วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ออฟฟิศจะแตก


หลังจากที่ตัดสินใจเอายัยโกกิแมวเด็กใหม่เข้ามาอยู่เป็นเนื้องอกในชีวิตของยัยกะทิ ก็รู้สึกได้ว่าอิ่หมู่นี้ กะทิเริ่มเปี๋ยนไป๋ขึ้นเรื่อย ๆ ฮ่ะ

แต่ก่อนนั้น ด้วยความที่เป็นแมวหัวเดียวกระเทียมลีบ กะทิจะค่อนข้างขี้อ้อนเอามั่ก ๆ คือถ้าอิชั้นเอามันเข้ามาในออฟฟิศและให้กินอาหารจนอิ่มแล้ว สักพัก เธอก็จะมาวนเวียนคอยนั่งคอยสีคอยสะกิดสะเกาให้รักเธออยู่นั่นล่ะ แถมอิ่ตอนพากลับเข้ากรงก่อนอิชั้นกลับบ้าน ก็มักจะมีแมวเหงามานั่งพองลมยังกะอึ่งอ่างอยู่แถว ๆ มุมกรง คอยส่งสายตามองตามรถอิชั้นนิ่ง ๆ ไปจนกว่ารถจะลับตา เป็นที่น่าเวทนากับอิ่เจ๊มันยิ่งนัก


แต่เดี๋ยวนี้ กะทิเปลี่ยนไปฮ่ะ ตั้งแต่มีอิ่แมวเด็กตัวขาวหางยาวตาเหลืองเข้ามาอยู่ด้วยในออฟฟิศ คุณพี่กะทิเค้าก็ไม่ค่อยจะสนใจอิ่เจ๊เลย เดาเอาว่าปัจจุบันอิ่เจ๊มันดำรงตำแหน่งเป็นเครื่องให้อาหารแมวเท่านั้น T^T เพราะพอฉีกอาหารซองให้กินอิ่มปุ๊บ สองแสบก็เอาแต่เล่นกัน ปล้ำกัน นัวเนียกัน แม้ว่าอิชั้นจะจับแยก แค่สองนาทีเท่านั้นมันก็โดดผลุงไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอีก (สนใจเจ๊บ้างงงง.. T_T)


นี่มันเกิดอัลไลขึ้นกันเนี่ย !!??

เท่านั้นยังไม่พอฮ่ะ กะทิยังทำตัวเป็นพี่ที่ดีเกินคาด อิชั้นฉีกอาหารซองให้ตัวละซอง ของโกกิใส่ถาดหลุมให้กิน ส่วนของกะทิใส่ถ้วยใบโปรดให้ กะทิกลับไม่กินซะงั้น แต่กลับรอให้โกกิกินอาหารของตัวเองจนเหลือเสียก่อน ค่อยไปตามเก็บกินอาหารที่เหลือ ร้อนถึงอิ่เจ๊ ต้องเปลี่ยนเป็นให้อาหารในถาดหลุมแบบคู่แฝด


กินอิ่มก็มานั่งแต่งตัว เลียขนให้สลวยสวยงามกันสักพัก แป๊บเดียวเท่านั้นฮ่ะ..ก็ได้เวลาชวนกันเล่นอีกแระ

อ่ะ..มาดูการประมวลภาพ สองแสบถล่มออฟฟิศกันนะคะ :)


เฮ้..แกทำไรอ่ะ ยัยลิงกิ


 เก๊าอิ่มแย้วอ่ะพี่ทิ....มาเล่นกันเถอะ ๆ


 เน่ ๆ..พี่ทิทำแบบเค้าได้ป่าว..ตอนเน้เค้าเป็น"สไปเดอร์แมว"นะ..แฟร่บ ๆ ๆ..(แฟร่บป้อเธอสิ....>0</ อ๋อย..โต๊ะกลางอันแสนแพงของช้าน T^T)


น่า..นะ..มาเล่นกันเถอะ ๆ (พี่ทิ : จะดีเหรอ อิ่เจ๊มองอยู่นะ ??)


งั้นมาเล่นมวยปล้ำกันก็ได้


เอาจริงนะ..ทิ ถีบ ๆ ๆ กิ กอด ๆ ๆ..เฮ้ย..@3%%#@@&^


หนุกจัง..อีกรอบมะพี่ทิ (อิ่เจ๊..พอเหอะ พวกเอร็งทำออฟฟิศจะกลายเป็นห้องอนุบาล ก.ไก่ แระ มองไปทางไหนก็มีแต่ของเล่นเอร็งทั้งคู่ แล้วไหนล่ะ สมุดบัญชีของชั้น)


สุดท้ายขอปิดตอนกันด้วยภาพสองแสบนั่งฟังอิ่เจ๊อบรมชุดใหญ่นะคะ อิอิ..

แล้วกลับมาพบกับกะทิและโกกิได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ก้าวใหม่ของยัยโกกิ


เฮือก..ทิ้งบล็อกไปทำภาระกิจกู้ชาติซะหลายวัน เล่นเอาพอจะกลับมาบันทึกไดอารี่สองสองแสบอีกครั้ง ก็แทบจะประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่หวาดไม่ไหว

เล่าแบบย่นย่อสุด ๆ ก็ละกันเนอะ 555 จ้ำตามให้ทันกันสักจ๋อยนึงนะคะ อ่ะ..มาเริ่มกันเลยละกันค่ะ

หลังจากอิชั้นรับตัวแมวเด็กสองตัวมาไว้ที่ออฟฟิศ พี่สะใภ้ก็มารับตัวน้องแมวตัวนึงไปอุปการะตามที่อยากได้ฮ่ะ ส่วนอิชั้นน่ะเร๊อะ ก็รับยัยตัวเล็กหน้าแหลม ๆ ตาโหล ๆ รูจมูกดำ ๆ ที่เหลือเอาไว้เป็นเพื่อนยัยกะทิ (ก็ไอ้ตัวที่เค้าไม่เอานั่นล่ะ 5555+)

แม่ตัวเล็กตัวนั้้นได้ชื่อว่า "โกกิ" ฮ่ะ เนื่องจากตัวคุณเธอมีสีขาวล้วนเหมือนยัยกะทิ (แน่ล่ะสิ ก็เป็นหลานยัยกะทิแท้ ๆ นี่ ก็ต้องได้เชื้อยายทิมามั่งแหละฟระ) หางยาว หัวเล็ก ขนหย็องแหย็ง ลักษณะนิสัยตอนมาใหม่ ๆ ก็ซนแสบเกินพิกัด ซึ่งแน่นอนว่า การจะเอาแมวเด็กเข้าบ้านมาใหม่นั้น ก็ต้องผ่านการพิจารณาและยอมรับจากแมวเจ้าถิ่นก่อน ดังนั้นอิชั้นก็เลยจับยัยโกกิแยกกับยัยกะทิไว้ในกรงเล็ก

กักบริเวณให้พอเห็นพลางขยันเอามาเล่นในออฟฟิศให้พอคุ้น ๆ กันได้ไม่ทันไรฮ่ะ เรียกว่ายังไม่ทันจะคุ้นกันดีด้วยซ้ำ (เพราะยัยกะทิแฟร่ ๆ ใส่โกกิทุกครั้งที่โกกิเข้าใกล้) ยัยโกกิก็ดั๊นนน..เป็นไข้หวัดแมวซะก่อน (อะไรของแกวะกิ) อาการก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากฮ่ะ เพียงแต่มีอาการจามฟุดฟิด แล้วก็ไอค่อกแค่ก ๆ ครึ่ด ๆ บ้างเป็นบางครั้ง

หลังจากพาโกกิไปหาหมอ ฉีดยามาสองเข็ม ร่วมกับต้องกินยายาว..ให้ครบโดส หมอก็สั่งว่าให้อิชั้นแยกกะทิกับโกกิจากกันไว้ก่อนฮ่ะ เนื่องจากไข้หวัดแมวนี้เป็นโรคที่ติดต่อกันง่ายมาก และหากติดแล้วมีอาการแทรกซ้อน ก็อาจทำให้แมวถึงตายได้ เรียกว่า..งานนี้ยัยกิต้องโดนขังยาวเลี้ยงอยู่ในกรงเล็กต่อไปอีกร่วมสองอาทิตย์เลยทีเดียว

พอครบกำหนดเวลา ทีนี้อิชั้นก็เลยตัดสินใจพาโกกิเข้ามาให้พี่กะทิดูตัวทันทีฮ่ะ..ไม่รู้เป็นเพราะช่วงสองอาทิตย์ที่แยกกรงกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังมองเห็นกันลิบ ๆ ในระยะ 6 เมตรรึเปล่า ที่พออิชั้นวางโกกิบนเคาเตอร์ออฟฟิศ กะทิก็โดดผลุงเข้ามาหาน้องทันที..


เปล่าฮ่ะ..ทิไม่ได้ใจดีขนาดยินดีต้อนรับน้องขนาดนั้น...เพราะมันตามด้วยอาการ แฟร่....แฟร่ด ๆ แบบไม่พอใจตามเคย โชคดีที่โกกิเป็นแมวเด็ก จึงทำได้แค่ออกอาการหงอ งอตัวกลม แล้วก็เที่ยวแอบตรงนู้นตรงนี้ตลอดและเพราะกิยอมทิเช่นนี้กระมัง จึงช่วยลดการประจันหน้า ข่วนจิกตบตีกันได้ระดับหนึ่ง


อิชั้นพยายามเอาโกกิเข้ามาเล่นในออฟฟิศคู่กับกะทิทุกวันฮ่ะ คือถึงกะทิจะไม่ยอมเล่นกับโกกิ แต่ช่วงวันหลัง ๆ นี่ก็มีรายการนั่งมองโกกิเล่นแบบไม่ได้ออกอาการแฟร่ ๆ เหมือนทุกครั้ง แล้วก็มีบางคราวเหมือนกัน ที่กะทิทำท่าอยากโดดลงไปเล่นกับโกกิ


กระทั่งวันดีเดย์มาถึง..สามวันให้หลังหลังจากที่พาโกกิเข้าออฟฟิศ อิชั้นก็จับโกกิเข้ากรงกะทิมันซะเลย แน่นอนว่า กะทิไม่พอใจอย่างแรว๊งงงง..เนื่องจากกรงใหญ่นี้ถือเป็นอาณาเขตของเค้า แต่ทำไงได้..ช่วยเจ๊หน่อยเหอะทิ จะให้เจ๊ซื้อกรงใหม่มาให้ยัยกิอีก 6-7 พัน มันก็ไม่ไหวนะ >.<


แน่นอนฮ่ะ..การเข้ามาอยู่รวมกันในกรงถึงสองตัว ก็ทำเอาแมวทั้งคู่เครียดและคุมเชิงกันและกันแบบแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ถามว่าอิเจ๊เป็นห่วงมั้ย ก็ห่วงทั้งคู่แหละฮ่ะ แต่เนื่องจากไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไอ้เจ้าสองตัวนี้ก็ต้องอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน กินด้วยกัน เล่นด้วยกันอยู่ดี เพราะฉะนั้น..ก็ต้องทำใจแข็งเพื่อให้มันทำความรู้จักกันไปเองเข้าไว้


ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เรามาดูความคืบหน้าของสองแสบกันนะคะ ว่าจะเข้ากันได้บ้างมั้ย แล้วกลับมาพบกับกะทิและโกกิได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ





เรื่องและภาพประกอบจาก Pacharawalai






วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สองแสบตะลุยออฟฟิศ


วันนี้คงจะบันทึกไดอารี่แบบรถด่วนขบวนพิเศษกันสักหน่อยฮ่ะ เพราะวันสองวันมานี่ ชีวิตอิชั้นกับหมู่แมวไหลเร็วมว้ากกก... เผลอแป๊บ ๆ สองแสบก็ย้ายนิวาสถานมาอยู่ในกรงแคบ ๆ ที่ใช้กักบริเวณเพื่ือดูสถานการณ์รอบเอวอยู่ที่ตึกกว่าหนึ่งอาทิตย์ละ

ช่วงกลางวันของวันนี้อิชั้นพาแกงค์ซาละเปาทั้งสามลูกไปฉีดวัคซีนมาฮ่ะ สำหรับยัยกะทิเองเป็นการทำวัคซีนป้องกันโรคลูคีเมียเข็มแรกที่หละหลวมไป ส่วนสองแสบตัวเล็กนั้นเป็นวัคซีนเข็มที่สามแระ ซึ่งขาดอีกเข็มเดียวก็จะป้องกันโรคติดต่อแมวได้ทั้งไข้หัดและลูคีเมีย

พอกลับมาจากร้านหมอ ยัยกะทิก็ปลีกวิเวกไปหาที่นอนทันทีฮ่ะ เนื่องจากคุณเธอเพลียมาก (เดี๋ยวนี้พี่หน่อง-น้องเสมียนที่ออฟฟิศชอบไปจกยัยกะทิออกมาเล่นกันตั้งแต่เช้า มิน่า..อิ่เจ๊มันไปถึงออฟฟิศทีไร เดี๋ยวนี้ถึงไม่สนใจอิ่เจีเลย T^T) และด้วยความเพลียผสมความโกรธ (ที่อิชั้นพาไปให้หมอจิ้มตรูด) คุณเธอจึงไม่พร้อมจะเล่นอะไรกับใครหน้าไหนทั้งนั้น (ชัดเจนมั้ยยะ !! ชริ !!)

ทางเลือกของการปลีกวิเวกที่ดีที่สุดก็คือการโดดขึ้นไปนอนบนหลังตู้ฮ่ะ นอนไม่นอนเปล่านะเค๊อะ เสด็จมุดเข้าไปนอนในกล่องเปล่าหลังตู้ด้วย อย่ากระนั้นเลย ช่วงที่เธอสลิปปี้งแบบนี้ (แอบ)เอาแมวเด็กออกมาวิ่งยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศกันดีกว่าเนอะ


มาแล้วค่าาา....เห็นตาแป๋ว ๆ แสบซ่าแสนซนแบบนี้ จำไว้ในดวงใจได้เลยนะฮะ ว่าเธอก็คือ "ยัยโกกิ"


อิชั้นสังเกตมานานละว่ายัยโกกินั้นแม้ว่าจะเป็นลูกแมวตัวเมีย แต่ดีกรีของความซนและความร่าเริงก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าลูกแมวตัวผู้เลย แถมหน้าตาเธอฟินไปกับทุกสถานการณ์รอบตัวด้วยอ่ะ (มันทำได้ไงวะ) มีเรื่องฮา ๆ มาให้หัวเราะตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนเล่นต่อสู้กับอิชั้นเอง (มันทำหน้าเหมือนโดนอิชั้นรังแกสุดฤทธิ์ >0<)/ หรืออิ่ตอนวิ่งหน้าเริ่ดไปชนประตูกระจกออฟฟิศดึงปึ้กกก....แล้วก็ทรุดตัวลงไปนั่งทำตาลอย ๆ เอ๋อ ๆ อยู่ตั้งนาน 555+ เล่นเอาอิชั้นต้องรีบลุกไปอุ้มมาโอ๋แน่ะ..แหม่ะ..มีแมวเด็กในบ้านนี่มันสนุกอย่างนี้เองเนอะ มีอะไรให้ขำกันตลอด ๆ


ส่วนเจ้าตัวบนนี่อิชั้นแอบเรียกมันว่า เจ้า "โกโก้" ฮ่ะ ขอบอกว่าแม้ว่าเจ้านี่จะเป็นแมวตัวผู้ แต่ก็เรียบร้อยกว่ายัยโกกิหลายเท่านัก อุปนิสัยขี้อ้อนกว่าโกกิ กินเก่งกว่า คุยเก่งกว่า (มันเรียกอิชั้นคุยทุกครั้งที่เดินผ่านกรง 5555+) ทีสำคัญ ดูเหมือนมันจะพยายามฝากเนื้อฝากตัวอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่่ว่าจะเป็นการปีนขึ้นตัก มุดเข้ามาซุกที่อ้อมแขน ปีนขึ้นเอาขาหน้าแตะหน้าอก ปีนขึ้นไปยืนบนบ่าแล้วเอาหัวสีอิชั้น..น่ารักซะไม่มีอ่ะ..ตอนนี้เริ่มใจหายเล็กเล้กกก..เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วันเจ้าโกโก้ก็คงต้องย้ายนิวาสถานไปอยู่กับพี่สะใภ้อิชั้นละ T^T


สองแสบมีความสุขค่ะ..วิ่งพล่านกันไปทั่วออฟฟิศ ทั้งเล่นต่อสู้กัน ปล้ำกันไปมาเหมือนเด็ก ๆ พอเหนื่อยก็ฺวิ่งไปหลบในบ้านหลากสีของพี่กะทิ ดีนะเนี่ยที่เจ้าของบ้านมันหลับอุตุอยู่ในกล่องหลังตู้โน่น นี่ถ้าโผล่หัวออกมาเห็นเด็ก ๆ เล่นกันระเบิดเถิดเทิงแบบนี้ ออฟฟิศเป็นได้แตกกระเจิงกันแน่ ๆ


ขอบอกว่าอิชั้นชอบหน้ายัยโกกิมากฮ่ะ...แมวบ้าอะไรก็ไม่รู้..ทำหน้าฟินตลอดเวลาอ่ะ ไม่ว่าจะเล่นอะไรทำอะไร มันก็จะมี "สีหน้า" และ "อารมณ์ร่วม" ตลอด ๆ เห็นแล้วทั้งหมั่นไส้แล้วก็หมั่่นเขี้ยว อยากจะกอด ๆ จก ๆ ให้พุงแตกกันไปข้่างนึงเลย >0<


คาดว่าสองแสบนี้คงจะได้ฤกษ์อาบน้ำครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์ในวันที่ 22 ที่จะถึงนี้ค่ะ ที่ต้องรี ๆ รอ ๆ ไม่อาบให้มันซะที เนื่องจากสองแสบเพิ่งทำวัคซีนกันมา อิชั้นก็กลัวว่ามันจะป่วย ก็เลยขอดูให้แน่ใจก่อนละกันนะคะ ว่าวัคซีนไม่ได้ทำให้ภูมิของเด็ก ๆ ลดลง จนติดอาการโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ


กินเก่ง..อาหารเม็ดไม่เคยพร่องจากชาม อิ่เจ๊กับพี่ ๆ เสมียนเติมให้ตลอด แถมมีอาหารเปียกให้กินตัวละครึ่งซองเป็นบางวันด้วย


นั่งดูแมวเด็กเล่นกันนี่..มันเพลินดีเนอะ


จะว่าไป..ถึงสองแสบนี่จะไม่ใช่แมวขาว อิชั้นว่าอิชั้นก็คงรักมันไม่ต่างไปจากนี้หรอกค่ะ..แมวสีอะไรก็ได้ เมื่อเรารักแล้ว มันก็จะเป็นหนึ่งในดวงใจของเราเสมอ


เอ้า...เล่นกันให้เต็มที่ลูก..เดี๋ยวนายแหม่มจะเอาพวกหนูไปใส่กรงละ พรุ่งนี้มีเวลาค่อยออกมาเล่นกันใหม่


ตอนนี้รู้สึกออฟฟิศแลดูอบอุ่นมากขึ้นค่ะ อิชั้นแอบนึกภาพว่า หากเจ้าโกโก้อยู่ที่ออฟฟิศอิชั้นได้อีกตัว ออฟฟิศนี้ก็จะมีซาละเปาขาว ๆ ถึงสามลูก ที่คอยนั่งหน้าสลอนขวางเคาเตอร์อิ่ตอนแขกมาเช็คอินเช็คเอ้าท์ทุกวัน ^0^ คงเป็นภาพที่น่ารักไม่ใช่น้อยน่ะนะคะ

พรุ่งนี้ถ้ามีเวลา อิชั้นจะพาไปแอบดูกรงใหม่ที่จะซื้อเข้าบ้านมาให้สองแสบกันค่ะ แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai





วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สถานการณ์ยังไม่สงบ


ช่วงเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เอาสองแสบเข้ามาในตึก ยัยกะทิเกิดอาการไม่พอใจสองแสบอย่างแรงฮ่ะ

ระยะแรก ๆ นั้นมีอาการถึงขนาดว่าหากอิชั้นเอามือไปแตะสองแสบแล้วจะมาอุ้มกะทิ มันจะไม่ให้จับตัวเลยทีเดียว พอเอื้อมมือไปเท่านั้นแหละ ยัยทิขู่แฟร่ด ๆ แยกเขี้ยวยิงฟันยังกะโกรธมาแต่ชาติปางไหน T^T

นอกจากจะไม่ให้จับตัวแล้ว ยังเห็นกรงสองแสบไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นจะต้องทำหน้ามุ่ยตาจิก พร้อมที่จะราวี ส่งเสียงครางไล่แห่แมวเด็กอยู่เรื่อย ๆ

งอน..หันตรูดให้ตลอด ๆ
แต่ทำไงได้ล่ะคะ รับสองแสบเข้ามาในชีวิตแล้วนี่..ยังไงก็คงต้องพยายามให้สองแสบผูกสัมพันธไมตรีกับพี่กะทิให้ได้ล่ะ (จริง ๆ มีศักดิืเป็นยายกะทิด้วยนะน่ะ 555+ แต่เรียกพี่กะทิพอแระ เดี๋ยวมันจะแลดูแก่เกิ้นน...)

อย่ากระนั้นเลย ช่วงนี้อิชั้นจำเป็นต้องขังสองแสบไว้ในกรงใต้ถุนตึกฮ่ะ โลเคชั่นที่วางกรงเล็กก็อยู่ห่างจากกรงใหญ่ของยัยกะทิประมาณ 4-5 เมตร มีมอเตอร์ไซค์เด็ก ๆ ที่ตึกพรางสายตาไม่ให้ยัยกะทิเห็นกรงได้เต็มที่แบบรำไร ถึงจะสงสานที่เกือบ 24 ชม. สองแสบต้องโดนขังอยู่ในกรงนานเป็นอาทิตย์ แต่ทำไงได้..อิชั้นก็ได้แต่รอฟังข่าวคราว ว่าพี่สะใภ้ที่จะรับตัวแมวเด็กไปเลี้ยงตัวนึงจะว่าอย่างไร (จะรับไปจริงหรือไม่) เท่านั้น

เพราะถ้าพี่สะใภ้ไม่รับแมวเด็กไปตัวนึง หมายถึงอิชั้นคงต้องเลี้ยงแมวเด็กทั้งสองตัวไว้ล่ะ..งานนี้คงต้องงอกกรงใหญ่เพิ่มให้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะสถานที่ตั้งก็มีอยู่

ตอนนี้ก็ได้แต่พยายามเอาแมวเด็กออกมาเดินเล่นวันละนิดวันละหน่อยฮ่ะ ยังไม่ได้ทำอะไรกับไอ้เจ้าตัวเล็กทั้งสิ้น แม้กระทั่งการอาบน้ำ เนื่องจากต้องรอฉีดวัคซีนให้ครบโดสซะก่อน

เอาเป็นว่าอัพเดทความคืบหน้าของสองแสบให้ดูสักเล็กน้อยก็ละกันนะคะ


สองแสบกินนอนในกรงนี้ค่ะ ถึงแม้จะตัวเหม็นเพราะกรงคับแคบไปซะหน่้อย จนเจ้าตัวน้อยต้องปีนเข้าไปนอนอยู่ในกระบะอึ (อิ่เจ๊ขอโทษ..เดี๋ยวรออีกสักวันนะลูก..ถ้าเค้าไม่รับตัวหนูไปซะตัวนึง อิ่เจ๊จะซื้อบ้านใหญ่ให้หนูอยู่กันละ) แต่สถานการณ์โดยรวมรอบกรงก็ยังโอเค.อยู่


สภาพโดยรวม อ้วนถ้วนสมบูรณ์ขึ้นนะคะ อิชั้นจะใส่อาหารเม็ดไว้ในถ้วยให้สองแสบกินตลอดเวลา มีให้อาหารซองบ้างตัวละครึ่งซองช่วงบ่าย ส่วนน้ำกินก็ใส่ถ้วยสี่เหลี่ยมใหญ่ไว้ให้มิได้ขาด


ช่วงกลางคืนสองแสบนี่มีมุ้งคลุมกรงด้วยค่ะ เนื่องจากยุงที่ตึกเยอะมว้ากก..ยัยกะทิเองก็เคยนอนตากยุงมาแล้วเป็นเดือน ๆ เนื่องจากหามุ้งที่ใหญ่ครอบกรงไม่ได้ (คงหาได้หรอก..กรงใหญ่ยังกะคอกวัวขนาดนั้น) ท้่ายที่สุดอิ่เจ๊มันก็ต้องจ้างช่างมาตัดมุ้งลวดกรุรอบกรงให้แทน

สำหรับสองแสบเอง ถ้าอิชั้นต้องเลี้ยงไว้ทั้งคู่ งานนี้ก็คงจะต้องงอกกรงแบบเดียวกับพี่กะทิอีกกรงกันล่ะค่ะ ไม่เป็นไร..อิ่เจ๊มันรวย T^T จ่ายแค่หมื่นครึ่งหมื่น สบายมาก...(เดี๋ยวเอาตึกไปจำนำก่อนนะ 55555+)


สำหรับตอนนี้ลากันไปด้วยภาพยัยกะทิฮ่ะ..ดูเหมือนมันพยายามจะบอกว่า.."หนูไม่อยากได้สองแสบ" อุอุ..ส่วนอิชั้นก็พยายามปลอบมันว่า "..เอาน้องไว้เถอะลูก เดี๋ยวถ้าหนูเข้ากันได้ หนูจะได้ไม่เหงาไง..เด็ก ๆ น่ารักออกนะกะทิ" ♥♥

แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai