วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คุยเฟื่องเรื่องส้วมแมว (มันต้องคุยด้วยเร๊อะ..แอร๊ย !!??)


นับตั้งแต่รับยัยกะทิเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวคงต้องบอกว่ายัยกะทิไม่เคยทำให้วุ่นวายใจในเรื่องของการฉี่อึไม่เป็นที่เลยฮ่ะ

อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับอิชั้น เจ้าของเดิมเค้าได้ทำการฝึกให้กะทิใช้กระบะทรายเป็นส้วมมาอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น แค่อิชั้นจัดหาทรายมาใส่กระบะไว้ ยัยกะทิก็เข้าใช้อย่างไม่อิดออด


หลาย ๆ คนคงมีคำถามว่าแล้วทรายที่ใช้เป็น ส้วมแมว นี่ ใช้ทรายแบบไหนกันนะ ต้องใช้ทรายแบบที่วางขายตามร้านเพ็ทช้อปอย่างเดียวรึเปล่า หรือใช้ทรายทั่วไป ที่เค้าใช้ถมที่หรือก่อสร้างนี่นั่นโน่นกัน อิชั้นจะบอกว่าอิชั้นใช้อย่างหลังนี่แหละฮ่ะ โชคดีที่กะทิไม่ใช่แมวเรื่องมากแถมไม่ได้เป็นการเลี้ยงในระบบปิดที่อุดอู้ คือกรงอยู่ในที่โล่ง มีลมพัดผ่านตลอด (กลิ่นอบอวลหอมชื่นจายยย.. T^T) ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อหาทรายราคาแพง ๆ มาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ


แต่ก็ไม่ไ้ด้หมายความว่า คนที่ซื้อทรายมาใช้เป็นห้องน้ำแมวนั้นจะทำผิดแต่อย่างใดนะคะ เพราะจริง ๆ แล้ว ทรายแมว โดยเฉพาะนี่ก็มีข้อดีอยู่หลายข้อแหละ แต่ก่อนที่เราจะไปดูข้อดีของการใช้ทรายแมวเราคงต้องมาเรียนรู้กันสักนิด ว่าปกติแล้วแมวของเราจะขับถ่ายบ่อยแค่ไหนน่ะนะคะ

โดยทั่วไปแมวนั้นจะขับถ่ายกันวันละ 2-4 ครั้งฮ่ะ ดังนั้นหากแมวไม่ได้รับการฝึกให้ขับถ่ายให้เป็นที่ คุณ ๆ เจ้าของก็อาจจะต้องปวดหัวกับการทำความสะอาดบ้านที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไปไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

การฝึกให้น้องแมวของเราใช้งาน กระบะทราย เป็นนั้นเป็นเรื่องที่สมควรทำอย่างยิ่งฮ่ะ โดยเราจะมาเริ่มต้นที่การเลือกและเตรียมกระบะทรายกันก่อน

กระบะทรายหรือห้องน้ำแมวที่เหมาะสมนั้น ควรจะมีขนาดอย่างน้อย 1.5 เท่าของลำตัวแมวฮ่ะ เนื่องจากเวลาขับถ่าย แมวจะเข้าไปอยู่ในกระบะทรายทั้งตัว และควรเลือกกระบะทรายชนิดที่ทำความสะอาดง่าย ไม่อมน้ำ (ที่เห็นทั่วไปก็จะทำจากวัสดุประเภทพลาสติก) ซึ่งไอ้เจ้ากระบะนี้ก็มีรูปร่างหน้าตาให้เลือกหลายหลากเช่นกัน บางอันก็ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้เป็นห้องน้ำแมวโดยเฉพาะ มีฝาคงฝาครอบดิบดี ป้องกันกลิ่น ป้องกันทรายกระเด็นเวลาแมวคุ้ยทรายกลบอึ มีความสงบเงียบส่วนตัว ป้องกันภาพหรือวิสัยทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ข้อเสียก็คือเมื่อมันมีฝาครอบ ก็ทำให้การระบายอากาศไม่ค่อยดี จึงจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดกันบ่อย ๆ

ข้อดีของการเลือกใช้ส้วมแมวสำเร็จรูปแบบนี้ก็คือนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเหมาะสำหรับคนที่เลี้ยงแมวระบบปิด คือเลี้ยงไว้ในบ้าน,คอนโด,อพาร์ตเม้นท์ ที่ซึ่งมีสถานที่ไม่มากพอที่จะให้น้องแมวออกไปลั้นลา หรือไม่มีที่ว่างพอจะตั้งส้วมแมวไว้ข้างนอกนั่นเองน่ะนะคะ

ถามว่าจำเป็นไหมที่เราจะต้องซื้อ ส้วมแมว หรือกระบะทรายแมวเอามาทำห้องน้ำให้แมวเราอึฉี่ราคาแพง ๆ จริง ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นหรอกฮ่ะ หากเราต้องการประหยัดสตางค์ เราก็เลือกใช้กระบะทรายแบบที่เป็นกะละมังพลาสติกก็ได้ โดยเลือกให้มีขอบกะละมังสูง ๆ หน่อยเพื่อป้องกันทรายกระเด็นเวลาเหมียวมันกลบอึ ยัยกะทิก็ใช้กะละมังซักผ้านี่ล่ะแทนกระบะทรายที่วางขายตามท้องตลาด

ที่สำคัญก็คือไม่ว่าคุณจะใช้กระบะทรายแบบไหน คุณก็ควรทำความสะอาดกระบะทรายเป็นประจำด้วยการตักอึหรือฉี่ของเค้าอย่างน้อยวันละครั้งเพื่อไม่้ให้กลิ่นมันรบกวนใจ และควรนำกระบะทรายออกตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อสักอาทิตย์ละครั้ง (แต่ขอบอกว่าอิชั้นตากทั้งกรงทั้งกระบะทรายยัยกะทิทุกวันตราบใดที่มีแดด)

ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูชนิดของทรายแมวที่วางขายอยู่ในท้องตลาดกันบ้างนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีการรักษาและป้องกันไข้หัดแมว

วิธีการรักษา หากเราพบว่าน้อง แมว เป็น โรคไข้หัด อันดับแรกหากเราพาน้องแมวของเราไปพบหมอ คุณหมอเขาก็จะทำการตรวจเลือดก่อนเลยฮ่ะ เมื่อตรวจแล้วก็พบว่ามีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ ประกอบกับการดูอาการที่แมวมีร่วมกับกลิ่นอุจจาระ เมื่อแน่ใจว่าเป็นไข้หัดแมว ก็จะทำการรักษาตามอาการที่น้องแมวของเรามี อย่างเช่น หากอาเจียนก็ให้ยาแก้อาเจียน หากขาดอาหารและน้ำก็ให้สารอาหารและน้ำ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต้านเชื้อไวรัสและควบคุมการติดเชื้อแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

นอกจากนี้แล้วปัจจุบันยังมีการให้ยาในกลุ่ม Interferon แบบฉีดในขนาดสูง (และมีราคาสูงด้วย) เพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสร่วมกับการรักษาตามอาการได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งเจ้ายาตัวนี้ถ้าฉีดในแมวที่แสดงอาการแล้ว จะเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ประมาณ 10-20% แต่หากฉีดในแมวที่ได้รับเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการ ก็จะเพิ่มอัตราการรอดได้ค่อนข้างสูงถึง 80-90% เลยทีเดียว



นอกจากการรักษาโดยการให้ยาแล้ว เจ้าของแมวก็ควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่ตกค้างและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้มาก ๆ เพราะเชื้อไข้หัดแมวนี้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แมวป่วยได้หลายเดือนจนถึงเป็นปีเลยทีเดียว วิธีการที่ง่ายและประหยัดเงินสุด ก็คือให้หาน้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมของ ไฮโปคลอไรท์ โดยนำมาผสมกับน้ำเปล่า 1:16-32 ส่วน จากนั้นนำไปเช็ดทำความสะอาดจุดต่าง ๆ ของบ้าน ทิ้งไว้ราว 10-30 นาที แล้วจึงใช้น้ำเปล่าเช็ดออกอีกครั้งน่ะนะคะ

ด้านบนเราดูในเรื่องของการรักษาไข้่หัดแมวกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่าเราจะป้องกันน้องแมวของเราเป็นไข้หัดได้อย่างไรบ้างกันดีกว่าค่ะ

การป้องกันหรือการลดความเสี่ยงในการที่น้องแมวของเราจะเป็นไข้หัดนั้น ทำได้ง่ายและไม่ยุ่งยากเลย นั่นก็คือ การทำวัคซีนป้องกันโรคนี้ให้กับแมวทุกตัวที่เราเลี้ยง โดยเราสามารถทำได้ตั้งแต่น้องแมวอายุได้ 6-8 สัปดาห์เป็นต้นไป และทำการฉีดซ้ำทุก 2-3 สัปดาห์ จนกว่าน้องแมวจะอายุครบ 16 สัปดาห์ และจะต้องทำการกระตุ้นวัคซีนทุก 1-3 ปี (เอ๊ะ..ยัยกะทิตอนรับตัวมาใหม่ ๆ จากพี่สาวแอดมินได้ทำรึเปล่าเนี่ย สงสัยต้องพาไปหาคุณหมอหน่อยละ) แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่การระบาดของโรคในพื้นที่นั้น ๆ ด้วยนอกจากนี้ หากเจ้าของไปจับหรือสัมผัสแมวนอกบ้าน ไม่่ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม เวลากลับมาบ้านก็ให้ล้างมือให้สะอาดก่อนจับแมวของตัวเองด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นพาหะนำโรคมาติดเจ้าลูกสมุนที่บ้าน และหากจะรับแมวมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน ก็ควรเลี้ยงแยกไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อสังเกตว่าแมวตัวใหม่ที่นำมาติดโรคหัดหรือโรคติดต่ออื่น ๆ มาด้วยรึเปล่าค่ะ

สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อน ๆ ทุกคนทราบว่า ไข้่หัดแมว นั้น แม้ว่าจะเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง เป็นแล้วมีอัตราการตายสูง แต่เราก็สามารถป้องกันน้องแมวของเราให้ห่างไกลจากโรคหัดได้ ด้วยการทำวัคซีนให้ครบ เพื่อป้องกันความสูญเสียอันอาจจะเกิดขึ้นได้กับสมาชิกตัวน้อยในบ้านเราเองน่ะนะคะ



ภาพประกอบจาก 123rf.com/photo_14719032_veterinarian-examines-a-sick-cat-to-the-clinic.html





วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไข้หัดแมว ตอน สาเหตุและอาการของไข้หัดแมว


ช่วงนี้บรรดาแก๊งค์ แมว เหมียวของเพื่อนแอดมินที่เลี้ยงไ้ว้ถึง 14 ตัว มีปัญหาเป็น ไข้หัดแมว กันยกแก๊งค์เลยฮ่ะ >0< ถามว่าแอดมินรู้จักไข้หัดแมวมั้ย ก็พอรู้จักนิด ๆ หน่อย ๆ ล่ะ รู้..ว่ามันเป็นโรคติดต่อที่เป็นแล้วหายยาก รู้..ว่ามันเป็นโรคที่เป็นแล้วลดประชากรหมาแมวที่ไวที่สุดชนิดหนึ่ง และนอกจากมันจะทำให้หมาแมวของเราป่วยหนักแล้ว หัวใจของคนที่เป็นเจ้าของก็ทุกข์หนักไม่แพ้กันด้วย

เมื่อวานนี้ตอนทุ่มครึ่ง เพื่อนของแอดมินโทรศัพย์มาบอกว่า เจ้าแต้ม..แมวตัวเล็กครอกใหม่ของบ้านที่ป่วยเป็น ไข้หัด ได้ตายไปเป็นตัวแรกค่ะ ฟังแล้วใจหายนิ ก็รู้ล่ะ..ว่ามันรอดยาก แต่จนแล้วจนรอด เวลามีสัตว์เลี้ยงที่เราไม่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่สัตว์ แต่เป็นสมาชิกในครอบครัวตัวหนึ่งต้องตาย ก็อดเศร้าไปกับเค้าด้วยไม่ได้เหมือนกัน ยิ่งรู้ว่าตัวอื่น ๆ อีัก 14 ตัว มีตัวที่อาการหนักอีก 3 และตัวอื่น ๆ ที่ทำท่าจะติดตามไปด้วยอีกทั้งแก๊งค์ แอดมินก็ยิ่งห่อเหี่ยวหัวใจทบเท่าทวีคูณ

อย่ากระนั้นเลยฮ่ะ เรามาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าไอ้เจ้าไข้หัดที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงของแมวนี่ มันมีสาเหตุการเกิดขึ้นจากเชื้อโรคประเภทไหนกัน แล้วเป็นกันแล้วมีวิธีการรักษา หรือมีวิธีการป้องกันอย่างไรได้บ้าง เผื่อจะเอาไว้เป็นอุทาหรณ์และแนวทางรักษาหากน้องแมวของเราดันไปติดโรคนี้มาด้วย

โรคหัดแมว นั้น เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Feline Panleukopenia Virus (FPV) ฮ่ะ เจ้าไวรัสตัวนี้เป็นไวรัสในกลุ่ม Parvovirus เป็นตัวการทำให้เกิดโรคในสัตว์ตระกูลแมว และสัตว์ที่อยู่ในตระกูลใกล้เคียง เช่น แรคคูน ตัวมิงค์ เป็นต้น

แล้วน้องแมวของเราจะติดโรคนี้มาได้อย่างไร โรคหัดแมวนี้สามารถติดได้หลายทางและติดได้อย่างง่ายดายจนน่าตกใจทีเดียวค่ะ เพราะมันสามารถติดได้จากสารคัดหลั่งสารพัดชนิดของน้องแมวเอง ไม่ว่าจะเป็นอุจจาระ ปัสสาวะ น้ำลาย หรืิอแม้แต่การแพร่เชื้อโรคจากพื้นดิน ภาชนะเครื่องใช้ที่ปนเปื้อน คือติดได้จากสารพัดวิธีว่างั้นเถอะ ดังนั้น เมื่อเราพบว่ามีแมวของเราตัวหนึ่งตัวใดป่วยเป็นโรคนี้ ทางเลือกที่ควรทำที่สุด ก็คือการแยกข้าวของเครื่องใช้ของแมวป่วยออกจากแมวดี ทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม และหากเราไม่จับแมวป่วยมาแล้วก็ไม่ควรไปจับแมวที่ยังไม่ป่วยโดยไม่ได้ล้างมือหรือล้างตัวให้สะอาดก่อนอีกด้วยน่ะนะคะ


โรคไข้หัดแมวนั้น เมื่อเป็นแล้ว อัตราการตายจะสูงมากเลยทีเดียวค่ะ คือจะมีอัตราการตายได้ตั้งแต่ 50-90% และสามารถพบการเกิดโรคได้ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะัแมวที่อายุน้อย ๆ ที่สำคัญก็คือ โรคหัดแมวนั้นมักจะพบในแมวที่ไม่เคยทำวัคซีนป้องกันโรคมาก่อนหรือเคยทำวัคซีนแล้วแต่ทำไม่ครบถ้วนตามโปรแกรมวัคซีน ยิ่งถ้าแมวตัวที่เป็นไข้หัดอยู่ในสภาพแมวล้อมที่คับแคบ มีแมวอยู่กันหนาแน่น มีภาวะเครียด ก็ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการเกิดและระบาดของโรคมีมากขึ้น

อาการของโรคหัดแมว นั้น จะเริ่มต้นจากการที่น้องแมวของเรามีอาการซึมค่ะ นอกจากนั้นยังมีไข้ เบื่ออาหาร ท้องเสีย อาเจียน อุจจาระมีกลิ่นเหม็นคาวผิดปกติ บางตัวอาจนอนตลอดเวลาด้วยความอ่อนเพลีย เดินไม่ตรง หัวตก มีขี้มูกขี้ตากรัง (บางครั้งตามีอาการอักเสบร่วมด้วย) แสดงอาการเจ็บเมื่อเราคลำท้อง เมื่อเป็นมาก อุณหภูมิในร่างกายจะต่ำ ช็อค หมดสติ และจะเสียชีวิตในที่สุด โดยอาการรวม ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ภายใน 5 วัน แต่หากน้องแมวอยู่รอดได้เกิน 7 วัน ก็มักจะมีอัตราการเสียชีวิตน้อยลง

นอกจากน้องแมวของเราอาจติดไข้หัดได้จากหลายทางแล้ว หากแม่แมวที่ตั้งท้องป่วยหรือเป็นพาหะของไข้หัดแมว ลูกแมวก็จะติดเชื้อผ่านรกได้ ส่งผลให้เกิดอาการแท้ง หรือหากคลอดออกมา ลูกแมวก็จะอ่อนแอจนอาจตายได้ในที่สุด

ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูวิธีการรักษาและการป้องกันโรคไข้หัดแมวกันนะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก guru.google.co.th/guru/thread?tid=5ef8f804bbd1a676
ภาพประกอบจาก bloggang.com/mainblog.php?id=sirijunya&month=12-10-2009&group=2&gblog=1


วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นาน ๆ จะรักอิ่เจ๊ที


กะทิเป็นแมวเปรียวฮ่ะ คือคงต้องบอกว่าเป็นแมวเปรียว สวย เผ็ด ดุมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ยังจำได้เลยว่าตอนกะทิต้องถูกส่งตัวมาอยู่ที่บ้านพี่สาว (ก่อนที่จะระเห็จมาถึงมืออิชั้นนี่) กะทิเป็นแค่แมวตัวเล็ก ๆ แกร็น ๆ ที่ดุมว๊ากกก..ถึงมากที่สุด..


ตอนนั้นยูกิซึ่งเป็นพี่สาวของกะทิมาอยู่บ้านพี่สาวตัวนึงอยู่ก่อนแล้วสักระยะ พอต่อมา บ้านเดิมของกะทิก็ส่งตัวกะทิมาเพิ่มให้อีก

อิชั้นซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับพี่สาวก็อ่ะนะ..แวะไปดูหน่อยสิว่าสามาชิกใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร (จริง ๆ จะแวะไปเล่นกับยัยยูกินั่นล่ะ แต่บังเอิญไปเจอสมาชิกใหม่อย่างยัยกะทิเข้า) ซึ่งเมื่อแรกพบกันกะทิดุมากจริง ๆ คือแม้ว่าจะอยู่ในกรง ก็เที่ยวขู่ ปีนป่าย ยื่นมือมาตะปป เขย่ากรง กัด ข่วนคนอื่นเขาไปทั่ว เรียกว่าไม่พอใจอย่างแรงที่ถูกขัง และไม่พอใจอย่างแรงที่ถูกส่งตัวมาอยู่บ้านนี้

พอลองถามพี่สาวดูก็ทราบว่า กะทิเป็นแมวที่ไม่คุ้นคนสักเท่าไหร่ฮ่ะ คือเจ้าของเดิมเค้าเลี้ยงแบบกักบริเวณ ใส่กรงไว้เกือบทั้งวัน ซึ่งวัน ๆ ก็คงไม่ค่อยมีคนเล่นด้วย ผลก็คือกะทิกลายเป็นแมวมีปัญหา ไม่คุ้นเคยกับความรักของคนเลี้ยงซะงั้น

พอโตขึ้นมานึกว่าความดุนี้จะหายไป แต่มันก็หาได้หายไปหมดไม่ฮ่ะ..เพราะแม้ว่ากะทิจะดุน้อยลงมาก แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปเผ็ด สวย ดุ (กรูแนว)ซ่อนไว้อยู่ดี

แม้ว่าจะถูกส่งตัวมาอยู่ในความดูแลของอิชั้นกว่า 4 เดือนแล้ว กะทิก็ยังคงแม่กะทิจอมแสบ ที่เล่นแรง ข่วนจริง จิกจริง กัดจริง โดยอิ่เจ๊มันไม่มีสิทธิ์ใช้แสตนอินทุกครั้งไป


อิชั้นก็แปลกใจฮ่ะ..ไหนเค้าว่าพอแมวถูกจับไปทำหมันแล้ว มันจะเชื่องขึ้น อารมณ์ดีขึ้น เพราะระดับฮอร์โมนไม่พลุ่งพล่านไง ไหงยัยกะทิไม่เห็นเป็นเหมือนแมวคนอื่นฟระ

แต่อิชั้นก็ไม่ย่อท้อฮ่ะ รักมันทั้ง ๆ ที่มันดุบรร--ลัยนี่ล่ะ (หึหึ...โปรดสุแพร่ดด้วย อาจมีเด็ก สตรี และคนชราแวะมาอ่านบล็อกนี้อยู่ก็ได้ << ตุ้บตั้บ ๆ ๆ เสียงซ้่อมแอดมินเป็นการสั่งสอนเล็กน้อย)

เมื่อวานนี้อิชั้นเพิ่งเห็นอาการอ้อนของยัยกะทิเต็ม ๆ ตา เต็ม ๆ ใจเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนฮ่ะ คือระหว่างนั้นมันก็มีมาอ้อนเป็นระยะ ๆ แต่ก็เป็นการอ้อนระดับเบสิค คือถ้าอิชั้นไม่จับมันมาอ้อนเอง จ้างให้มันก็ไม่มาหรอก T^T

แต่เมื่อวานช่วงเที่ยง หลังจากลูกน้องออกไปกินข้าวกลางวันกันหมด อิชั้นก็เลยถือโอกาสนอนพักบนโซฟาสักแป๊บ โดยมีัยัยกะทิ นอนห่างออกไปทางโซฟาอีกด้านหนึ่ง

จู่ ๆ ยัยกะทิก็สบตาอิชั้น แล้วก็ลุกเดินดุ่ม ๆ ปีนขึ้นมาบนตัว แล้วก็นอนแหมะลงขดตัวแสดงฤทธิ์เดชของความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอิชั้นเฉย ๆ ซะงั้น


ดีใจจนน้ำตาไหลโฮก 5555+

เท่านั้นยังไม่พอ พอลองจับตัวให้กระเถิบขึ้นมานอนบนหน้าอก แม่นี่ก็เอาหัวถูไถอิชั้นเหมือนรักกันซะเต็มประดาอีกดั้ว โฮ๊ะ..(ตีปีกพั่บ ๆ ๆ 55555+)


เรามาดูภาพกีฬามัน ๆ เอ๊ย..ภาพกะทิยามรักกันกับอิ่เจ๊ของมันอีกสักแชะสองแชะนะคะ


ร๊ากก..คนนี้ล่ะ เจ๊ของทิ อิอิ..


อดทนนอนไม่ขยุกขยิกเหมือนถูกแมวอำอยู่ราว 10 นาทีได้ฮ่ะ พอเมื่อยหนัก ๆ เข้า อิชั้นก็ดันตัวมันลงมาแหมะอยู่ข้าง ๆ ซึ่งผลก็คือ ยังคงนอนหลับไม่รู้ไม่ชี้หนุนแขนอิชั้นอยู่อย่างนั้น

ดีใจอ่ะ..อย่างน้อยมันก็แสดงให้รู้ว่ามันรักอิชั้นนะ ไอ้ความรักที่อิชั้นมีให้มันมาตลอดไม่ได้สูญเปล่า ก็หวังว่ามันจะสุขภาพดีอยู่เป็นที่รักของอิชั้นและคนรอบข้างไปอีกนาน ๆ อ่ะนะคะ

สุขสันต์วันหยุดยาวสำหรับทุกคนเลยค่ะ

วันนี้เพื่ีอน ๆ บล็อกยัยกะทิกอดแมวของเรากันรึยังคะ

เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai