วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กะทิ อิ่แมวเคลือบช้อกโกแลต

ล่วงมาถึงเวลานี้ อิชั้นค่อนข้างแน่ใจแล้วฮ่ะ ว่าถึงอย่างไรยัยกะทิมันก็คงไม่หนีไปจากอิชั้นหรอก..แต่ปัญหาก็คือ ถ้ามันเกิดวิ่งออกไปเล่นแล้วกลับบ้านไม่ได้ หรือมีคนจับตัวไว้ไม่ให้กลับล่ะ จะทำยังไงดีน้อกะทิ หุหุ..


เพื่อน ๆ บล็อกหลาย ๆ คนคงเคยผ่านตาวิวัฒนาการของยัยกะทิ นับตั้งแต่วันแรกที่ถูกส่งตัวมาที่ตึก ว่าค่อนข้างตื่นกลัวและตื่นที่ ถึงขนาดเคยหลุดออกไปสองครั้งสองหนมาแล้วน่ะนะคะ นับจากวันนั้นอิชั้นก็พยายามจะฝึกให้ยัยกะทิรู้ให้ได้ฮ่ะ ว่าที่นี่ก็คือ "บ้านใหม่ของกะทิ" นะ ละแวกนี้ก็เหมือนกัน เป็นละแวกบ้านที่กะทิจะต้องทำความคุ้นเคย เพราะอีกหน่อย อิ่เจ๊เองก็คงจะปล่อยให้กะทิออกไปเดินเล่นทีละนาน ๆ มั่ง ไม่ใช่ต้องเดินตามติดกันทุกฝีก้าวขนาดนี้

แต่ความหวังที่จะปล่อยตัวยัยกะทิให้วิ่งเล่นตามใจชอบอยู่ในบริเวณตึก ดูเหมือนจะทำยากอยู่สักหน่อยอ่ะนะคะ เพราะนอกจากบริเวณตึกจะค่อนข้างกว้างขวาง มีลานปูนให้วิ่งเล่นยาวเหยียด ก็ยังมีลานดิน ป่าดงพงไพร และสุมทุมพุ่มไม้บริเวณด้านหลังของตึกให้อิ่เจ๊มันประสาดแดรกเวลากะทิวิ่งปรู๊ดออกไปได้ทุกเมื่ออีกตะหาก


แถมยัยกะทิเองก็ช้อบ..ชอบฮ่ะ..ช่วงหลัง ๆ นี่พอปล่อยออกจากกรงให้ออกมาเดิน หรือวิ่งเล่นยืดเส้นยืดสายปุ้บ เผลอแป๊บเดียวยัยนี่วิ่งออกหลังตึกป๊าบ T^T ร้อนถึงอิ่เจ๊มันต้องรีบวิ่งตาม นี่ถ้าวิ่งเข้ารกเข้าพงไป อย่าหวังเลยว่าจะหาเจอกันง่าย ๆ ตายห่านแน่ ๆ เลยกะทิเอ๊ย..


สิ่งที่ยวนใจที่สุดสำหรับยัยกะทิก็คืออิ่พวกพี่นก พี่แมลง พี่แมงปอ นี่แหละฮ่ะ หลังตึกนี่มีเยอะมว้ากกก..(แกจะเยอะไปไหน..ห๊ะ) ยัยกะทิออกไปทีไร แม่มม..โดดเป็นจิงโจ้ ไล่จับกันเป็นที่สนุกสานทุกที


ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนด้วยอ่ะ..ทุกครั้งที่ยัยกะทิดอดออกไปวิ่งไล่นกจกแมลงด้านหลังตึก ก็จะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับแมวเคลือบช้อกโกแลต T^T โดดจ๋อมนึงก็ลงบ่อโคลน โดดอีกจ๋อมนึงก็ลงบ่อเลน สนุกสนานหาใดจะเปรียบ


เอิ่ม..อิ่เจ๊ไม่สนุกด้วยนะทิ นอกจากต้องพยายามจับแกกลับมาให้ได้ ก็ยังต้องคอยหว่านล้อมไม่ให้แกวิ่งเตลิดเข้าป่าไปอีก >0</...ไม่พูดถึงรอยติงเคลือบช้อกโก้ของแกที่ย่ำเป็นเทือกไปทั้งออฟฟิศนะ


หากโชคดี ไล่จับตัวได้ทันกาล ก็จะมีงานแค่จับล้างขากะพุงเท่านั้น 


จับล้างตัวล้างขาแล้วเช็ดให้แห้งสนิทแล้ว ก็กลับมาซนได้ต่อ ดูหน้ามันอิ่ตอนมาชวนอิชั้นเล่นเด่ะ >.<


อิ่แมวตรูดบานเอ๊ย..5555+ ...สำราญจริงนะแก

แล้วกลับมาพบกับกะทิได้ใหม่ในตอนหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


ยุทธการป้องกันมด


กะทิเองก็เหมือนแมวเลี้ยงตัวอื่น ๆ ส่วนใหญ่ในสากลโลกฮ่ะ คือ อ้วน..พุงพลุ้ย หัวหลิม เหนียงยาน เย้ย !!?? ม่ายช้ายย..อิชั้นหมายถึงมันต้องกินอาหารเม็ด ซึ่งเป็นอาหารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนเลี้ยงแทนที่จะต้องมานั่งคลุกข้าวกับปลาทูให้แบบสมัยเก่าอ่ะ >0</ ซึ่งเดี๋ยวนี้อาหารเม็ดก็มีให้เลือกหลายหลากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรสปลาทู รสโกเม่ (มันคือรสไรวะทิ เจ๊ไม่เคยชิม) รสปลาทะเล และรสอื่น ๆ


แต่ปัญหาของการให้อาหารแมว ไม่ว่าจะเป็นอาหารแบบเดียวกับที่คนกิน หรืออาหารเม็ดแบบที่แมวแหล่ก ก็มักจะมีคล้าย ๆ กันฮ่ะ นั่นก็คือ..บางทีอิ่แมวของเรามันเจือกกินไม่หมดมั่ง อิ่คนเลี้ยงบ้าพลังใส่อาหารให้เยอะเกินไปมั่ง ทำให้บางครั้ง มะแมวต้องรับศึกหนัก ประเภทที่ต้องต่อสู้แย่งชิงเม็ดอาหารกับพวกมด ๆ ซะงั้น

สำหรับยัยกะทินี่ก็เช่นกันฮ่ะ เพราะเป็นแมวตึก พ่อแม่ก็ไม่มี มีแต่อิ่เจ๊ซึ่งงานเยอะจนหูตูบ ทางเลือกของอิ่เจ๊ก็เลยเหมือนคนอื่น ๆ นั่นก็คือซื้ออาหารเม็ดมาไว้ใ้ห้ ซึ่งก็นะ หน้าที่ของการให้อาหารก็จะตกเป็นของป้าแม่บ้านมั่ง พี่เสมียนมั่ง หรืออิ่เจ๊มั่ง แล้วแต่ใครจะว่างและบ้าพลังพอที่จะเติมอาหารเม็ดให้มัน (ขอบอกว่า แม่มมม..เติมกันได้ทั้งวันเลยฮ่ะ ซึ่งไม่น่าเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้แมวของเราตรูดบานโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว ยังเปลืองงบประมาณทางการเงินอีกด้วย )

และด้วยเหตุที่ต่างคนต่างเป็นห่วงอาหารการกินยัยกะทินี่แหละ ทำให้อาหารไม่เคยพร่องไปจากถ้วยของนางเลย..ผลลัพท์หรือคะ ไอ้อาหารที่กินไม่หมด นอกจากจะหมดความหอม ความกรอบอย่างที่มันควรจะเป็นแล้ว บางทีอิชั้นก็ต้องมาเจอกับบรรดากองทัพมดที่พากันมาบุกถ้วยอาหารเม็ดของยัยกะทิจนเต็มพื้นที่อีกด้วย


หลังจากนั่งคิด นอนคิดอยู่หลายวันว่าจะป้องกันข้าศึกยังไงดี สุดท้ายอิชั้นก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาฮ่ะ ทางเดียวที่จะป้องกันมดขึ้นอาหารเม็ดยัยกะทิได้ ก็คือต้องทำการล้อมคอกกันอาหารเม็ดหายเซี๊ยะก่อน วิธีการหรือคะ อิอิ..

แอ่น..แอ๊นนน...อิ่เจ๊ของยัยกะทิขอนำเหนอ ถ้วยเก็บป๋องนม ราคา 10 บาท เริ่ด หรู ดูดี ชิมิคะ(..ตรงไหน ??!!)


ข้อดีของถ้วยเก็บป๋องนมแบบนี้มีสองประการฮ่ะ คือด้วยความที่มันเป็นถ้วยที่มีสองชั้น (มีชั้นใส่ป๋องนมตรงกลาง แล้วก็มีชั้นสำหรับหล่อน้ำกันมดอยู่รอบนอก) เราจึงสามารถอะแด๊ปเอาอาหารใส่แทนป๋องนม แล้วหล่อน้ำรอบ ๆ กันมดได้ แถมมันยังมีฝาปิด ป้องกันอาหารเม็ดโดนลมแล้วหายกรอบ หายหอมอีกดั้ว


ถ้าไม่ต้องการใช้ฝาปิด ก็เอามาทำเป็นของเล่นให้มะแมวของเราก็ยังดี (เอากับอิชั้นซี๊.....เอิ๊กก..)


พออิชั้นได้ถ้วยมาป๊าบ ก็จัดการเลยฮ่ะ ขั้นตอนแรกก็เอาอาหารเม็ดปริมาณปกติแบบที่เคยใส่ให้ยัยกะทิใส่ลงไปก่อน


จากนั้นก็เติมน้ำนิดหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้มดไต่ถึงบริเวณที่เราใส่อาหารไว้ บริเวณที่เป็นขอบชั้นนอก


ไหนลองปิดฝาดูทีรึ ว่าจะดูดีมีสกุลมั้ย อิอิ..


ผ่านการเทสต์จากผู้ตรวจคุณภาพงานเรียบร้อย ทิบอก..ใช้ได้ฮ่ะ..แค่นี้พี่มดก็มาแย่งอาหารเม็ดของกะทิไม่ได้แย้ว...♥


ไอเดียของการป้องกันมดให้กับถ้วยอาหารของน้องแมวนี่ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ ถ้าเพื่อน ๆ ท่านไหนสนใจจะเอาไปทำตามก็เชิญได้เลยค่ะ ก็หวังว่ายุทธการป้องกันมดที่อิชั้นเอามาฝากกันในวันนี้ จะถูกใจแควน ๆ ทาสแมวทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ ヾ(@^▽^@)ノ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โลนลี่ กะทิ T^T


เมื่อตอนที่ยัยกะทิ มูฟ ทู เดอะ ดอมิทอรี่ (เดาะภาษาปะกิตซะเลย ให้รู้เซี๊ยะมั่งว่าทิก็เป็นแมวอาเซียนนะยะ กร๊ากกก..) ยัยกะทิเค้าไม่ได้มาเดี่ยว ๆ ฮ่ะ แต่มาพร้อมกับยัยยูกิ ซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ถอดแบบกันมาเด๊ะ ๆ อีกหนึ่งตัว

เป็นที่น่าเสียดายว่าพอเอามายังไม่ทันข้ามวัน อิชั้นก็เดินทางไปต่างจังหวัดซะก่อน ลูกน้องที่ตึกก็หวังดี๊หวังดี นึกว่าแมวเชื่องแล้ว ก็เลยปล่อยออกมาอึมาฉี่นอกกรงซะงั้น ซึ่งก็นะ...พอปล่อยตัวป๊าบบบ..แม่สองตัวนี่ก็วิ่งหน้าตั้งหนีหายเข้ารกเข้าพงเข้าป่า(ล่าสัตว์)หลังตึกปุ้บ T.T (ก็แมวมันยังตื่นที่อ่ะ) เดชะบุญที่ยัยกะทิซึ่งตอนนั้นท้องอยู่ ยังวนเวียนกลับมาให้จับกลับบ้าน ส่วนยัยยูกิหายเข้ากลีบเมฆไปเลย ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอจนกระทั่งบัดนี้


นับตั้งแต่นั้นมา ยัยกะทิก็เลยกลายเป็น แมวเลี้ยงเดี่ยว (คล้าย ๆ กับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 555+) คือไม่มีเพื่อนมีฝูงกับเค้าหรอก ชีวิตมันตื่นมาก็เจอแต่ป้าแม่บ้าน พี่ไอซ์ พี่หน่อง พี่ยาม แล้วก็อิชั้นซึ่งกว่าจะโผล่ไปโอ๋กันก็บ่าย ๆ โน่นล่ะ ถามว่าสงสานยัยกะทิมั้ย..สงสานอย่างแรงอ่ะ คิดดู..ถึงเราจะรักจะโอ๋มันยังไง มันก็ยังต้องการเพื่อนที่เป็นสปีชี่ส์เดียวกันเอาไว้สื่อสารคุยหงุงหงิง หรือเล่นกันบ้างล่ะเนอะ นี่เราเป็นคน คุยกับมันยังไงก็คงไม่เข้าใจภาษาของกันและกันหรอก รู้อย่างเดียวว่ารัก..ยัยตัวเล็กนี่รักทินะ หรือทิก็รักยัยตัวเล็กนี่ แต่ก็เป็นเพียงความรู้สึกที่รับรู้จากภาษากายกันได้เท่านั้น


และเนื่องจากยัยกะทิไม่มีเพื่อนเล่นนี่เองฮ่ะ..อิชั้นก็เลยพยายามจะให้กะทิผูกสัมพันธไมตรีกับน้องหมาที่ตึกซึ่งเป็นน้องหมาของป้าแม่บ้านให้ได้..จริง ๆ ยัยทิก็อยู่กับอิชั้นมาตั้ง 3 เดืิอนละ ก็คงพอจะคุ้นกลิ่นคุ้นตากับหมาตุ่นและหมาแครอทอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่อิชั้นกลัวหมาตุ่นซึ่งเป็นหมาที่ร่าเริงที่สุดในสามโลกขย้ำเอา ก็เลยไม่กล้าปล่อยยัยกะทิให้ออกมาทำความรู้จักกับหมาตุ่นนอกกรงเลยสักครั้ง

โครงการก็คือพยายามให้หมาสองตัวกับแมวหนึ่งตัวนี่เล่นด้วยกันได้ฮ่ะ ตอนนี้ก็ให้ทักทายกันโดยมีกรงคั่นกลางเอาไว้ก่อน เดี๋ยวมีโอกาสจะจับทั้งสองตัวมาไว้ในห้องเดียวกัน แล้วค่อย ๆ ให้คุ้นเคยกันทีละนิด ซึ่งหากทำได้ ก็คิดว่ายัยกะทิคงจะหายเหงาไปเยอะ (แต่จะชวนกันซนบ้านแตกรึเปล่าก็อีกเรื่องนึงนะ >_<)

วันนี้เรามาดูลีลาของน้องตุ่นกับความใจกล้าขาใหญ่ของยัยกะทิในการพยายามทำความคุ้นเคยกันนะคะ (คำเตือน กรุณาปิดเสียงก่อนดูคลิปค่ะ 55555+)



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

DIY. ทำมุ้งกันยุงให้ยัยกะทิ


ความผิดพลาดครั้งใหญ่อย่างหนึ่งเมื่ออิชั้นตัดสินใจซื้อกรงยัยกะทิก็คือ ทำไมตรูไม่ซื้ออิ่แบบที่มีมุ้งลวดติดมาเลยฟระ..

หลาย ๆ คนคงเคยเห็นหรือเคยอ่านบล็อกหน้าแรก ๆ ของยัยกะทิ ที่อิชั้นเอารูปกรงที่คลุมด้วยมุ้งผ้าไนล่อนสีฟ้ามาอวดกันประมาณว่า อิ่มเอมเป็นที่สุด ว่าสามารถป้องกันยุงให้ยัยกะทิได้ในระดับหนึ่งละ


ในเวลาไม่นานนัก (จริง ๆ แค่สองอาทิตย์เอง แม่เจ้า !!) นังมุ้งเจ้ากรรมที่อุตส่าห์เทียวไล้เทียวขื่อ ดึงเข้าดึงออก ก็ถึงแก่กาลอวสาร T^T ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี เพราะเที่ยวไปเกี่ยวตรงนู้นตรงนี้เป็นรูไปเรื่อย

ไอ้ครั้นจะเรียกช่างทำมุ้งลวดมาวัดแล้วก็เอาไปทำมาติดให้ที่ตึกก็ดูจะเอิกเกริกไปหน่อย สุดท้าย อิชั้นก็..เอาวะ ทำได้เท่าที่ทำไปก่อนก็ละกันนิ

ผลสุดท้ายอิชั้นก็เลยหยิบไอ้เจ้านี่มาทำมุ้งกันยุงให้ยัยกะทิไปพลาง ๆ ก่อนฮ่ะ

วัสดุอุปกรณ์ก็มีไม่มาก ได้แก่

1. แมวกะทิ (เอิ่ม..อันนี้ไม่ใช่ ข้ามไป ๆ..555+)


2. อุโมงค์สี่เหลี่ยมผ้านวม


3. เศษผ้าลูกไม้ หรือเศษผ้ามุ้ง ขนาดใหญ่กว่ารูอุโมงค์ 2 ชิ้น


4. เข็ม,ด้าย,กรรไกร

เมื่อพร้อมแล้วก็มาลงมือทำกันได้เลยค่ะ


ตัดผ้าลูกไม้ หรือผ้ามุ้งเป็นรูปวงกลมใหญ่กว่าขนาดทางเข้าอุโมงค์ประมาณ 1 นิ้วโดยรอบ จากนั้นจึงนำมาเย็บเข้าที่ด้านในของอุโมงค์นวม โดยเย็บเนาปากอุโมงค์ด้านหนึ่งโดยรอบ (เข้าออกไม่ได้) และอีกด้านหนึ่ง เย็บแค่ครึ่งบนครึ่งเดียว เพื่อให้แมวสามารถมุดเข้าออกได้


จริง ๆ งานนี้ตั้งใจจะทำเองฮ่ะ แต่ลูกน้องที่ออฟฟิศบอกว่าเดี๋ยวหนูทำให้ ดูเหมือนน้องจะชำนาญกว่า อิชั้นก็เลยทำแค่ตัดผ้าเป็นวงกลมให้แค่นั้น >.< ทุ่มเทฝีมือตัดมากเลยนะน่ะ 5555+

ระหว่้างนั้น ยัยกะทิก็มาป่วน ย่ำขึ้นมาซนเป็นระยะ ๆ .. >0</ ร้อนถึงพี่หน่องคนเย็บมุ้งให้ต้องจับมาคุยว่าให้นอนเล่นอยู่นิ่ง ๆ แป๊บบบ....พี่หน่องจะทำมุ้งให้นะทิ..


แสดงฝีมือเต็มที่ โดยมียัยกะทิเกลือกกลิ้งขวางชิ้นงานเค้าเป็นระยะ ๆ (ทำตัวเป็นประโยชน์มากเลย นังทิ !!)


ในที่สุดก็เสร็จแล้ว..เย้ ๆ ไหน ทิมาลองดิ๊..


จับมุดเข้าไป ปล่อยไว้สักพัก อ้าว..เฮ้ย..ไหงเข้าไปแล้วเงียบ ไม่ใช่ให้เข้าไปหลับนะแกร๊..เค้าให้เข้าไปลองดูเฉ๊ย ๆ...

สรุปผลว่างานนี้น่าจะใช้งานได้ดีฮ่ะ เสียอย่างเดียว ไม่รู้มันจะมุดเข้ามุดออกเป็นมั้ย เดี๋ยวคืนนี้คงต้องโทร.ให้ยามที่ตึกย่อง ๆ ไปดูหน่อย ว่ามันจจะเข้าไปใช้อุโมงค์แบบมีมุ้งได้รึเปล่า ว่าแล้วก็เอามันกลับไปคืนกรงดีกว่าเนอะ




ใส่อุโมงค์มีมุ้งเข้าไปแล้วดูดีมีสกุลขึ้นมาทันที (ฮา~~) แล้วกลับมาพบกับโปรเจ็คส์ใหม่ ๆ ของยัยกะทิได้ในครั้งหน้านะคะ :)



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai