แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cute cat แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cute cat แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เกี่ยวก้อยกันเถิดดด...


เดี๋ยวนะ..ก่อนจะเขียนไดอารี่ยัยกะทิ อิชั้นสงสัยว่า ไอ้ชื่อหัวไดอารี่วันนี้มันเกี่ยวอัลไลกับเนื้อเรื่องฟระ..ครึ ครึ..


ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ชีวิตอิ่เจ๊ก็ยังคงหมุนวนเวียนเทียนกันไปเป็นปกติฮ่ะ นอกจากงานการเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยไปดูแลทุกวันแล้วก็มีเด็กแสบที่ตึกนี่แหละ ที่เป็นห่วงรัดคอ ไม่ให้ไปไหนได้ไกลมาก เพราะนอกจากจะต้องไปดูแลให้อาหารเปียกสองแสบช่วงบ่ายเองแล้ว ช่วงหลายวันหลังนี่ สองแสบยังได้รับอนุยืดให้ออกมาเดิน วิ่ง เป็นลิงเป็นค่างนอกออฟฟิศวันละพักนึงด้วย


แต่การจะปล่อยสองแสบออกมานั้น ไม่ใช่ว่าจู่ๆ นึกอยากจะปล่อยก็ปล่อยนะฮะ ก็อย่างที่เคยบอกไว้ในไดอารี่หน้าก่อนๆ ว่าปกติแล้ว สองแสบเองนั้นไม่เคยออกมาเล่นนอกออฟฟิศตามลำพังโดยไม่มีสายจูง (เคยทดลองช่วงแรกๆ ที่รับตัวกะทิมาฮ่ะ แต่ไม่ไหว ตามจับไม่ไหว แก่แล้วก็งี้ วิ่งไม่ทันหมาแมวแล้วแหละ) เนื่องจากกลัวว่าคุณเธอจะเล่นเพลิน ไม่ยอมให้จับกลับเข้ากรง แถมยังเกรงว่าจะโดดดึ๋งๆ ไล่ตามนก ตามจิ้งจก กิ้งกือเข้าไปในบริเวณตึกหรือบ้านคนอื่น แล้วก็หายจ้อยไป จะด้วยตัวเองหรือน้ำมือของคนที่อุ้มไปก็ไม่รู้แหละ ดังนั้นทุกครั้งที่สองแสบได้ออกมาเดินนอกออฟฟิศ มันก็จะต้องมีเชือกร่มเส้นเล็ก ๆ ผูกจูงเอาไว้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันเหตุการณ์อันไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น..


แต่ไม่ต้องปริวิตกไปฮ่ะ สายจูงที่อิ่เจ๊ผูกสองแสบก่อนพาเดินเล่นนั้น ต้องบอกว่ายาวมาก..ยาวเกือบถึงสุไหงโกลกกันเลยทีเดียว แถมวิธีจูงก็ต้องมีเทคนิคด้วยนะฮะ คืออิ่เจ๊จะปล่อยเชือกจูงให้ทอดยาวตามความจำเป็น เช่น...เวลาสองแสบคึก..นึกอยากจะวิ่ง...(ซึ่งแน่นอนว่าอิ่เจ๊เองก็คงจะใส่ติงหมาตามติงแมวไม่ทันอยู่แระ) ...อิ่เจ๊ก็จะปล่อยเชือกให้ทอดยาวเท่าที่มันอยากวิ่ง และด้วยความที่เชือกสายจูงมันยาวมาก (คะเนด้วยสายตา น่าจะยาวประมาณ 15 เมตรได้ !!) กะทิและโกกิ จึงวิ่งสนุกได้ตามใจชอบ ซึ่งก็นะ...มันวิ่งกันไม่ไกลหรอก อย่างมากก็วิ่งไปจนเกือบจะสุดสายจูง แล้วก็หยุดกึ้ก..หันมามองอิ่เจ๊ด้วยความสงสัย ว่าทำไมอิ่เจ๊ไม่ตามหนูวะ ?? แล้วก็หันหลังกลับ เดินนวยนาดมาเอาตัวสีๆ ขาอิ่เจ๊ใหม่ เดาเอาว่านอกจากอิ่เจ๊จะกลัวมันหายแล้ว..มันคงกลัวอิ่เจ๊หายด้วย หึหึ..โดยเฉพาะกะทิ ซึ่งเมื่อก่อนนี้พอได้ออกจากออฟฟิศทีไร แม่มมม...สนุกจนลืมโลกทุกที คือมันพยายามจะหนีไปเที่ยวตึกข้างๆ ประจำอ่ะนะ แถมวันไหนที่บังเอิญหลุดออกไปนอกออฟฟิศได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะจับตัวกันได้ง่ายๆ เลย แล้วคิดดู..ว่าไอ้การไล่จับแมวที่มีสี่ติงแถมโกยแน่บได้ไวยิ่งกว่าลิงอ่ะ มันจะยากแค่ไหน วิธีการป้องกันปัญหานี้ก็คือ อย่าปล่อยให้มันหลุดออกไปได้เป็นอันขาด (เด็ดมะ ? T^T) คืออิ่เจ๊และผู้คนในหมู่ออฟฟิศเข็ดแล้วอ่ะ..หลุดกันที T25 ไม่จำเป็นกันเลยทีเดียว....


แต่ช่วงหลังๆ นี่กะทิทำตัวน่ารักมากฮ่ะ แม้ว่าจะมีสายจูงยาวๆ คอยผูกคออยู่ ไม่ให้เตลิดไปไหนโดยควบคุมไม่ได้ และแม้ว่าอิ่เจ๊จะตามใจให้วิ่งไกลๆ ได้ตามใจชอบ แต่ทุกครั้งที่ได้ออกมาเดิน กะทิก็จะเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย เห็นขนนกตกอยู่ก็วิ่งงงง..ไปเล่น ทิ้งตัวลงนอนเกลือกพื้น กลิ้งไป กลิ้งมา นอนอาบแดดเหมือนแมวชาติตะวันตก (ประมาณชาติหน้าขนแกถึงจะขึ้นเป็นสีแทนได้อ่ะนะ) วิ่งไปเล็มหญ้าหลังตึก (มโนไปว่าตัวเองเป็นวัว) ไล่นก ตกแมงปอ แต่พอสนุกจนพอใจสักพัก ก็จะวิ่งกลับมาให้อิ่เจ๊ลูบเนื้อลูบตัวให้ แล้วก็เอาตัวสีๆ กลิ้งๆ แทบเท้าเจ๊ ท่าทางมีความสุขมากๆ อ่ะ เห็นแบบนี้แล้ว อิ่เจ๊ก็ยอมดำสุดชีวิต คือต้องพาออกเดินท่อมๆ กลางแดดสี่โมงเย็นเกือบทุกวัน (ที่อิ่เจ๊เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิร์ลไม่ทันก็เพราะบ่มผิวไม่ทันนะ..เข้าใจตามนี้นะ กร๊ากกก..) สถานการณ์ความดำก็เลยเข้าขึ้นตึงเครียดเข้าไปทุกที


ส่วนยัยโกกิ เปรียวกว่ากะทิเล็กน้อยฮ่ะ คือคุณเธอชอบที่จะเดินเล่นล่ะ แต่ไม่ยักกะใส่ใจอิ่เจ๊นัก คือเมื่อตรูได้ออกมาเดิน โลกทั้งใบก็เป็นของตรู..อิ่เจ๊ไม่เกี่ยว !! นึกอยากจะวิ่ง พี่ก็วิ่ง นึกอยากจะมุดพี่ก็มุด คือนอกจากพี่จะเป็นแมวแล้ว พี่ยังเป็นนินจาด้วยป่าวคะ..แต่ก็เอาเหอะ ใช่ว่าจะได้ออกมาเดินเล่นกันได้บ่อยๆ ซะเมื่อไหร่ล่ะ จะมุด จะวิ่ง จะดื้อยังไงเจ๊ก็ยอม ขอแค่เอร็งได้มีเวลาสนุกกับคำว่าอิสระเสรีแต่พอตัวบ้างก็ดีละ..


นอกจากนั้นเวลาปล่อยสองแสบมาเดินเล่น ก็ต้องพาออกมาทีละตัวฮ่ะ แล้วไอ้เจ้าสองตัวนี่ก็รู้มาก พออิ่เจ๊เอาเชือกจูงออกมาปั๊บ ก็มานอนแผละ รอกันเลย คงรู้อ่ะเนาะ ว่าจะได้ออกไปวิ่งเล่น เดินเล่น ซึ่งแน่นอนว่าอิ่เจ๊มักจะพากะทิออกมาก่อนเป็นตัวแรก เพราะไอ้กิมันไม่ค่อยเรื่องมาก (แต่กะทิไม่ได้เลยฮ่ะ ถ้าน้องได้ออกมาก่อน มันจะร้องเมี๊ยวม๊าว ประท้วงกันจนบ้านแทบแตก) แต่ไอ้ที่ฮาก็คือ...เวลาเดินอย่าให้ตัวนึงเห็นอีกตัวนะคะ ไม่งั้นจะเป็นแบบนี้


แบบนี้...


แบบนี้...


และแบบนี้...


คือเจ๊ก็ไม่เข้าใจว่าเอร็งจะรักอะไรกันนักหน๊าาาา...555+ ในภาพนั้นก็คือยัยกะทิพยายามจะโดดกลับเข้าไปพาน้องออกมาเดินเล่นอ่ะนะคะ ซึ่งบอกเลยว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะพาสองแสบออกมาเดินพร้อมๆ กัน นอกเสียจากมีใครอีกคนที่ไว้ใจได้มากพอที่จะรู้เทคนิกการจูงเด็กแสบพวกนี้


แต่ก็เอาเหอะ..เอร็งรักกัน เจ๊เข้าจาย....... ♥♥

ในตอนหน้าของไดอารี่ยัยกะทิ เราจะแบกชั้นวางแมวมาซ่อมที่ลับเล็บสองแสบกันนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ







วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เจ้าส้มและเจ้าสามสี


วันนี้มาอัพเดทไดอารี่ยัยกะทิด้วยการส่งข่าวดีต่อเนื่องมาจากฝูงเด็กที่ถูกแม่ทิ้งในห้องเก็บของ แล้วก็ถูกอิ่เจ๊ไปควักตัวลงมาอนุบาลเพื่อหาบ้านและครอบครัวอบอุ่นให้กันต่อนะฮะ

"เจ้าส้ม" และ "เจ้าสามสี" ก็คือเด็กอีกสองตัวที่ได้ "ว่าที่บ้าน" ตั้งแต่ตอนแรก ๆ ที่อิ่เจ๊ถ่ายรูปเกรอะกรังของมันมาโพสในเฟสบุ้คของตัวเองฮ่ะ


หะแรกที่อิ่เจ๊เอาฝูงเด็กก็อปลินตัวจิ๋ว กระดูกโปนทั้งหลายมาโพส ในใจก็นึกอยู่หรอกว่าคงจะหาบ้านใหม่ให้เด็กกลุ่มนี้ยากอยู่ เพราะไม่ว่าใครไหนๆ ก็คงนึกอยากจะได้ลูกแมวที่อ้วนพี แลดูน่ารักกันทั้งนั้น ไฉนเลยใครจะอยากได้ ลูกแมวขี้เหร่ ตาแฉะ ซี่โครงบานจนนับซี่ได้แบบนี้ไปเลี้ยง ที่เอามาโพสนี่ไม่ใช่อะไรร้อก...ก็แค่เผื่อมีใครจะเวทนามันมั่งก็เท่านั้น



แต่สงสัยอิ่เจ๊จะคิดผิดฮ่ะ เพราะเพียงส่งข่าวทางเฟสบุ้คออกไปในหมู่เพื่อนฝูง เพียงแค่ไม่ถึงสองวัน "ว่าที่พ่อใหม่" ของสองจิ๋วก็เคาะโต๊ะตอบรับ

"เดี๋ยวผมช่วยเลี้ยงด้วยก็แล้วกันครับ"

คุณพระช่วย..อิ่เจ๊ยกมือขึ้นทาบอก นอกจากรูปหล่อกล้ามใหญ่แล้วยังใจดีอีกด้วยนะนี่ (ฮ่าาา~) ไหนๆ ก็มีจิตอาสาช่วยเลี้ยงลูกแมวหลงแม่พวกนี้แล้ว เลยมาเลี้ยงลูกของเราเลยได้มั้ยคะ (อย่าเยอะเจ๊..เดี๋ยวแฟนเค้าจะค้อนเอา ครึ ครึ)


"โอ้โห..ขอบคุณมากเลยค่ะ อยากได้ตัวไหนคะ"

"อยากได้ตัวสีส้มน่ะครับ" เมดบายออเดอร์เลยค่ะ..อิ่เจ๊นับเด็กในสต๊อกได้สองตัว

"งั้นเดี๋ยวเก็บสีส้มไว้ให้นะคะ แต่ตอนนี้คงต้องขอรักษาโรคไข้หวัดแมวให้เด็ก ๆ ก่อน ติดกันงอมแงมเลยค่ะ อยากให้เด็กๆ แข็งแรงก่อนไปอยู่บ้านใหม่ เดี๋ยวจะดูแลไว้ให้ก่อนนะคะ"

ว่าที่พ่อใหม่ซึ่งอยู่ไกลเมืองโคราชนู่น ฝากฝังแมวสีส้มตัวไหนก็ไม่รู้ไว้ในอ้อมอกอิ่เจีหนึ่งตัว ผ่านมาอีกสองวัน หลังจากที่อนุบาลจนเด็ก ๆ เริ่มหายตาแฉะแล้ว "พ่อแมว"ก็เคาะมาใหม่

"ผมขอรับไปสองตัวก็แล้วกันครับ"

ห๊ะ..อิ่เจ๊รู้สึกเหมือนถูกหวยสองตัวล่างอีกรอบ (ทำไมไม่ถูกรางวัลที่สามมั่งฟระ) "..เอาจริงๆ นะคะ งั้นเดี๋ยวเก็บไว้ให้อีกตัวค่ะ เอาตัวสวยๆ เลยเนอะ" ปากก็ว่าไป๊...แต่ในใจนึกละ ว่าคงต้องยัดเอาเจ้าเด็กสามสีไปกับเจ้าสีส้มแน่ๆ เพราะคู่นี้เค้าสนิทกัน ขืนปล่อยให้ไปอยู่คนละบ้าน อิ่เจ๊มันคงหงอยแย่เลยอ่ะ (ไม่ใช่แมวหงอยนะ อิ่เจ๊ต่างหากที่หงอย เพราะคงรู้สึกผิดที่แยกพี่แยกน้องที่สนิทกันปานนี้ให้ไปอยู่กันคนละบ้าน)


มีแมวสองตัวในบ้านนี่ดีนะคะ อย่างน้อย..เวลาที่เราไม่อยู่ เค้าก็อยู่เป็นเพื่อนกันได้ ยังมีแมวอีกตัวให้คุยภาษาเดียวกันกรุ๊งกริ๊ง จรุ๋งจิ๋ง กันรู้เรื่อง..(บทเรียนมาจากการรับเจ้าแสบกิมาอยู่เป็นเพื่อนยัยกะทิ)

หลังจากนั้นอิ่เจ๊มันก็เฝ้าเพียรพยายามทำนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของแมวอยู่อีกราวสองอาทิตย์ค่ะ พร้อมๆ กับความผูกพันที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ ณ.แว่บหนึ่ง..นึกอยากจะให้พ่อแมวมารับตัวเด็กๆ ไปตอนเด็กอายุ 12 ขวบจัง (มันใช่เหร่อะ !!) แต่เอาเข้าจริงแล้วก็คงไม่ได้นิ...

"ผมจะไปรับแมววันนี้เลยได้มั้ยครับ" และแล้วก็ถึงเวลา...และแล้วเธอก็ต้องไป ฉันก็เข้าใจที่เธอเลือกเดิน.....ฝืนยิ้มด้วยความยินดี ทั้งที่เจ็บปวดเหลือเกิน ได้แต่เฝ้ามองเธอเดินไปกับเขาาาาา.. <<มาเป็นเพลง (อิชั้นคิดว่า...อิ่เจ๊แอบอู้)


"ได้ค่ะ...จะมาถึงกี่โมงคะ"

"คงไปถึงดึกหน่อยฮะ น่าจะประมาณเที่ยงคืน แล้วก็จะตีรถกลับเลย"

โอ้โห..วัยรุ่นใจร้อนนะเนี่ย อิ่เจ๊มันแทบเตรียมตัวไม่ทัน มาแล้วกลับเลยเหรอ..ไม่คิดจะอยู่ดินนงดินเนอร์เจอหน้าเจอตาแม่บุญธรรมแมวจิ๋วมั่งเลยเหรอ..ที่สุดอิ่เจ๊ก็เลยต้องโทรศัพท์ให้ลูกน้องที่อยู่กะตึกและอยู่ออฟฟิศเดียวกับที่อนุบาลสองจิ๋วไว้คอย "รับแขกยามค่ำ"

"เดี๋ยวผมเตรียมกล่องไว้ให้ครับคุณแหม่ม" ลูกน้องที่ตึกรับทราบ แล้วก็เตรียมตัวหากล่องใส่แมวไว้ให้ แม้ว่าจะเตรียมใจอยู่แล้วว่าต้องมาถึงวันนี้ แต่อิ่เจ๊ก็อดใจหายเล็ก ๆ ไม่ได้..แต่ทำไงได้เนอะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตเด็ก ๆ ทั้งนั้นล่ะ อย่างน้อยเจ้าลูกแมวไม่มีแม่กลุ่มนี้ก็โชคดีที่ไม่ต้องกลายเป็นแมวข้างถนน ต้องหากินอดๆ อยากๆ ไม่มีบ้าน ไม่มีคนคอยให้ความรักความอบอุ่นเหมือนแม่มัน..เราทำดีที่สุดแล้วล่ะ

อีก 6 ชม.ถัดมาเมื่อถึงเช้าวันใหม่...อิชั้นก็ได้รับข้อความและภาพที่น่าชื่นใจตามมาน่ะนะคะ


"รับแมวเรียบร้อยแล้วนะครับ...กำลังเดินทางกลับบ้าน"

อิเจ๊ได้แต่อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อมรอยยิ้ม...แม้รู้สึกว่าในหัวใจมันเกิดจุดว่างโหวงเล็ก ๆ ขึ้นมาอีกสองจุด แต่อย่างน้อยอิชั้นก็รู้ว่า จุดเล็ก ๆ ทั้งสองจุดนั้น..ได้ไปอยู่กับคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว..ก็ได้แต่เพียงหวังว่า ทั้งเจ้าส้มและสามสี คงจะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตครอบครัวของพ่อใหม่ให้มีความสุขไปนานเท่านานนะคะ

ดูแลตัวเองดีๆ นะสองจิ๋ว.....เจ๊จะคิดถึงหนูเสมอ รักนะ..และจะรักเสมอไม่มีจืดจาง..

จากอิ่เจ๊ของสองแสบและฝูงเด็กก้อบลิน



วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หนาวจุงเบย..


ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ อากาศแถวบ้านอิชั้นรวมไปถึงอีกหลาย ๆ พื้นที่ในประเทศเย็นลงอย่างฉับพลันมากฮ่ะ อุณหภูมิช่วงเช้าถึงดึกต่ำสุดอยู่ระหว่าง 12-13 องศาเซลเซียส ลมหนาวพัดแรว๊ง หมอกกระจายอยู่ตามยอดหญ้าทุกพื้นที่ ซึ่งก็นะอากาศแบบนี้เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะคนสละโสดไม่หยุดไม่หย่อน (กะ...เกี่ยวรึ??) T^T

สำหรับสองแสบเอง ด้วยความที่กรงใหญ่ถูกตั้งอยู่ใต้ถุนตึก ซึ่งเป็นสถานที่โปร่งโล่งพอสมควร คือจะมีลมพัดแรงผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลาทำให้อิชั้นค่อนข้างเป็นห่วงนิดนึง ซึ่งก็นะ ทางเลือกเท่าที่จะทำได้ก็คือพยามปรับสภาพกรงให้มีความอบอุ่นสำหรับสองแสบให้มากที่สุด


วิธีแรกที่อิชั้นงัดเอามาใช้ก็คือการจับสองแสบใส่เสื้อฮ่ะ..วิธีนี้ใช้ได้ผลดีมากกับยัยกะทิ เพราะเสื้ออุ่น ๆ ที่ซื้อมาให้ใส่ปั๊บ ตัวกลมปุ๊บ(ได้ข่าวว่ากลมมาก่อนหน้านี้แล้วนะ) แถมติดพุงแหง็ก เรียกว่าต่อให้เอาปากกัดเอาตรีนจิก มันก็ไม่สามารถจะถอดเสื้อออกเองได้ แต่ก็นั่นล่ะ วิธีการใส่เสื้อให้พวกแมวแสบพวกนี้ใช้ไม่ได้กับยัยโกกิอ่ะนะคะ เพราะพออิชั้นใส่เสื้อให้มันคราวใด พอเช้ามาลองไปดูสิ ก็เห็นไอ้กิมันถอดเสื้อ ปีนกรงลั้นลาได้ทุกวัน (ขั้นเทพเรื่องถอดเสื้อแล้วแกร)


อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อใส่เสื้อให้แล้ว ก็ยังวางใจไม่ได้ว่าสองแสบจะอุ่น วิธีัที่เอามาเสริมวิธีถัดมาก็คือการพยายามป้องกันลมหนาวพัดเข้ากรงให้่มากที่สุด..งานนี้อิชั้นหยิบเอาฟิวเจอร์บอร์ดที่น้อง ๆ ที่ตึกซื้อมาทำกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้ แล้วทิ้งไว้ในห้องน้ำของออฟฟิศมาเป็นชาติมาเป็นเครื่องมือ แค่เอามาบุรอบกรงไว้ก็ช่วยกรองลมหนาวที่พัดตึง ๆ ได้แล้วถึง....อีกหนึ่งระดับ (แค่นจะทำเป็นมาคุย >.<)


วิธีที่สามก็คือ การเพิ่มถ้ำหรืออุโมงค์หลบความหนาวเย็นของสองแสบฮ่ะ จริง ๆ แล้วภายในกรงนั้น แต่เดิมอิชั้นใส่กล่องพลาสติกที่เจาะรูไว้ให้เด็ก ๆ ได้เข้าไปนอนกันไว้กล่องนึงละ และไอ้กล่องนี้ก็มีผ้าเช็ดตัวเก่าปูไว้กันหนาวเย็น แต่เนื่องจากตัวกล่องมันเป็นพลาสติก อิชั้นก็เลยคิดว่ามันก็คงจะดูดความเย็นไว้พอตัวอ่ะ อย่ากระนั้นเลย เนื่องจากอิชั้นมีกล่องผ้าที่บุฟองน้ำนุ่ม ๆ อันเก่าอยู่กล่องนึง (ก็ของยัยกะทินั่นล่ะ) เอามาใส่กรงเสริมให้ดีกว่า...พอใส่ปั๊บได้ผลทันตาฮ่ะ เพราะสองแสบชอบกันมาก มุดเข้ามุดออกเล่นกันทั้งวัน


อ่ะ..มาดูประมวลภาพสองแสบสู้ภัยหนาวที่เก็บมาฝากกันพอชื่น ๆ ใจนะคะ


♥♥♥


♥♥♥


 ♥♥♥


แล้วกลับมาพบกับสองแสบได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ ♥♥


เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สถานการณ์ยังไม่สงบ


ช่วงเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เอาสองแสบเข้ามาในตึก ยัยกะทิเกิดอาการไม่พอใจสองแสบอย่างแรงฮ่ะ

ระยะแรก ๆ นั้นมีอาการถึงขนาดว่าหากอิชั้นเอามือไปแตะสองแสบแล้วจะมาอุ้มกะทิ มันจะไม่ให้จับตัวเลยทีเดียว พอเอื้อมมือไปเท่านั้นแหละ ยัยทิขู่แฟร่ด ๆ แยกเขี้ยวยิงฟันยังกะโกรธมาแต่ชาติปางไหน T^T

นอกจากจะไม่ให้จับตัวแล้ว ยังเห็นกรงสองแสบไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นจะต้องทำหน้ามุ่ยตาจิก พร้อมที่จะราวี ส่งเสียงครางไล่แห่แมวเด็กอยู่เรื่อย ๆ

งอน..หันตรูดให้ตลอด ๆ
แต่ทำไงได้ล่ะคะ รับสองแสบเข้ามาในชีวิตแล้วนี่..ยังไงก็คงต้องพยายามให้สองแสบผูกสัมพันธไมตรีกับพี่กะทิให้ได้ล่ะ (จริง ๆ มีศักดิืเป็นยายกะทิด้วยนะน่ะ 555+ แต่เรียกพี่กะทิพอแระ เดี๋ยวมันจะแลดูแก่เกิ้นน...)

อย่ากระนั้นเลย ช่วงนี้อิชั้นจำเป็นต้องขังสองแสบไว้ในกรงใต้ถุนตึกฮ่ะ โลเคชั่นที่วางกรงเล็กก็อยู่ห่างจากกรงใหญ่ของยัยกะทิประมาณ 4-5 เมตร มีมอเตอร์ไซค์เด็ก ๆ ที่ตึกพรางสายตาไม่ให้ยัยกะทิเห็นกรงได้เต็มที่แบบรำไร ถึงจะสงสานที่เกือบ 24 ชม. สองแสบต้องโดนขังอยู่ในกรงนานเป็นอาทิตย์ แต่ทำไงได้..อิชั้นก็ได้แต่รอฟังข่าวคราว ว่าพี่สะใภ้ที่จะรับตัวแมวเด็กไปเลี้ยงตัวนึงจะว่าอย่างไร (จะรับไปจริงหรือไม่) เท่านั้น

เพราะถ้าพี่สะใภ้ไม่รับแมวเด็กไปตัวนึง หมายถึงอิชั้นคงต้องเลี้ยงแมวเด็กทั้งสองตัวไว้ล่ะ..งานนี้คงต้องงอกกรงใหญ่เพิ่มให้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะสถานที่ตั้งก็มีอยู่

ตอนนี้ก็ได้แต่พยายามเอาแมวเด็กออกมาเดินเล่นวันละนิดวันละหน่อยฮ่ะ ยังไม่ได้ทำอะไรกับไอ้เจ้าตัวเล็กทั้งสิ้น แม้กระทั่งการอาบน้ำ เนื่องจากต้องรอฉีดวัคซีนให้ครบโดสซะก่อน

เอาเป็นว่าอัพเดทความคืบหน้าของสองแสบให้ดูสักเล็กน้อยก็ละกันนะคะ


สองแสบกินนอนในกรงนี้ค่ะ ถึงแม้จะตัวเหม็นเพราะกรงคับแคบไปซะหน่้อย จนเจ้าตัวน้อยต้องปีนเข้าไปนอนอยู่ในกระบะอึ (อิ่เจ๊ขอโทษ..เดี๋ยวรออีกสักวันนะลูก..ถ้าเค้าไม่รับตัวหนูไปซะตัวนึง อิ่เจ๊จะซื้อบ้านใหญ่ให้หนูอยู่กันละ) แต่สถานการณ์โดยรวมรอบกรงก็ยังโอเค.อยู่


สภาพโดยรวม อ้วนถ้วนสมบูรณ์ขึ้นนะคะ อิชั้นจะใส่อาหารเม็ดไว้ในถ้วยให้สองแสบกินตลอดเวลา มีให้อาหารซองบ้างตัวละครึ่งซองช่วงบ่าย ส่วนน้ำกินก็ใส่ถ้วยสี่เหลี่ยมใหญ่ไว้ให้มิได้ขาด


ช่วงกลางคืนสองแสบนี่มีมุ้งคลุมกรงด้วยค่ะ เนื่องจากยุงที่ตึกเยอะมว้ากก..ยัยกะทิเองก็เคยนอนตากยุงมาแล้วเป็นเดือน ๆ เนื่องจากหามุ้งที่ใหญ่ครอบกรงไม่ได้ (คงหาได้หรอก..กรงใหญ่ยังกะคอกวัวขนาดนั้น) ท้่ายที่สุดอิ่เจ๊มันก็ต้องจ้างช่างมาตัดมุ้งลวดกรุรอบกรงให้แทน

สำหรับสองแสบเอง ถ้าอิชั้นต้องเลี้ยงไว้ทั้งคู่ งานนี้ก็คงจะต้องงอกกรงแบบเดียวกับพี่กะทิอีกกรงกันล่ะค่ะ ไม่เป็นไร..อิ่เจ๊มันรวย T^T จ่ายแค่หมื่นครึ่งหมื่น สบายมาก...(เดี๋ยวเอาตึกไปจำนำก่อนนะ 55555+)


สำหรับตอนนี้ลากันไปด้วยภาพยัยกะทิฮ่ะ..ดูเหมือนมันพยายามจะบอกว่า.."หนูไม่อยากได้สองแสบ" อุอุ..ส่วนอิชั้นก็พยายามปลอบมันว่า "..เอาน้องไว้เถอะลูก เดี๋ยวถ้าหนูเข้ากันได้ หนูจะได้ไม่เหงาไง..เด็ก ๆ น่ารักออกนะกะทิ" ♥♥

แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai