วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ก้าวใหม่ของยัยโกกิ


เฮือก..ทิ้งบล็อกไปทำภาระกิจกู้ชาติซะหลายวัน เล่นเอาพอจะกลับมาบันทึกไดอารี่สองสองแสบอีกครั้ง ก็แทบจะประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่หวาดไม่ไหว

เล่าแบบย่นย่อสุด ๆ ก็ละกันเนอะ 555 จ้ำตามให้ทันกันสักจ๋อยนึงนะคะ อ่ะ..มาเริ่มกันเลยละกันค่ะ

หลังจากอิชั้นรับตัวแมวเด็กสองตัวมาไว้ที่ออฟฟิศ พี่สะใภ้ก็มารับตัวน้องแมวตัวนึงไปอุปการะตามที่อยากได้ฮ่ะ ส่วนอิชั้นน่ะเร๊อะ ก็รับยัยตัวเล็กหน้าแหลม ๆ ตาโหล ๆ รูจมูกดำ ๆ ที่เหลือเอาไว้เป็นเพื่อนยัยกะทิ (ก็ไอ้ตัวที่เค้าไม่เอานั่นล่ะ 5555+)

แม่ตัวเล็กตัวนั้้นได้ชื่อว่า "โกกิ" ฮ่ะ เนื่องจากตัวคุณเธอมีสีขาวล้วนเหมือนยัยกะทิ (แน่ล่ะสิ ก็เป็นหลานยัยกะทิแท้ ๆ นี่ ก็ต้องได้เชื้อยายทิมามั่งแหละฟระ) หางยาว หัวเล็ก ขนหย็องแหย็ง ลักษณะนิสัยตอนมาใหม่ ๆ ก็ซนแสบเกินพิกัด ซึ่งแน่นอนว่า การจะเอาแมวเด็กเข้าบ้านมาใหม่นั้น ก็ต้องผ่านการพิจารณาและยอมรับจากแมวเจ้าถิ่นก่อน ดังนั้นอิชั้นก็เลยจับยัยโกกิแยกกับยัยกะทิไว้ในกรงเล็ก

กักบริเวณให้พอเห็นพลางขยันเอามาเล่นในออฟฟิศให้พอคุ้น ๆ กันได้ไม่ทันไรฮ่ะ เรียกว่ายังไม่ทันจะคุ้นกันดีด้วยซ้ำ (เพราะยัยกะทิแฟร่ ๆ ใส่โกกิทุกครั้งที่โกกิเข้าใกล้) ยัยโกกิก็ดั๊นนน..เป็นไข้หวัดแมวซะก่อน (อะไรของแกวะกิ) อาการก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากฮ่ะ เพียงแต่มีอาการจามฟุดฟิด แล้วก็ไอค่อกแค่ก ๆ ครึ่ด ๆ บ้างเป็นบางครั้ง

หลังจากพาโกกิไปหาหมอ ฉีดยามาสองเข็ม ร่วมกับต้องกินยายาว..ให้ครบโดส หมอก็สั่งว่าให้อิชั้นแยกกะทิกับโกกิจากกันไว้ก่อนฮ่ะ เนื่องจากไข้หวัดแมวนี้เป็นโรคที่ติดต่อกันง่ายมาก และหากติดแล้วมีอาการแทรกซ้อน ก็อาจทำให้แมวถึงตายได้ เรียกว่า..งานนี้ยัยกิต้องโดนขังยาวเลี้ยงอยู่ในกรงเล็กต่อไปอีกร่วมสองอาทิตย์เลยทีเดียว

พอครบกำหนดเวลา ทีนี้อิชั้นก็เลยตัดสินใจพาโกกิเข้ามาให้พี่กะทิดูตัวทันทีฮ่ะ..ไม่รู้เป็นเพราะช่วงสองอาทิตย์ที่แยกกรงกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังมองเห็นกันลิบ ๆ ในระยะ 6 เมตรรึเปล่า ที่พออิชั้นวางโกกิบนเคาเตอร์ออฟฟิศ กะทิก็โดดผลุงเข้ามาหาน้องทันที..


เปล่าฮ่ะ..ทิไม่ได้ใจดีขนาดยินดีต้อนรับน้องขนาดนั้น...เพราะมันตามด้วยอาการ แฟร่....แฟร่ด ๆ แบบไม่พอใจตามเคย โชคดีที่โกกิเป็นแมวเด็ก จึงทำได้แค่ออกอาการหงอ งอตัวกลม แล้วก็เที่ยวแอบตรงนู้นตรงนี้ตลอดและเพราะกิยอมทิเช่นนี้กระมัง จึงช่วยลดการประจันหน้า ข่วนจิกตบตีกันได้ระดับหนึ่ง


อิชั้นพยายามเอาโกกิเข้ามาเล่นในออฟฟิศคู่กับกะทิทุกวันฮ่ะ คือถึงกะทิจะไม่ยอมเล่นกับโกกิ แต่ช่วงวันหลัง ๆ นี่ก็มีรายการนั่งมองโกกิเล่นแบบไม่ได้ออกอาการแฟร่ ๆ เหมือนทุกครั้ง แล้วก็มีบางคราวเหมือนกัน ที่กะทิทำท่าอยากโดดลงไปเล่นกับโกกิ


กระทั่งวันดีเดย์มาถึง..สามวันให้หลังหลังจากที่พาโกกิเข้าออฟฟิศ อิชั้นก็จับโกกิเข้ากรงกะทิมันซะเลย แน่นอนว่า กะทิไม่พอใจอย่างแรว๊งงงง..เนื่องจากกรงใหญ่นี้ถือเป็นอาณาเขตของเค้า แต่ทำไงได้..ช่วยเจ๊หน่อยเหอะทิ จะให้เจ๊ซื้อกรงใหม่มาให้ยัยกิอีก 6-7 พัน มันก็ไม่ไหวนะ >.<


แน่นอนฮ่ะ..การเข้ามาอยู่รวมกันในกรงถึงสองตัว ก็ทำเอาแมวทั้งคู่เครียดและคุมเชิงกันและกันแบบแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ถามว่าอิเจ๊เป็นห่วงมั้ย ก็ห่วงทั้งคู่แหละฮ่ะ แต่เนื่องจากไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไอ้เจ้าสองตัวนี้ก็ต้องอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน กินด้วยกัน เล่นด้วยกันอยู่ดี เพราะฉะนั้น..ก็ต้องทำใจแข็งเพื่อให้มันทำความรู้จักกันไปเองเข้าไว้


ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เรามาดูความคืบหน้าของสองแสบกันนะคะ ว่าจะเข้ากันได้บ้างมั้ย แล้วกลับมาพบกับกะทิและโกกิได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ





เรื่องและภาพประกอบจาก Pacharawalai






วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สองแสบตะลุยออฟฟิศ


วันนี้คงจะบันทึกไดอารี่แบบรถด่วนขบวนพิเศษกันสักหน่อยฮ่ะ เพราะวันสองวันมานี่ ชีวิตอิชั้นกับหมู่แมวไหลเร็วมว้ากกก... เผลอแป๊บ ๆ สองแสบก็ย้ายนิวาสถานมาอยู่ในกรงแคบ ๆ ที่ใช้กักบริเวณเพื่ือดูสถานการณ์รอบเอวอยู่ที่ตึกกว่าหนึ่งอาทิตย์ละ

ช่วงกลางวันของวันนี้อิชั้นพาแกงค์ซาละเปาทั้งสามลูกไปฉีดวัคซีนมาฮ่ะ สำหรับยัยกะทิเองเป็นการทำวัคซีนป้องกันโรคลูคีเมียเข็มแรกที่หละหลวมไป ส่วนสองแสบตัวเล็กนั้นเป็นวัคซีนเข็มที่สามแระ ซึ่งขาดอีกเข็มเดียวก็จะป้องกันโรคติดต่อแมวได้ทั้งไข้หัดและลูคีเมีย

พอกลับมาจากร้านหมอ ยัยกะทิก็ปลีกวิเวกไปหาที่นอนทันทีฮ่ะ เนื่องจากคุณเธอเพลียมาก (เดี๋ยวนี้พี่หน่อง-น้องเสมียนที่ออฟฟิศชอบไปจกยัยกะทิออกมาเล่นกันตั้งแต่เช้า มิน่า..อิ่เจ๊มันไปถึงออฟฟิศทีไร เดี๋ยวนี้ถึงไม่สนใจอิ่เจีเลย T^T) และด้วยความเพลียผสมความโกรธ (ที่อิชั้นพาไปให้หมอจิ้มตรูด) คุณเธอจึงไม่พร้อมจะเล่นอะไรกับใครหน้าไหนทั้งนั้น (ชัดเจนมั้ยยะ !! ชริ !!)

ทางเลือกของการปลีกวิเวกที่ดีที่สุดก็คือการโดดขึ้นไปนอนบนหลังตู้ฮ่ะ นอนไม่นอนเปล่านะเค๊อะ เสด็จมุดเข้าไปนอนในกล่องเปล่าหลังตู้ด้วย อย่ากระนั้นเลย ช่วงที่เธอสลิปปี้งแบบนี้ (แอบ)เอาแมวเด็กออกมาวิ่งยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศกันดีกว่าเนอะ


มาแล้วค่าาา....เห็นตาแป๋ว ๆ แสบซ่าแสนซนแบบนี้ จำไว้ในดวงใจได้เลยนะฮะ ว่าเธอก็คือ "ยัยโกกิ"


อิชั้นสังเกตมานานละว่ายัยโกกินั้นแม้ว่าจะเป็นลูกแมวตัวเมีย แต่ดีกรีของความซนและความร่าเริงก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าลูกแมวตัวผู้เลย แถมหน้าตาเธอฟินไปกับทุกสถานการณ์รอบตัวด้วยอ่ะ (มันทำได้ไงวะ) มีเรื่องฮา ๆ มาให้หัวเราะตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนเล่นต่อสู้กับอิชั้นเอง (มันทำหน้าเหมือนโดนอิชั้นรังแกสุดฤทธิ์ >0<)/ หรืออิ่ตอนวิ่งหน้าเริ่ดไปชนประตูกระจกออฟฟิศดึงปึ้กกก....แล้วก็ทรุดตัวลงไปนั่งทำตาลอย ๆ เอ๋อ ๆ อยู่ตั้งนาน 555+ เล่นเอาอิชั้นต้องรีบลุกไปอุ้มมาโอ๋แน่ะ..แหม่ะ..มีแมวเด็กในบ้านนี่มันสนุกอย่างนี้เองเนอะ มีอะไรให้ขำกันตลอด ๆ


ส่วนเจ้าตัวบนนี่อิชั้นแอบเรียกมันว่า เจ้า "โกโก้" ฮ่ะ ขอบอกว่าแม้ว่าเจ้านี่จะเป็นแมวตัวผู้ แต่ก็เรียบร้อยกว่ายัยโกกิหลายเท่านัก อุปนิสัยขี้อ้อนกว่าโกกิ กินเก่งกว่า คุยเก่งกว่า (มันเรียกอิชั้นคุยทุกครั้งที่เดินผ่านกรง 5555+) ทีสำคัญ ดูเหมือนมันจะพยายามฝากเนื้อฝากตัวอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่่ว่าจะเป็นการปีนขึ้นตัก มุดเข้ามาซุกที่อ้อมแขน ปีนขึ้นเอาขาหน้าแตะหน้าอก ปีนขึ้นไปยืนบนบ่าแล้วเอาหัวสีอิชั้น..น่ารักซะไม่มีอ่ะ..ตอนนี้เริ่มใจหายเล็กเล้กกก..เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วันเจ้าโกโก้ก็คงต้องย้ายนิวาสถานไปอยู่กับพี่สะใภ้อิชั้นละ T^T


สองแสบมีความสุขค่ะ..วิ่งพล่านกันไปทั่วออฟฟิศ ทั้งเล่นต่อสู้กัน ปล้ำกันไปมาเหมือนเด็ก ๆ พอเหนื่อยก็ฺวิ่งไปหลบในบ้านหลากสีของพี่กะทิ ดีนะเนี่ยที่เจ้าของบ้านมันหลับอุตุอยู่ในกล่องหลังตู้โน่น นี่ถ้าโผล่หัวออกมาเห็นเด็ก ๆ เล่นกันระเบิดเถิดเทิงแบบนี้ ออฟฟิศเป็นได้แตกกระเจิงกันแน่ ๆ


ขอบอกว่าอิชั้นชอบหน้ายัยโกกิมากฮ่ะ...แมวบ้าอะไรก็ไม่รู้..ทำหน้าฟินตลอดเวลาอ่ะ ไม่ว่าจะเล่นอะไรทำอะไร มันก็จะมี "สีหน้า" และ "อารมณ์ร่วม" ตลอด ๆ เห็นแล้วทั้งหมั่นไส้แล้วก็หมั่่นเขี้ยว อยากจะกอด ๆ จก ๆ ให้พุงแตกกันไปข้่างนึงเลย >0<


คาดว่าสองแสบนี้คงจะได้ฤกษ์อาบน้ำครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์ในวันที่ 22 ที่จะถึงนี้ค่ะ ที่ต้องรี ๆ รอ ๆ ไม่อาบให้มันซะที เนื่องจากสองแสบเพิ่งทำวัคซีนกันมา อิชั้นก็กลัวว่ามันจะป่วย ก็เลยขอดูให้แน่ใจก่อนละกันนะคะ ว่าวัคซีนไม่ได้ทำให้ภูมิของเด็ก ๆ ลดลง จนติดอาการโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ


กินเก่ง..อาหารเม็ดไม่เคยพร่องจากชาม อิ่เจ๊กับพี่ ๆ เสมียนเติมให้ตลอด แถมมีอาหารเปียกให้กินตัวละครึ่งซองเป็นบางวันด้วย


นั่งดูแมวเด็กเล่นกันนี่..มันเพลินดีเนอะ


จะว่าไป..ถึงสองแสบนี่จะไม่ใช่แมวขาว อิชั้นว่าอิชั้นก็คงรักมันไม่ต่างไปจากนี้หรอกค่ะ..แมวสีอะไรก็ได้ เมื่อเรารักแล้ว มันก็จะเป็นหนึ่งในดวงใจของเราเสมอ


เอ้า...เล่นกันให้เต็มที่ลูก..เดี๋ยวนายแหม่มจะเอาพวกหนูไปใส่กรงละ พรุ่งนี้มีเวลาค่อยออกมาเล่นกันใหม่


ตอนนี้รู้สึกออฟฟิศแลดูอบอุ่นมากขึ้นค่ะ อิชั้นแอบนึกภาพว่า หากเจ้าโกโก้อยู่ที่ออฟฟิศอิชั้นได้อีกตัว ออฟฟิศนี้ก็จะมีซาละเปาขาว ๆ ถึงสามลูก ที่คอยนั่งหน้าสลอนขวางเคาเตอร์อิ่ตอนแขกมาเช็คอินเช็คเอ้าท์ทุกวัน ^0^ คงเป็นภาพที่น่ารักไม่ใช่น้อยน่ะนะคะ

พรุ่งนี้ถ้ามีเวลา อิชั้นจะพาไปแอบดูกรงใหม่ที่จะซื้อเข้าบ้านมาให้สองแสบกันค่ะ แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai





วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สถานการณ์ยังไม่สงบ


ช่วงเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เอาสองแสบเข้ามาในตึก ยัยกะทิเกิดอาการไม่พอใจสองแสบอย่างแรงฮ่ะ

ระยะแรก ๆ นั้นมีอาการถึงขนาดว่าหากอิชั้นเอามือไปแตะสองแสบแล้วจะมาอุ้มกะทิ มันจะไม่ให้จับตัวเลยทีเดียว พอเอื้อมมือไปเท่านั้นแหละ ยัยทิขู่แฟร่ด ๆ แยกเขี้ยวยิงฟันยังกะโกรธมาแต่ชาติปางไหน T^T

นอกจากจะไม่ให้จับตัวแล้ว ยังเห็นกรงสองแสบไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นจะต้องทำหน้ามุ่ยตาจิก พร้อมที่จะราวี ส่งเสียงครางไล่แห่แมวเด็กอยู่เรื่อย ๆ

งอน..หันตรูดให้ตลอด ๆ
แต่ทำไงได้ล่ะคะ รับสองแสบเข้ามาในชีวิตแล้วนี่..ยังไงก็คงต้องพยายามให้สองแสบผูกสัมพันธไมตรีกับพี่กะทิให้ได้ล่ะ (จริง ๆ มีศักดิืเป็นยายกะทิด้วยนะน่ะ 555+ แต่เรียกพี่กะทิพอแระ เดี๋ยวมันจะแลดูแก่เกิ้นน...)

อย่ากระนั้นเลย ช่วงนี้อิชั้นจำเป็นต้องขังสองแสบไว้ในกรงใต้ถุนตึกฮ่ะ โลเคชั่นที่วางกรงเล็กก็อยู่ห่างจากกรงใหญ่ของยัยกะทิประมาณ 4-5 เมตร มีมอเตอร์ไซค์เด็ก ๆ ที่ตึกพรางสายตาไม่ให้ยัยกะทิเห็นกรงได้เต็มที่แบบรำไร ถึงจะสงสานที่เกือบ 24 ชม. สองแสบต้องโดนขังอยู่ในกรงนานเป็นอาทิตย์ แต่ทำไงได้..อิชั้นก็ได้แต่รอฟังข่าวคราว ว่าพี่สะใภ้ที่จะรับตัวแมวเด็กไปเลี้ยงตัวนึงจะว่าอย่างไร (จะรับไปจริงหรือไม่) เท่านั้น

เพราะถ้าพี่สะใภ้ไม่รับแมวเด็กไปตัวนึง หมายถึงอิชั้นคงต้องเลี้ยงแมวเด็กทั้งสองตัวไว้ล่ะ..งานนี้คงต้องงอกกรงใหญ่เพิ่มให้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะสถานที่ตั้งก็มีอยู่

ตอนนี้ก็ได้แต่พยายามเอาแมวเด็กออกมาเดินเล่นวันละนิดวันละหน่อยฮ่ะ ยังไม่ได้ทำอะไรกับไอ้เจ้าตัวเล็กทั้งสิ้น แม้กระทั่งการอาบน้ำ เนื่องจากต้องรอฉีดวัคซีนให้ครบโดสซะก่อน

เอาเป็นว่าอัพเดทความคืบหน้าของสองแสบให้ดูสักเล็กน้อยก็ละกันนะคะ


สองแสบกินนอนในกรงนี้ค่ะ ถึงแม้จะตัวเหม็นเพราะกรงคับแคบไปซะหน่้อย จนเจ้าตัวน้อยต้องปีนเข้าไปนอนอยู่ในกระบะอึ (อิ่เจ๊ขอโทษ..เดี๋ยวรออีกสักวันนะลูก..ถ้าเค้าไม่รับตัวหนูไปซะตัวนึง อิ่เจ๊จะซื้อบ้านใหญ่ให้หนูอยู่กันละ) แต่สถานการณ์โดยรวมรอบกรงก็ยังโอเค.อยู่


สภาพโดยรวม อ้วนถ้วนสมบูรณ์ขึ้นนะคะ อิชั้นจะใส่อาหารเม็ดไว้ในถ้วยให้สองแสบกินตลอดเวลา มีให้อาหารซองบ้างตัวละครึ่งซองช่วงบ่าย ส่วนน้ำกินก็ใส่ถ้วยสี่เหลี่ยมใหญ่ไว้ให้มิได้ขาด


ช่วงกลางคืนสองแสบนี่มีมุ้งคลุมกรงด้วยค่ะ เนื่องจากยุงที่ตึกเยอะมว้ากก..ยัยกะทิเองก็เคยนอนตากยุงมาแล้วเป็นเดือน ๆ เนื่องจากหามุ้งที่ใหญ่ครอบกรงไม่ได้ (คงหาได้หรอก..กรงใหญ่ยังกะคอกวัวขนาดนั้น) ท้่ายที่สุดอิ่เจ๊มันก็ต้องจ้างช่างมาตัดมุ้งลวดกรุรอบกรงให้แทน

สำหรับสองแสบเอง ถ้าอิชั้นต้องเลี้ยงไว้ทั้งคู่ งานนี้ก็คงจะต้องงอกกรงแบบเดียวกับพี่กะทิอีกกรงกันล่ะค่ะ ไม่เป็นไร..อิ่เจ๊มันรวย T^T จ่ายแค่หมื่นครึ่งหมื่น สบายมาก...(เดี๋ยวเอาตึกไปจำนำก่อนนะ 55555+)


สำหรับตอนนี้ลากันไปด้วยภาพยัยกะทิฮ่ะ..ดูเหมือนมันพยายามจะบอกว่า.."หนูไม่อยากได้สองแสบ" อุอุ..ส่วนอิชั้นก็พยายามปลอบมันว่า "..เอาน้องไว้เถอะลูก เดี๋ยวถ้าหนูเข้ากันได้ หนูจะได้ไม่เหงาไง..เด็ก ๆ น่ารักออกนะกะทิ" ♥♥

แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai







วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไม่เอ๊าาา..เอามันออกไปจากบ้านทิน๊า


ถ้ากะทิพูดภาษาคนได้ กะทิคงร้องโวยวายเหมือนไอ้ที่จั่วหัวไดอารี่ไว้ตะกี้นี้อ่ะนะคะ.. >0<

งานนี้กะทิตกเป็นมวยรองเห็น ๆ เพราะอิ่เด็กสองแสบที่มาใหม่มันมาเป็นแพ็คคู่ ซึ่งพออิชั้นขับรถพาเด็กทุกตัวกลับมาถึงตึก ก็ได้เวลาทดลองปล่อยให้สองแสบมาเจอพี่กะทิแระ


ดูเหมือนเด็ก ๆ จะปรับตัวได้ดีมากฮ่ะ เพราะพอปีนออกมาจากตะกร้าได้เท่านั้น ทั้งคู่ก็เดินพล่านไปทั่วออฟฟิศเลยทีเดียว ส่วนยัยกะทิน่ะเหรอ นอกจากขู่แฟร่ด ๆ ๆ แล้วก็วิ่งพล่านหาที่แอบไปทั่วแล้ว ยังพาลขู่ทุกคนที่เข้าใกล้อีกด้วย


เดาเอาว่าเพราะกะทิมันไม่ชอบเด็กแฝดคู่นี้เอามาก ๆ อ่ะ >.< ไอ้ที่เคยคิดมโนไว้ในใจ ว่าเอาแมวเด็กเข้าบ้านมาจะช่วยให้กะทิไม่เหงาเวลาที่อิชั้นไม่อยู่ กลับกลายเป็นว่า เอามาเพิ่มความเครียดให้กับมันซะงั้น


กระนั้นก็ตามเจ้าสองแสบยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวฮ่ะ ยัยตัวเล็กที่เป็นแมวตัวเมีย ท่าทางลั้นลามาก สู้มือรู้งานตลอด ท่าทางเหมือนพออกพอใจที่ได้มาอยู่บ้านนี้เต็มที่


ทำความคุ้นเคยกันไป ก็นึกกันไป...หนูจะชื่ือไรดีลูก..หือ์ม..ยายชื่อกะทิ หลานชื่อกระทิง น้องกระทิง ดิ๊ง ดิ่ง ดิ๊ง ดิง ดีมั้ยอ่ะ (เอิ่้ม..จะดีเหรอคะเจ๊ 5555+ ???!!)


สังเกตดูแล้วกะทิเครียดสุด ๆ ฮ่ะ ในขณะที่เด็ก ๆ ก็เริงรื่นสุด ๆ เช่นกัน สุดท้ายเมื่อกะทิไม่ยอมลงมาเสวนาด้วย แถมยังขู่แฟร่ด ๆ ใส่ทุกคนที่เอื้อมมือไปแตะต้องตัวเค้า อิชั้นก็เลยต้องจำใจแยกตัวกะทิไปใส่กรงไว้ก่อน ขอบอกว่างานนี้แม้แต่จะอุ้มกะทิไปใส่กรง มันยังเอาติงถีบอิชั้นปั๊ด ๆ แล้วก็แยกเขี้ยวยิงฟันแบบเด็กที่โกรธเอามาก ๆ >0<


ที่สุดแล้ว อิชั้นก็เลยสั่งลูกน้องให้เก็บสองแสบเอาไปไว้ที่อีกออฟฟิศหนึ่งก่อนค่ะ ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ดีไม่ดี อิ่เด็กแฝดที่มาใหม่อาจจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ข้ามมาออฟฟิศของพี่กะทิเลยก็ได้ T^T แปลกใจจริ๊งงง...ก็แค่เอาแมวเด็กเข้าบ้านมาแค่ตัวสองตัวเท่านั้น ทำไมกะทิถึงทำท่าเหมือนโลกของมันจะถล่มซะให้ได้ขนาดนั้นฟระ

ในครั้งหน้าเรามาติดตามเรียลริตี้กะทิ แอนด์ อะ ลิตเติ้ลแกงค์ กันต่อนะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai