วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงแมวในระบบเปิด


การ เลี้ยงแมวระบบเปิด นั้น ก็คือ การเลี้ยง แมว ที่ให้อิสระเสรีในการไปไหนต่อไหนกับเจ้าเหมียวค่อนข้างมากฮ่ะ หลาย ๆ บ้านมักจะเลี้ยงแมวในลักษณะนี้ คือ เ้จ้าของมีหน้า่ที่ให้อาหาร คลุกคลีบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็จะให้อิสระในการออกเที่ยวกับแมวเท่าที่มันอยากได้


จริง ๆ แล้วการเลี้ยงแมวระบบเปิดนั้น ค่อนข้างจะเหมาะสำหรับวิถีชีวิตของแมวฮ่ะ แอดมินเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบการเลี้ยงสัตว์แบบกักขัง หน่วงเหนี่ยว เพราะนึกถึงความรู้สึกของตัวเองที่หากต้องโดนทำแบบนั้นบ้าง ชีวิตมันคงรันทดน่าดู (คิดแทนแมว เก่งใช่ป่ะล่าาา..) แต่เมื่อมานึกย้อนดูแล้ว การเลี้ยงแมวระบบเปิดนั้นก็มีข้อเสียอยู่หลายประการด้วยกัน อันดับแรกเรามาดูข้อดีของการเลี้ยงแมวระบบเปิดกันก่อนนะคะ

  1. แมวไม่เครียด เพราะสามารถออกไปเที่ยวเตร่ได้ตามใจชอบ
  2. บ้านไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือความสะอาดเนื่องจากการขังแมวไว้ในทีี่จำกัด
นับไปนับมาก็ได้แค่สองข้อ..ไหงงั้นอ่ะ >.< อ่ะ ทีนี้ก็มาดูข้อเสียของการเลี้ยงแมวระบบเปิดกันมั่ง

  1. เสี่ยงกับการที่แมวสูญหาย เนื่องจากออกไปเที่ยวนอกบ้าน ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เราไม่สามารถควบคุมได้ 
  2. เสี่ยงกับการติดโรคติดต่อของแมวมาจากภายนอก เ่ช่น ไข้หัดแมว,พิษสุนัขบ้า,ลำไส้อักเสบ เป็นต้น
  3. มีโอกาสเกิดความบาดหมางระหว่างเพื่อนบ้าน เนื่องจากแมวของเราไปทำความเดือดร้อนรำคาญให้
  4. แมวตัวเมียตั้งท้องแบบไม่พึงประสงค์ เพิ่มจำนวนประชากรแมวภายในบ้านโดยไม่ตั้งใจในแมวตัวเมียที่ยังไม่ได้คุมกำเนิดหรือทำหมัน
  5. ไม่สามารถควบคุมดูแลการติดปรสิตชนิดต่าง ๆ ได้ เช่น เห็บ หมัด ไร เป็นต้น
นับข้อเสียได้ห้าข้อแล้ว..แอดมินว่า..เลี้ยงระบบปิดกันเหอะ (อ้าว..คุณพี่) เพราะหากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียทั้งหลายแหล่แล้ว จะเห็นว่าการเลี้ยงแมวระบบปิดมีข้อดีกว่าเยอะมาก แค่ข้อดีตรงที่แมวเราไม่หายกับไม่ติดโรคติดต่อมาจากภายนอกก็คุ้มละ..เอาเป็นว่าใครที่เลี้ยงแมวระบบไหนก็ตามแต่ ก็อย่าลืมให้ความรักและการเอาใจใส่น้องแมวของเราให้มาก ๆ ก็ละกันนะคะ ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูโรคติดต่อของน้องแมวกันค่ะ ว่ามีโรคอะไรบ้าง แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


ข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงแมวในระบบปิด



ช่วงนี้แอดมินเครื่อง(เขียน)ฟิต สตาร์ทติดง่าย 555+ ก็เลยรีบโขก เอ๊ย..รีบแคะบทความออกมาให้อ่านกันเรื่อย ๆ อ่ะนะคะ วันนี้เราจะมาแจกแจงถึงข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงแมวในระบบปิด และระบบเปิดให้อ่านพอเป็นกระสัยเส้น(ตราเด็กในพานทอง) กันนิดหน่อยฮ่ะ


ก่อนที่จะไปรู้ข้อดีข้อเสียของการเลี้ยง แมว ทั้งสองระบบ เรามาดูความหมายและวิธีการของการเลี้ยงแมวทั้งสองย่างกันก่อนดีกว่า การ เลี้ยงแมวระบบปิด ก็คือ การจำกัดพื้นที่ที่เลี้ยงแมว ให้อยู่ในการควบคุมดูแลเสมอ เช่น จำกัดบริเวณเลี้ยงเฉพาะในกรง,เลี้ยงเฉพาะในบ้าน(ห้อง,คอนโด,หอพัก) หรือเลี้ยงเฉพาะในบริเวณบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด ส่วนการเลี้ยงแมวระบบเปิด ก็คือการเลี้ยงแมวที่ให้อิสระเสรีในการไปไหนมาไหนกับแมวมากกว่า เช่น แมวสามารถเดินไปซื้อปลาทูหน้าปากซอยได้เอง หรือแวะซื้อลูกชิ้นหมูรสเด็ดเพื่อสะสมแสตมป์เซเว่นที่สาขาใกล้บ้านได้..เอิ่ม..สองประโยคหลังไม่ใช่แระ..อิชั้นหมายถึง แมวมันสามารถออกไปเที่ยวเล่นได้ถึงไหนต่อไหนตามใจชอบแค่นั้น

ข้อดีของการเลี้ยงแมวระบบปิดมีหลายประการด้วยกันค่ะ คือ

  1. ป้องกันแมวสูญหาย เนื่องจากออกไปเที่ยวนอกบ้านแล้วกลับไม่ได้ หรือมีเหตุทำให้ไม่ได้กลับมาบ้าน
  2. ป้องกันการติดโรคติดต่อจากภายนอก เช่น โรคไข้หัด,โรคลำไส้อักเสบ,โรคมะเร็วเม็ดเลือดในแมว,โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น
  3. ป้องกันความบาดหมางไม่เข้าใจกันระหว่างเพื่อนบ้าน เนื่องจากแมวเราไปรบกวนการใช้ชีวิต หรือไปทำความเดือดร้อนเสียหายกับบ้านของเพื่อนบ้าน
  4. ป้องกันการตั้งท้องของแมวตัวเมียแบบไม่พึงประสงค์ กรณีนี้สำหรับคนที่ยังไม่ได้พาแมวตัวเมียไปทำหมันน่ะนะคะ
  5. ควบคุมดูแลความสะอาดของตัวแมวง่าย ลดโอกาสติดปรสิตมาจากนอกบ้าน เช่น หมัด,เห็บ เป็นต้น
ส่วนข้อเสียของการเลี้ยงแมวระบบปิดก็มีเช่นกันค่ะ ได้แก่

  1. แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระเสรี การนำแมวมากักขังไว้ในพื้นที่แคบจึงอาจทำให้แมวเกิดความเครียดสะสมได้ ทางออกก็คือควรให้เวลาแสดงออกถึงความรักกับแมวให้มากขึ้น และควรพาออกไปเดินเล่นโดยใช้สายจูงบ้างเป็นครั้งคราว
  2. ต้องใส่ในใจการทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้านเป็นพิเศษ เนื่องจากการให้แมวคลุกคลีอยู่ในพื้นที่จำกัด ย่อมทำให้เกิดความเปรอะเปื้อนอยู่บ้าง เช่น กลิ่น หรือขนหลุดร่วง เป็นต้น
ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงแมวระบบเปิดกันบ้างค่ะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai










วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีตามหาแมวหาย ตอนที่ 2


เชื่อว่าเพื่อน ๆ สมาชิกบล็อกยัยกะทิ ทั้งที่เป็นเพื่อนที่กรุณาติดตามอยู่ในเฟส หรือเพื่อน ๆ ที่หลงเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ก็คงจะเคยเจอกับปัญหา หาแมวไม่เจอกันมาบ้างนะคะ...

ไอ้ปัญหาหาแมวไม่เจอนี่ล่ะ ที่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะบางทีเราไม่รู้ว่ามันหายจริง หรือมันแค่หายไปแอบงีบนอนอยู่ตรงไหนกันแน่ ข้อสังเกตว่าแมวเราหายไปก็คือ หากได้เวลาที่แมวจะต้องเข้าบ้าน หรือกินอาหารแล้วไม่มาให้เห็น ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ามันหาย (ปริวิตกกันถึงเพียงนั้น..เง้อ)


ยิ่งถ้าเป็นแมวที่เคยเลี้ยงระบบปิด แล้วได้เวลาให้อาหารก็ยังหาไม่เจอ อันนี้ไม่ใช่แค่ปริวิตกฮ่ะ แต่แม่แมวพ่อแมวบางคนถึงกับจะเป็นบ้าเลยก็มี (บางคนยกมือบอกว่า..กรูด้วย T^T)

เอาเป็นว่าถ้าแมวกลับบ้านผิดเวลาเกิน 3 ชม.ก็ให้เริ่มออกตามหากันได้ละ อย่าได้นิ่งนอนใจเป็นอันขาด เพราะตราบใดที่แมวเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ โอกาสที่แมวจะเจออันตรายต่าง ๆ นานาก็มีสูง

เมื่อตอนที่แล้วบล็อกยัยกะทิได้แนะนำวิธีตามหาแมวกันไปบ้างนิดหน่อยแล้วค่ะ โดยแนะนำว่าหากหาแมวไม่เจอ ก็ให้ตามหาในบริเวณบ้านก่อน หากหาไม่เจอจริง ๆ คราวนี้อาจต้องเรียกกำลังเสริมที่เป็นคนในครอบครัวมาช่วยกันหาบริเวณรอบ ๆ บ้านหรือในรัศมีละแวกบ้านแล้วล่ะนะคะ

ทำไมแอดมินถึงแนะนำให้ใช้คนในครอบครัวออกตามหาน้องแมวล่ะ ให้คนอื่นช่วยตามด้วยไม่ได้หรือ คำตอบก็คือได้เหมือนกันค่ะ แต่การให้คนในครอบครัวเป็นกำลังหลักก็เพราะปกติแล้วน้องแมวของเรามักจะคุ้นเคยกับเสียงเรียกของคนในบ้าน ดังนั้น การได้ยินเสียง ได้เห็นคนที่คุ้นเคยก็จะทำให้เจ้าตัวแสบกล้าที่จะออกมาให้จับมากกว่า

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากำลังเสริมอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวจะไม่สำคัญนะคะ นาทีนั้น..ต่อให้ต้องเกณฑ์คนรู้จักมาทั้งหมู่บ้านเพื่อมาหาแมวสุดที่รักแค่ตัวเดียวอิชั้นว่าหลายคนก็คงยอมล่ะ

น้องแมวนี่เค้าจะจำเสียงของเจ้าของ,คนเลี้ยง หรือแม้แต่เสียงที่คุ้นเคยได้ค่ะ อย่างเช่น เสียงกระดิ่ง เสียงเขย่ากระป๋องอาหารเม็ด เสียงรถยนต์ของที่บ้าน เวลาเดินหาน้องแมวก็ควรที่จะส่งเสียงหรือนำเสียงที่เค้าคุ้นเคยติดไปด้วย เช่น เขย่ากระป๋องอาหารเม็ดพร้อมกับเรียกชื่อ หรือสั่่นกระดิ่งที่เค้าคุ้นเคยเวลาเรียกหา

นอกจากจะเดินดุ่ม ๆ หากันเองแล้ว ใช้ปากให้เป็นประโยชน์นะคะพี่น้อง >.< ถามค่ะถาม เจอยามถามยาม เจอลุงถามลุง เจอป้าถามป้า ถามแม่มมม..ให้หมดนั่นล่ะ เอ๊ะ..แอดมินเริ่มฮาร์ดคอเล็กน้อยทำไมคะเนี่ย ?? (คืออินค่ะอิน นอกจากเป็นห่วงไอ้เจ้าตัวแสบแล้ว ยังโมโหด้วยว่ามันหายไปไหน อ้อ..ถ้าปริ้นรูปตัวแสบออกไปให้คนอื่นดูด้วยก็จะดีมาก)

หากหาไม่เจอกันจริง ๆ ก็อย่าได้ลดละค่ะ พักเหนื่อยกันก่อน แล้วค่อยออกตามหาใหม่ หากลางวันแล้วไม่เจอ ก็ลองออกตามหากลางคืนดูบ้าง เนื่องจากแมวส่วนใหญ่มักจะกลัวสภาพแวดล้อมที่อันตรายและวุ่นวายในช่วงกลางวัน แต่จะค่อย ๆ ออกมาในยามวิกาลที่เสียงต่าง ๆ รอบตัวสงบกว่า

นอกจากจะตามหาด้วยกำลังคนแล้ว การใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็ดูดีมีประโยชน์ค่ะ >.< ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่ามีการประกาศลงเฟสบุ้คหรือตามกระทู้ ตามบอร์ดสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ให้ช่วยหาแมวหาหมาหรือหาสัตว์เลี้ยงที่หายไปจากบ้าน ทั้งนี้ก็ควรมีภาพ,พิกัดของสัตว์เลี้ยงที่หายไปด้วย ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร หายไปตอนไหน ละแวกไหน และทิ้งเบอร์โทรศัพย์ที่สะดวกให้ติดต่อ


ออกจากสื่อออนไลน์ก็มาถึงสื่อออนเสาไฟกันบ้างค่ะ ให้เราปริ้นรูปของเจ้าตัวแสบที่หาย พร้อมทั้งรายละเอียด เบอร์โทรศัพย์ รวมไปถึงอาจให้รางวัลสำหรับผู้พบเห็นและนำมาคืนด้วยก็ได้ แล้วก็เอาไปแปะไว้ตามเสาไฟหรือจุดต่าง ๆ (วิธีนี้หากพบแมวของเราแล้ว หรือผ่านไปนานจนแน่ใจว่าไม่พบแล้วก็ควรตามไปแกะออกด้วยนะคะ)

สำคัญที่สุดก็คือกำลังใจค่ะ จะบนบานศาลกล่าว จุดธูปบอกพระภูมิเจ้าที่ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพบูชาให้เราสามารถหาเค้าเจอก็ไม่เสียหาย และจะต้องไม่เลิกล้มการตามหาเร็วเกินไป เพื่อให้น้องแมวของเรามีโอกาสกลับคืนสู่อ้อมอกของเราให้มากขึ้นด้วย

สุดท้ายนี้อิชั้นจะบอกว่า..ทางแก้สำหรับปัญหานี้ก็คือการพยายามดูแลน้องแมวของเราอย่างใกล้ชิดค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเหตุอันไม่คาดฝัน อันจะทำให้แมวของเราพลัดพรากไปจากบ้านของเราแบบไม่ได้ตั้งใจด้วย ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงแมวในระบบปิด และระบบเปิดกันนะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



วิธีตามหาแมวหาย ตอนที่ 1


เมื่อตอนที่แล้ว แอดมินเอาวิธีป้องกันแมวหายมาฝากกันไปหน่อยนึงแล้วอ่ะนะคะ จริง ๆ วิธีป้องกันแมวหายนั้นมีเยอะแยะมากมายฮ่ะ ล้วนแล้วแต่เป็นข้อแนะนำที่น่าทำตามไม่เบา แต่ก็นะ..การเลี้ยงดูปูเสื่อแมวของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็สะดวกในการเลี้ยงระบบปิด กักบริเวณให้เค้าอยู่ในสถานที่ที่เราควบคุมได้(จะได้ไม่หาย) แต่บางบ้านก็ไม่สะดวกที่จะเลี้ยงแบบนั้น ก็ขอให้เลือกและปรับใช้ตามความเหมาะสมก็ละกันนิ


คราวนี้เราจะมาดูกันบ้างฮ่ะ ว่าถ้าหากว่าแมวของเราหายศรีษะไปหลายชั่วโมงถึงหลายวันโดยไม่กลับมากินข้าวบ้านซะที แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง เพราะหลาย ๆ คนก็เคยประสบปัญหานี้น่ะนะคะ ไอ้เรื่องแมวไม่กลับบ้านนี่มันปัญหาระดับชาติเลยฮ่ะ (หรา !!??) ยิ่งเป็นแมวแสนรักที่ประคบประหงมกันอยู่ทุกวันคืน กินด้วยกัน กลิ้งด้วยกันอยู่เป็นประจำ เวลามันหายขึ้นมา อกจะแตกกินไม่ได้นอนไม่หลับกันทีเดียว

วิธีการตามหาแมวหายมีอยู่หลายวิธีฮ่ะ

อันดับแรกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแมวหาย (เด็กหลังห้องบอกว่า..ที่รู้ว่าหายเพราะมันไม่อยู่บ้านน่ะสิ..ประเคนหยิกให้สักสิบสองทีซ้อนดีมั้ยคะ) คือปกติแล้วแมวนั้นจะมีเวลาประจำของตัวเองฮ่ะ เช่น ชอบออกไปเที่ยวนอกบ้านนะ แต่ก็จะกลับมาเมื่อถึงเวลาอาหาร หรือเคยออกไปเที่ยวตอนสาย ๆ พอตอนเย็น ๆ ได้เวลาก็ไต่รั้วกลับมาถึงบ้าน แต่ถ้าได้เวลาที่มันควรจะกลับ แล้วมันไม่กลับ อันนั้นก็ต้องเริ่มคิดกันละ ว่ามันไปไหน

ที่ประจำของยัยกะทิ ??!!
แมวไม่เหมือนเด็กที่พอหายครบ 24 ชม.ป๊าบ เราจะไปแจ้งตำหนวดให้ช่วยหาให้ แต่เราต้องลงมือหาเองค่ะ T^T สำหรับแมวที่เลี้ยงระบบปิด พอหายปั๊บ..ต้องตามหาเลยนะคะ เพราะแมวที่เลี้ยงแบบกักบริเวณนี้ เขาจะไม่รู้วิธีป้องกันตัวเองจากอันตรายในโลกภายนอกค่ะ เช่น รถรา ผู้คน หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่ ๆ อย่างเช่นพี่หมา ดังนั้นใครที่เลี้ยงแมวระบบนี้ต้องให้ความสำคัญกับการหายของแมวให้มาก ๆ เนื่องจากแมวที่หลุดออกไป มักจะมีความตื่นกลัว และแมวที่ตื่นกลับก็มักจะเตลิดหนีไปไกลยิ่งขึ้นหากเจอสิ่งที่ทำให้ตกใจ หรือไม่ก็พยายามซ่อนตัวตามที่ต่าง ๆ ที่เรานึกไม่ถึง 

การตามหาแมวต้องเริ่มจากบริเวณบ้านของเราก่อนค่ะ พยายามหาในที่ต่าง ๆ ที่คิดว่าแมวจะไปซ่อนตัว,แอบหลับตามซอกมุมต่้าง ๆ ของบ้านก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่ประจำหรือไม่ประจำ บางบ้าน น้องแมวชอบไปแอบหลับตามตู้,ซอกโต๊ะ ในพุ่มไม้ ในโอ่ง ในอ่าง ในกระถางก็มี บางตัวแพล่นไปแอบหลับอยู่ในห้องเครื่องรถ (ครีเอทมากจนน่าตี) หรือบางตัวเดาะปีนตามแมลงขึ้นไปบนต้นไม้,บนหลังคาบ้าน,ในฝ้าเพดาน แบบว่า..ตอนขึ้นหนูขึ้นได้ แต่เวลาจะลงหนูดันเจือกลงไม่ได้ซะงั้น คือหาให้ทั่ว ๆ ภายในบ้านก่อนเป็นลำดับแรก

หนูหายนะ...หาหนูหน่อย
เมื่อหาไม่เจอ..เอาล่ะสิ..ถ้าหาไม่เจอจริง ๆ ก็คงต้องอนุมานเอาละ ว่ามันคงต้องหลุดออกไปเที่ยวนอกบ้านแน่ ๆ หรือหากเป็นแมวเลี้ยงระบบเปิด แล้วมันไม่กลับมากินข้าวหรือเข้าบ้านตามเวลาเกิน 3 ชั่วโมง ก็คิดไว้ได้ก่อนเลยค่ะ ว่ามัน "หาย" หรือ "กลับไม่ได้" ไอ้เรื่องหายหรือกลับไม่ได้นี่คือ เราคงต้องเดาเอาล่ะ หากแมวเราเป็นแมวสวย มีชาติตระกูล รูปร่างน่าฟัด มีจุดเด่นที่คนอยากได้ ก็ต้องปริวิตกกันเรื่องโดนอุ้มไปรึเปล่าฟระ หรือหากเป็นแมวทั่วไป ก็อาจเป็นไปได้ว่าไม่เที่ยวเพลินก็ไปติดแหง็กอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ทำให้กลับบ้านลำบาก เช่น..เข้าไปในบ้านของคนอื่นแล้วออกไม่ได้,เจอหมาไล่ทำให้ต้องวิ่งเตลิดหนีไปไกล หรือตกลงไปในบ่อ ติดอยู่ตามซอกหลืบอะไรที่ช่วยเหลือตัวเองลำบาก (แค่คิดก็ไมเกรนขึ้นแว้ววว..)

เอ๊ะ..ชักเริ่มคุยยาว...ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูวิธีตามหาแมวหายกันต่อนะคะ 



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai