาดบ้านอยู่นั่นเอง..สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เที่ยวแอบอยู่ตรงนั้นตรงนี้ก็กลับโดดผลุงออกจากกองข้าวของทางขึ้นชั้นสามของบ้านอีก

คงไม่ต้องบอกแล้วเนอะ..ว่าใคร..หึหึ

อิชั้นเริ่มหายตื่นเต้วแล้วฮ่ะ แหม...ก็พี่เล่นเปลี่ยนที่ซ่อนเป็นรายวัน นี่ถ้าอิชั้นไม่ลุกขึ้นมากวาดบ้านก็คงไม่เจอที่แอบที่ใหม่ของมันล่ะมั๊งเนอะ คราวนี้เห็นชัด ๆ เลยฮ่ะ ว่าอิ่เด็กนินจาวิ่งปรู๊ดดเข้าไปแอบอยู่ในตู้หลังเก่าที่เปิดกระจกด้านล่างของตู้ไว้

อิ่หร็อบเดิม เดือดร้อนอิ่เจ๊ต้องลากถ้วยอาหารเอาไม้จิ้มไปป้อนมันอีก !!

ต๊ะเอาไว้มาเล่าต่อวันพรุ่งนี้นะคะ เขียนทีไร ยาวทู๊กที :)















วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ขนมปัง..ชื่อนี้แกได้แต่ใดมา


ทิ้งไดอารี่บล็อกยัยกะทิไปซะเกือบสองอาทิตย์ ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ มัวแต่ไปบูรณาการแม่โกกิกับยัยกะทิ ที่ดันเป็นหวัดรับฤดูฝนซะได้ ป้อนยากันยาวเลย..แต่ตอนนี้แข็งแรงบึกบึนกันหมดละ ก็เลยได้มีเวลามาเขียนบันทึกเรื่องไอ้หนมปังซะที

หลาย ๆ คนที่อ่านไดอารี่ยัยกะทิ คงพอจะนึกออกล่ะนะคะ (ใครนึกไม่ออกย้อนกลับไปอ่าน ตอนเดิม ๆ ได้เด้อ) ว่าอิชั้นเจอลูกแมวหลงแม่อยู่ตัวนึง..เอิ่ม อันที่จริงคงต้องบอกว่า มันเจออิชั้นมากกว่า เพราะจู่ ๆ ในเช้าวันนึง มันก็บุกขึ้นมาเยี่ยมอิชั้นถึงบนบ้าน

เล่นซ่อนแอบกับอิ่เจ๊เหรอ หึหึ..
ไอ้การที่จู่ ๆ จะมีแมวเด็กจับพลัดจับพลู ขึ้นมาถึงชั้นสองของบ้านนี่ไม่ใช่ใครจะพบเจอกันได้ง่าย ๆ นะค้า ยิ่งเป็นบ้านที่มีพี่ครีม น้องหมาขาโจ๋ (โจ๋แต่ขา แต่ฟันลาโลกไปหมดแระ มีแต่เหงือก เพราะอายุอานามปาเข้าไปน่าจะย่าง 12 ขวบ) ยึดครองชั้นบนอย่างเต็มรูปแบบอยู่ด้วยแล้ว คงมีแมวไม่สักกี่ตัวหรอก ที่อยากจะหลงขึ้นมาถึงข้างบนนี่

เฮ้ย..น่ารักอ่ะ
แต่อิ่เด็กตัวเหี่ยวนี่มันขึ้นมาฮ่ะ...

ด้วยความที่มันยังเด็ก แลดูรูปทรงก้อนขี้ริ้วของมันแล้ว น่าจะอายุสักสามเดือนได้กระมัง และคงถูกไล่ตีไล่แห่มาจากบ้านอื่นจนในหัวมีแต่เรื่องร้าย ๆ พออิชั้นอยากจะผูกมิตรไมตรีด้วยสักหน่อย มันก็เลยวิ่งหนีจู๊ดดด..เข้าไปแอบอยู่ตรงกองข้าวของที่ระเบียง แถมยังขู่แฟร่ ๆ ทำท่าจะกัดอิชั้นเข้าให้...

นาท่ีนั้น ขำก็ขำ สงสารก็สงสารฮ่ะ โธ่ถัง..ตัวก็กะเปี๊ยกเท่านี้ นี่แกหลงแม่มาแต่ไหนกันล่ะนี่...

ไอ้ครั้นจะจับก็จับก็คงยังจับไม่ได้ (เพราะคงทั้งกัดทั้งข่วนอิชั้แน่ ๆ) สุดท้ายก่อนไปทำงานก็เลยตัดสินใจเอาน้ำกับอาหารเม็ดพี่ครีมวางไว้ตรงที่มันซ่อน แถมใจดีสุด ๆ ด้วยการฉีกขนมปังแผ่นๆ ที่ตัวเองปิ้งกินวางแหมะไว้ตรงทางออกของซอกเล็ก ๆ อีกหน่อยนึงด้วย....... (เอ๊ะ ก็เผื่อมันกินอาหารเม็ดไม่เป็น มันจะได้แทะหนมปังกินได้มั่งอ่ะ)

กลัวกินอาหารเม็ดไม่เป็น ก็เลยบิขนมปังแผ่นไว้ให้
ปัญหาก็คือ....ความกลัวน่าจะชนะทุกสิ่งในโลกอันโหดร้ายของอิ่แมวเด็ก เพราะจนแล้วจนรอด รอนานเป็นครึ่งๆ ชั่วโมง มันก็ไม่ยอมออกมา (อุ๊บะ๊.....พลอยทำให้อิ่เจ๊ไม่ได้เป็นอันออกไปทำงานซะที)

นึกในใจว่า หิวตายแน่แกเอ๊ยยย..นาทีนั้นอิชั้นรู้สึกสงสารปนเอ็นดูมันตงิดๆ

เอางี้ละกัน..ออกมาไม่ได้ เดี๋ยวเจ๊จัดให้

ความกลัวว่ามันจะหิวตายซะก่อน ทำเอาอิชัั้นต้องฉีกซองอาหารเปียกพี่ครีมแล้วลากถ้วยพร้อมไม้ตะเกียบมาตั้ง.... (ไม่มีอาหารแมวฮ่ะ ก็เลยจำเป็นต้องเอาอาหารหมาของพี่ครีมมาให้กินประทังชีวิตไปก่อน) ชะเง้อสบตาไอ้สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในซอกติ่งนั่นนิดนึง...แล้วก็ใช้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปจนสุดปลายไม้

มอบรางวัลครีเอตีฟ..ให้อิชั้นที
"เอ้า..ไอ้ตัวเล็ก หิวป่าว กินนี่มะ อร่อยนะเฟร้ย" อิ่เจ๊ทำน้ำเสียงอ่อนหวาน (นี่อ่อนหวานแล้วเหร่อะ !!??)

นิ่ง....แล้วก็ แฟร่....

ทดลองดู เผื่อมันจะกินทางตรูดได้มั่ง !!?
"ไม่เป็นไร ชั้นไม่ทำไรแกหรอก กินหน่อยน่า นี่ไม่ได้กินอะไรมากี่วันแล้วล่ะเนี่ย" ใครส่งอิชั้นไปเป็นเซลล์ขายน้ำยาล้างส้วมที อิชั้นว่าอิชั้นมีทักษะในการอ้อนวอนคน เอ๊ย..อ้อนวอนแมวนะ


ไอ้ตัวเล็กทำจมูกฟุดฟิด ฮั่นแน่......ได้กลิ่นอาหารแล้วสิท่า กินเด่ะ ๆ ๆ (พี่คะ พี่โตแล้วนะคะ พี่ใช้ภาษาวิบัติแบบนี้ได้หรือคะ ??!! )

"กินก่อน อิ่มแล้วจะไปก็ไม่ว่า..อ่ะ...กินสักหน่อยเหอะ อร่อยน๊าาาา" อิชั้นยื่นปลายไม้จนอาหารแทบจะแตะจมูกมัน ได้ผลฮ่ะ เพราะไอ้ปากเล็ก ๆ นั่นแม้ว่าจะส่งเสียงแฟร่ออกมาเบา ๆ แต่ก็แลบลิ้นมาเลียอาหารแผล่บ....


แค่เสี้ยววินาที ด้วยความหิว..ไอ้เด็กเหี่ยวก็งับอาหารเปียกพี่ครีมเข้าไปจนเต็มคำ


...เฮ้ย..มันกินโว้ย..5555

ชิ้นแรกตามด้วยชิ้นที่สอง สามสี่ จนอาหารเปียกพี่ครีมเกือบหมดถ้วย แม้ว่าจะเริ่มเหน็บกิน กับการที่นั่งงอเข่าคุดคู้อยู่ในท่าเดิม ๆ เพื่อยื่นอาหารเสียบปลายไม้ให้ไอ้เด็กหลงทาง แต่ก็อุ่นใจที่มันยอมกินนะ


หลังจากที่ให้มันกินจนคิดว่าน่าจะอิ่มพอดูแล้ว อิชั้นก็ตัดใจจะทิ้งมันไว้อย่างนั้นฮ่ะ

ด้วยความคิดว่า เอาเหอะ..เมื่อแกขึ้นมาได้ และไม่ยอมให้ชั้นจับลงไป แกนึกอยากจะลงไปหรือออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามใจแกละกัน จากนั้นอิชั้นก็เปิดประตูระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างไว้ แล้วก็รีบออกไปทำงาน

เริ่มยาวแล้วแฮะ อาบน้ำไปทำงานก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังต่อนะคะ





วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หวัดรับประทานกันกลางฤดูฝน (ไข้หวัดแมว)


ไม่ใช่คนหรอกฮ่ะ มอ.แมวต่างหาก >0</

เมื่อวานนี้เล่าให้ฟังเรื่องที่อิ่เจ๊พายัยโกกิไปหาหมอเนื่องจากมันเป็นหวัดมาแล้วอ่ะนะคะ บางคนคงงง ๆ เอ๊ะ กะอิ่แค่แมวเป็นหวัด จะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนักหนา เป็นเองได้ก็หายเองได้ แค่หวัดเอ๊งงงง..จิ๊บ ๆ

ขอบอกว่าเรื่องหวัดกับแมวนี่เป็นอะไรที่ประมาทไม่ได้เลยฮ่ะ เพราะโรค "หวัดแมว" เป็นโรคที่นอกจากจะติดต่อกันระหว่างแมวกับแมวง่ายมากแล้ว (ติดทางน้ำมูก,น้ำลาย,น้ำตา สารคัดหลั่งจากร่างกายแมวทุกชนิด แม้แต่หายใจรดกันก็ยังติด !!) ยังมีอัตราการตายที่สูงอีกด้วย เนื่องจากหากเป็นแมวที่ไม่มีเจ้าของ ก็จะมีอาการที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงขนาดร่างกายขาดอาหารและน้ำ(เนื่องจากเป็นแผลในปากจนกินอะไรไม่ได้) หลอดลมอักเสบ จนถึงขั้นพัฒนากลายเป็นปอดบวม แม้แต่แมวที่มีเจ้าของเอง หากเจ้าของไม่ได้ใส่ใจคอยสังเกตความผิดปกติของแมว ก็อาจรู้ตัวว่าแมวของตัวเองเข้าขั้นตรีฑูตเมื่อสายเกินไปแล้วก็ยังได้

ไม่ได้ขู่นะเฟร้ย..อันนี้เรื่องจริง (อิ่เจ๊ยืนยัน)

อ่ะ..กลับมาว่ากันต่อเรื่องยัยโกกิ หลังจากพาโกกิไปหาหมอแล้วก็ถูวินิจฉัยว่าเป็น ไข้หวัด แน่นอนแล้ว ยัยโกกิก็โดนฉีดตรูดมาสองเข็มฮ่ะ เข็มนึงรักษาอาการอักเสบ และอีกเข็มนึงฆ่าเชื้อ ส่วนตัวยาก็มีสามตัว เป็นยาแก้หวัด 1 ยาฆ่าเชื้อ 1 ส่วนอีกตัวก็เป็นยาละลายเสมหะ


ส่วนยัยกะทิ แม้จะไม่มีอาการ กินได้ดีเป็นพายุบุแคม ว่างเป็นหลับขยับเป็นกิน เป็นที่น่าชื่นใจต่อผู้พบเห็นตลอด ๆ นั้น ก็ไม่พ้นกับการต้องกินยาแก้หวัด 1 ตัวเช่นกันฮ่ะ เนื่องจากสองพี่น้องนี่ หลับเกยกันตลอด คือ โกกิมีอาการหวัดมาเป็นอาทิตย์แระ จะจับแยกตอนนี้ก็คงไม่ทันละล่ะ ทางเลือกก็คือ ก็ให้อยู่ด้วยกันนั่นล่ะ แต่กินยาไปพร้อม ๆ กันซะทีเดียว

โกกิน่าสงสารค่ะ เข้าใจว่าหิวล่ะ แต่เจ็บคอ มีเสลดพันคอ ก็เลยกินอะไรไม่ค่อยได้ เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่สองของการป้อนยาเด็กป่วย ก่อนเข้าออฟฟิศ อิ่เจ๊ก็เลยแวะซื้อ "ต้นไผ่เงิน" เอามาให้แทะเล็มเพื่อให้โกกิสำรอกเสลดออกมาได้บ้าง..

พอเอาไผ่เงินมาตั้งในออฟฟิศป๊าบ....ฝูงแมวซอมบี้ก็มารุมล้อมทันทีฮ่ะ


ต้นไผ่เงินนี้เป็นหนึ่งในต้นไม้ใบหญ้าที่แมวชอบกินและดีต่อสุขภาพแมวฮ่ะ ใครที่ขี้เกียจปลูกข้าวสาลีออแกนิกซ์ที่กำลังโด่งดังให้แมวกินบ่อย ๆ ก็เลือกซื้อมาสักต้นสองต้น มีดินก็ลงดิน ไม่มีดินก็ลงกระถาง ที่สำคัญก็คือให้โดนแดดบ้าง ให้น้ำประจำ เมื่อมันแตกกอใหญ่ก็สามารถแบ่งเป็นกอเล็ก ๆ ปลูกลงกระถางอื่นๆ ได้ แมวชอบกินมากอ่ะ ขนาดโกกิเจ็บ ๆ คออยู่ ยังแดร่ก...ยังกะเป็นหมีแพนด้าซะรอบวง


ยัยโกกิกินเอา ๆ สักพักก็หลบไปนอนแอ้งแม้งแล้วก็....."ขย้อน" เอาใบไผ่ที่จับเสมหะในลำคอออกมาดังภาพที่แสดงข้างล่างนี้ (เหมือนเขียนรายงานส่งคุณครูตอน ม.1 เลยเนอะ 5555+)


อิ่เจ๊ไม่รอช้าฮ่ะ รีบคว้ากระดาษชำระไปโกยทิ้ง เช็ดให้แห้งแล้วหยอดยาฆ่าเชื้อโรคลงไปจึ๋งนึง (จริง ๆ เป็นเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคของอิ่เจ๊ที่อิ่เจ๊พกไปเอง)  เช็ดถูเป็นวงกลมบริเวณนั้น หวังไว้ในใจว่า การเช็ดถูเป็นวงกลม จะทำให้เชื้อโรคที่ออกมาพร้อมเสลดมึนงง หมดฤทธิ์ที่จะติดต่อกับแมวตัวอื่นๆ โดยเฉพาะยัยกะทิต่อไป

พอขย้อนเอาเสลดออกมาได้บ้างปั๊บ โกกิก็เริ่มกินข้าวได้ฮ่ะ..


คงเหมือนนคนแหละเนอะ เจ็บคอ มีเสลด เป็นไข้ ขรี้ไม่ออก(อันหลังนี่อิ่เจ๊ละ) พอได้กินยา ได้ตัวช่วยที่ทำให้คอโล่งขึ้น ก็หิว..อยากกินขึ้นมาทันที

กินเสร็จพี่หน่องก็มาพอดี..ผลเหรอคะ หึหึ..ไปอ้อนพี่หน่องซะงั้น (พี่หน่องรักค่ะ กอดรัดฟัดเหวี่ยง จุ้บ ๆ กันทุกวัน)


มีการแอบไปนอนด้วยเป็นพัก ๆ .. คิดว่าคงพยายามฝันถึงเลขเด็ดเอามาบอกอิ่เจ๊เพื่อเป็นค่าหมอ


โถ...ลำตัวซูบผอมเป็นก้อน ๆ เชียว น่าสงสารนิ...(ใช่เหรอ).... T^T

ตอนนี้ก็ต้องอาศัยพี่ ๆ ที่ออฟฟิศช่วยกันป้อยยาค่ะ อิ่เจ๊กังวลมากหน่อย เพราะกรงของกะทิกับโกกิไม่ค่อยจะพ้นละอองฝนชื้นๆ เลย ขนาดอยู่ใต้ตึกมีหลังคาคลุมตลอดนะคะนี่ แต่เนื่องจากที่ตึกเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่มีใต้ถุนสูง ดังนั้นอาคารหลังนี้ก็เลยมีลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา ยิ่งช่วงไหนฝนตก ลมจะแรงเป็นพิเศษ และไอ้ลมนี่ล่ะที่พัดเอาละอองเล็ก ๆ ของฝนเข้ามาใส่กรงด้วย ก็ได้แต่พยายามหาวิธีกันฝนให้ เวลาฝนตกก็เที่ยวโทร.บอกลูกน้องที่อยู่โยงเฝ้าตึกให้คอยดูว่าละลองฝนถึงกรงมั้ย หาอะไรต่อมิอะไรมาปิดกรงให้ สงสัยวันนี้คงต้องเพิ่มมาตรการให้ความอบอุ่นกันใหม่ เพราะอาการเย็นลงทุกที

แล้วจะเก็บภาพกีฬามัน ๆ วันเป็นหวัดของยัยโกกิมาฝากกันใหม่นะคะ

เจอกันกับไดอารี่บล็อกยัยกะทิคราวหน้าค่ะ





วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เมื่อโกกิเป็นหวัด


เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่ยัยโกกิมาอยู่ด้วยกันนี่ นี่เป็นหวัดที่สองของยัยตัวดีแล้วฮ่ะ

ครั้งแรกเมื่อตอนมาอยู่ด้วยกันใหม่ ๆ ก็ราว ๆ สักหนึ่งขวบปีก่อนได้ ระหว่างที่โกกิอยู่ในช่วงกักกันโรค (เวลาเอาแมวใหม่เข้ามาในบ้าน ต้องพยายามทำวัคซีน+กักโรคไว้สักระยะก่อนเอาไปรวมกับแมวเก่าของเรานะคะ เพื่อให้แน่ใจว่า แมวใหม่จะไม่เป็นพาหะนำเชื้อโรคต่างๆ มาติดแมวที่เลี้ยงในระบบปิดของเราอีกทอดหนึ่ง) ยังไม่ทันจะได้เอาไปรวมกับพี่กะทิในกรงเลย เช้าวันนึง......อิ่เจ๊ก็สังเกตุว่าโกกิไอ...

คราวนั้นโกกิยังเล็กฮ่ะ สักสามเดือนหน่อย ๆ ได้มั๊ง พอรู้ตัวน่าจะติดหวัด อิ่เจ๊ก็เผ่นแน่บพาโกกิไปหาหมอ ก็พี่หมอตูนที่เปิดคลินิคอยู่หน้าตึกแหละ ซึ่งแน่นอนว่า คราวนั้นต้องกินยากันเป็นแรมเดือน แถมยังต้องขังกรงแยกกับพี่กะทิจนกว่าจะหายดีซะอีกด้วย เพราะไอ้เจ้าไข้หวัดของแมวตัวนี้ติดกันได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะทางลมหายใจ,อาหารการกิน,น้ำมูก,น้ำลาย,น้ำตา เรียกว่าเดินเฉียดกันแค่หน่อยนึงเชื้อไวรัสก็กระโดดเกาะขาหน้าของอีกตัวได้ละ T^T (อุปมาคล้ายอีโบล่าแมวยังไงยังงั้น แต่ดีที่รักษาได้ อัตราการตายต่ำกว่าหลายร้อยเท่า)

เค้าป่วยแหละตะเอ๊งงงง....

คราวนี้อาการหวัดมันกลับมาอิ่ตอนหน้าฝนตกชุกๆ พอดีฮ่ะ ด้วยความที่กรงของสองสาวอยู่ใต้ตึก ดังนั้น จึงมีลมพัดผ่านค่อนข้างแรง แถมบางช่วงที่ฝนตกอิ่เจ๊สันนิษฐานว่า คงจะมีละอองฝนปลิวตามแรงลมมาใส่กรงบ้างล่ะ ผลหรือคะ..ยัยโกกิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแมวที่บึกบึนที่สุดในบ้าน ป่วยเป็นไข้หวัดซะจนได้

ตอนแรกอิ่เจ๊ก็ไม่แน่ใจหรอกฮ่ะ แม๊....ก็มีอย่างเหรอ..เลี้ยงระบบปิดแท้ ๆ ไอ้ไข้หวัดตัวดีมันจะตะกายมาจากไหนฟระ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองที่เพิ่งป้อนยาถ่ายพยาธิให้สองสาวกันไป ซึ่งแทนที่จะทำให้กินเก่งอ้วนพีขึ้น ยัยโกกิกลับกินน้อยลง ๆ ๆ แถมซึมลง ๆ ๆ ซะอย่างนั้น ต่างกับพี่กะทิ ที่กินเป็นพายุบุแคม กินแบบทำลายล้าง กินแบบแอดว้านซ์ขั้นสูงสุด >.<

อิ่เจ๊ก็พยายามคิดในแง่ดีฮ่ะ ว่าคงเป็นเพราะฤทธิ์ของยาถ่ายพยาธิกระมัง มันคงเบื่ออาหารไป 2-3 วัน แต่จนแล้วจนรอด 4 วันก็แล้ว 5 วันก็แล้ว มันก็ยังกินน้อยเช่นเดิม แถมหนักข้อเข้าไปใหญ่ตรงที่ปกติจะมาเล่นนัวเนียกับอิ่เจ๊เป็นประจำ กลับหมางเมินเหมือนโกรธกันเรื่องอิ่เจ๊ปันใจไปให้แมวจรหลังบ้าน (จริง ๆ ตั้งใจจะเล่าเรื่อง "ไอ้หนมปัง" ต่อฮ่ะ แต่เอาไว้ก่อนเนอะ)

หนูซึมนะเจ๊...ไม่ได้ง่วงอย่างที่เจ๊เข้าใจอ่ะ !!

เมื่อวานนี้อิ่เจ๊เพิ่งแน่ใจอ่ะ ว่าโกกิมันโดนหวัดแดร่กเข้าให้แล้ว สถานการณ์การรับรู้ก็ไม่มีไรมากฮ่ะ ด้วยความที่กังวลเรื่องโกกิซึม กินน้อยอยู่ ก็เลยพยายามสั่งลูกน้องที่ตึกให้คอยสังเกตอาหาร ไม่ค่อยกินอาหารก็เที่ยวไปหาไข่ต้มมาบิเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้กิน ลูกน้องก็ดีใจหาย..ช่วยดูแลให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ปัญหาก็คือ ก่อนหน้านั้นมันไม่มีอาการที่ส่อว่าจะเป็นหวัดให้เห็นชัด ๆ ไอก็ไม่ไอ ตาก็ไม่แฉะ (แต่อิ่เจ๊สังเกตเห็นขอบตามันแดง ๆ ปริ่มๆ น้ำตามาตั้งแต่วันก่อน) ลูกน้องก็เลยบอก..ไม่เป็นไรม้างงง..พี่แหม่ม มันคงเบื่ออาหารเฉยๆ แหละ

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น.....เช้าวันก่อนอิ่เจ๊เข้าออฟฟิศไวกว่าปกติเล็กน้อย และเดินไปไขกุญแจจะพาสองสาวเข้าออฟฟิศมากินข้าว มาวิ่งเล่นเหมือนเคย แต่พอไขกุญแจเท่านั้นล่ะ ยัยโกกิที่นอนเอาคอพาดตะกร้าอยู่ในกรง ก็หันมาสบตาด้วยแววตาตัดพ้อ

จากนั้น...ภาพเก่า ๆ ที่เคยเห็นเมื่อปีก่อนโน้นก็กลับมาอ่ะ....

โกกิมันไอ !!!....(หนูเปื่อย ๆ เห็นป่ะ หนูไอ หนูไอ !........เหมือนโกกิมันจะบอกงั้น)

ให้ตายดิ่..เหมือนมันจะตั้งใจไอให้อิ่เจ๊เห็น เพราะมันหันมาสบตา แล้วส่งเสียง "ครึิด ครึ้ดดด...ครึก ครึกก.." อยู่ในลำคอเหมือนเด็กมีเสลดและเป็นหวัด...ส่งผลให้อิ่เจ๊ยืนสตั๊นไปสามวิ ก่อนจะรีบคว้าตัวยัยกะทิออกจากกรงไปโยนไว้ในออฟฟิศ ล็อกกุญแจห้อง แล้วกลับมาคว้ายัยโกกิอุ้มขึ้นบ่าวิ่งแน่บไปหาหมอตูนที่คลินิกหน้าบ้าน

"หมอคะ...พี่สงสัยว่าโกกิมันเป็นหวัด" หมอตูนมองหมูขนสีขาวที่ถูกอุ้มพาดบ่าด้วยสีหน้างง ๆ

"อาการมันเป็นไงคะพี่"

"มันไอค่ะ (ข้อนี้เจ๊แน่ใจ !) ไม่ค่อยกินข้าวมา 4-5 วันละ ตอนแรกนึกว่าเพราะป้อนยาถ่ายพยาธิ (ข้อนั้นอิเจ๊ไม่ค่อยมั่นใจ) ก็พยายามจับตาดู แต่ผลปรากฎว่าเมื่อวานขอบตามันเริ่มแดง ๆ ซึม แล้วก็ไอด็อกแด็กเมื่อตะกี้นี้อ่ะ"

หมอตูนรับตัวโกกิจากบ่าเข้าไปวางบนโต๊ะตรวจไข้ คลำดูหลอดลมโกกิแป๊บนึง ซึ่งไอ้เจ้าโกกิก็ทำท่าขย้อนไอให้เห็น...เรียกว่าโชว์ออฟอาการเต็มที่ งานนี้หมอตูนก็เลยถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันมาบอกอิ่เจ๊ว่า

"หลอดลมอักเสบค่ะ ถ้าลงปอดก็จะกลายเป็นปอดบวม อันตรายนะคะ นี่ก็เรียกว่าเป็นหวัดล่ะ เดี๋ยวหมอฉีดยากับให้ยาไปกินนะคะ พี่แหม่มต้องแยกกะทิกับโกกินะ ไม่งั้นกะทิจะติดด้วย"

ครือออ..น้องหมอคะ มันอยู่ด้วยกันมาเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ กินด้วยกัน นอนด้วยกัน เกือบ 24 ชั่วโมง กะทิยังปกติดีทุกอย่าง ถ้ามันติดป่านนี้มันคงติดไปแล้วมั๊งคุณหม๊อออ...

"หรือถ้าไม่แยกก็ต้องคอยสังเกตอาการค่ะ ว่าติดด้วยมั้ย จะได้เอามาหาหมออีกตัว"

"คงแยกลำบากค่ะ เพราะไม่มีอุปกรณ์สำรองสำหรับแยกกรงเลย ขังรวมได้มั้ยคะ แล้วขอยาแก้หวัดหมอไปให้กะทิด้วย"

"แต่ถ้าไม่มีอาการ กินยาไปก็เปล่าประโยชน์นะคะ" เฮ้ย..หมองกโว้ย ไม่ยอมจ่ายยาสำหรับกะทิด้วย อิ่เจ๊หน้าบูดเป็นตรูดลิง ปานประหนึ่งเสี้ยนยา(แก้หวัด)ซะเอง

"ยาแก้หวัดแบบที่เคยให้กะทิกินกันไว้คราวก่อนก็ได้ค่ะ" อิ่เจ๊ตื๊อ..

"อือ์ม..ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวจ่ายยาแก้หวัดให้กะทิกินตัวนึง ส่วนโกกิ เดี๋ยวหมอฉีดยาฆ่าเชื้อให้เข็มนึง ยาแก้อักเสบอีกเข็ม แล้วก็มียาละลายเสมหะกับยาฆ่าเชื้อ,ยาแก้หวัด ไปให้กินครบชุดนะคะ"

สรุปว่างานนี้อิ่เจ๊โดนไป 500 บาทขาดตัวฮ่ะ.....จริง ๆ แล้วไม่ได้ยี่หระเรื่องเงินหรอก พอมีจ่ายอยู่แล้วสำหรับเรื่องแบบนี้ แต่กังวลเรื่องความปลอดภัยของมันเท่านั้น โชคดีที่มีคลินิคหมอมาตั้งหน้าบ้าน ไม่งั้นคงได้เผ่นแน่บพาแมวเข้าเมืองกันแบบทุลักทุเลแน่ๆ

ยาวแระ.....เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังต่อตอนหน้านะคะ..วันนี้ขออาบน้ำไปดูอาการสองแสบก่อนค่ะ ว่าเป็นไงบ้าง เย็น ๆ จะกลับมาอัพเดทอาการให้ฟังนะคะ

ปล.1 ผลของการป่วยในครั้งนี้ทำให้อิ่เจ๊รู้ น้ำหนักตัวโกกิเป็นครั้งแรก...โกกิหนัก 4.1 กิโลกรัมนะคะ คาดว่า น้ำหนักตัวคงลดลงบ้างแหละ เพราะกินข้าวน้อยลงมาเป็นอาทิตย์ T^T ไม่เป็นไร เดี๋ยวหายแล้วเจ๊ขุนใหม่ก็ได้เนอะ

ปล.2 เจ้าไอซ์และเจ้าหน่อง ถ้าเข้ามาอ่าน อย่าลืมป้อนยาน้องด้วยนะ สั่งมันตรงนี้ดื้อ ๆ เลยแหละ 5555+