แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โกกิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โกกิ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หวัดรับประทานกันกลางฤดูฝน (ไข้หวัดแมว)


ไม่ใช่คนหรอกฮ่ะ มอ.แมวต่างหาก >0</

เมื่อวานนี้เล่าให้ฟังเรื่องที่อิ่เจ๊พายัยโกกิไปหาหมอเนื่องจากมันเป็นหวัดมาแล้วอ่ะนะคะ บางคนคงงง ๆ เอ๊ะ กะอิ่แค่แมวเป็นหวัด จะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนักหนา เป็นเองได้ก็หายเองได้ แค่หวัดเอ๊งงงง..จิ๊บ ๆ

ขอบอกว่าเรื่องหวัดกับแมวนี่เป็นอะไรที่ประมาทไม่ได้เลยฮ่ะ เพราะโรค "หวัดแมว" เป็นโรคที่นอกจากจะติดต่อกันระหว่างแมวกับแมวง่ายมากแล้ว (ติดทางน้ำมูก,น้ำลาย,น้ำตา สารคัดหลั่งจากร่างกายแมวทุกชนิด แม้แต่หายใจรดกันก็ยังติด !!) ยังมีอัตราการตายที่สูงอีกด้วย เนื่องจากหากเป็นแมวที่ไม่มีเจ้าของ ก็จะมีอาการที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงขนาดร่างกายขาดอาหารและน้ำ(เนื่องจากเป็นแผลในปากจนกินอะไรไม่ได้) หลอดลมอักเสบ จนถึงขั้นพัฒนากลายเป็นปอดบวม แม้แต่แมวที่มีเจ้าของเอง หากเจ้าของไม่ได้ใส่ใจคอยสังเกตความผิดปกติของแมว ก็อาจรู้ตัวว่าแมวของตัวเองเข้าขั้นตรีฑูตเมื่อสายเกินไปแล้วก็ยังได้

ไม่ได้ขู่นะเฟร้ย..อันนี้เรื่องจริง (อิ่เจ๊ยืนยัน)

อ่ะ..กลับมาว่ากันต่อเรื่องยัยโกกิ หลังจากพาโกกิไปหาหมอแล้วก็ถูวินิจฉัยว่าเป็น ไข้หวัด แน่นอนแล้ว ยัยโกกิก็โดนฉีดตรูดมาสองเข็มฮ่ะ เข็มนึงรักษาอาการอักเสบ และอีกเข็มนึงฆ่าเชื้อ ส่วนตัวยาก็มีสามตัว เป็นยาแก้หวัด 1 ยาฆ่าเชื้อ 1 ส่วนอีกตัวก็เป็นยาละลายเสมหะ


ส่วนยัยกะทิ แม้จะไม่มีอาการ กินได้ดีเป็นพายุบุแคม ว่างเป็นหลับขยับเป็นกิน เป็นที่น่าชื่นใจต่อผู้พบเห็นตลอด ๆ นั้น ก็ไม่พ้นกับการต้องกินยาแก้หวัด 1 ตัวเช่นกันฮ่ะ เนื่องจากสองพี่น้องนี่ หลับเกยกันตลอด คือ โกกิมีอาการหวัดมาเป็นอาทิตย์แระ จะจับแยกตอนนี้ก็คงไม่ทันละล่ะ ทางเลือกก็คือ ก็ให้อยู่ด้วยกันนั่นล่ะ แต่กินยาไปพร้อม ๆ กันซะทีเดียว

โกกิน่าสงสารค่ะ เข้าใจว่าหิวล่ะ แต่เจ็บคอ มีเสลดพันคอ ก็เลยกินอะไรไม่ค่อยได้ เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่สองของการป้อนยาเด็กป่วย ก่อนเข้าออฟฟิศ อิ่เจ๊ก็เลยแวะซื้อ "ต้นไผ่เงิน" เอามาให้แทะเล็มเพื่อให้โกกิสำรอกเสลดออกมาได้บ้าง..

พอเอาไผ่เงินมาตั้งในออฟฟิศป๊าบ....ฝูงแมวซอมบี้ก็มารุมล้อมทันทีฮ่ะ


ต้นไผ่เงินนี้เป็นหนึ่งในต้นไม้ใบหญ้าที่แมวชอบกินและดีต่อสุขภาพแมวฮ่ะ ใครที่ขี้เกียจปลูกข้าวสาลีออแกนิกซ์ที่กำลังโด่งดังให้แมวกินบ่อย ๆ ก็เลือกซื้อมาสักต้นสองต้น มีดินก็ลงดิน ไม่มีดินก็ลงกระถาง ที่สำคัญก็คือให้โดนแดดบ้าง ให้น้ำประจำ เมื่อมันแตกกอใหญ่ก็สามารถแบ่งเป็นกอเล็ก ๆ ปลูกลงกระถางอื่นๆ ได้ แมวชอบกินมากอ่ะ ขนาดโกกิเจ็บ ๆ คออยู่ ยังแดร่ก...ยังกะเป็นหมีแพนด้าซะรอบวง


ยัยโกกิกินเอา ๆ สักพักก็หลบไปนอนแอ้งแม้งแล้วก็....."ขย้อน" เอาใบไผ่ที่จับเสมหะในลำคอออกมาดังภาพที่แสดงข้างล่างนี้ (เหมือนเขียนรายงานส่งคุณครูตอน ม.1 เลยเนอะ 5555+)


อิ่เจ๊ไม่รอช้าฮ่ะ รีบคว้ากระดาษชำระไปโกยทิ้ง เช็ดให้แห้งแล้วหยอดยาฆ่าเชื้อโรคลงไปจึ๋งนึง (จริง ๆ เป็นเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคของอิ่เจ๊ที่อิ่เจ๊พกไปเอง)  เช็ดถูเป็นวงกลมบริเวณนั้น หวังไว้ในใจว่า การเช็ดถูเป็นวงกลม จะทำให้เชื้อโรคที่ออกมาพร้อมเสลดมึนงง หมดฤทธิ์ที่จะติดต่อกับแมวตัวอื่นๆ โดยเฉพาะยัยกะทิต่อไป

พอขย้อนเอาเสลดออกมาได้บ้างปั๊บ โกกิก็เริ่มกินข้าวได้ฮ่ะ..


คงเหมือนนคนแหละเนอะ เจ็บคอ มีเสลด เป็นไข้ ขรี้ไม่ออก(อันหลังนี่อิ่เจ๊ละ) พอได้กินยา ได้ตัวช่วยที่ทำให้คอโล่งขึ้น ก็หิว..อยากกินขึ้นมาทันที

กินเสร็จพี่หน่องก็มาพอดี..ผลเหรอคะ หึหึ..ไปอ้อนพี่หน่องซะงั้น (พี่หน่องรักค่ะ กอดรัดฟัดเหวี่ยง จุ้บ ๆ กันทุกวัน)


มีการแอบไปนอนด้วยเป็นพัก ๆ .. คิดว่าคงพยายามฝันถึงเลขเด็ดเอามาบอกอิ่เจ๊เพื่อเป็นค่าหมอ


โถ...ลำตัวซูบผอมเป็นก้อน ๆ เชียว น่าสงสารนิ...(ใช่เหรอ).... T^T

ตอนนี้ก็ต้องอาศัยพี่ ๆ ที่ออฟฟิศช่วยกันป้อยยาค่ะ อิ่เจ๊กังวลมากหน่อย เพราะกรงของกะทิกับโกกิไม่ค่อยจะพ้นละอองฝนชื้นๆ เลย ขนาดอยู่ใต้ตึกมีหลังคาคลุมตลอดนะคะนี่ แต่เนื่องจากที่ตึกเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่มีใต้ถุนสูง ดังนั้นอาคารหลังนี้ก็เลยมีลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา ยิ่งช่วงไหนฝนตก ลมจะแรงเป็นพิเศษ และไอ้ลมนี่ล่ะที่พัดเอาละอองเล็ก ๆ ของฝนเข้ามาใส่กรงด้วย ก็ได้แต่พยายามหาวิธีกันฝนให้ เวลาฝนตกก็เที่ยวโทร.บอกลูกน้องที่อยู่โยงเฝ้าตึกให้คอยดูว่าละลองฝนถึงกรงมั้ย หาอะไรต่อมิอะไรมาปิดกรงให้ สงสัยวันนี้คงต้องเพิ่มมาตรการให้ความอบอุ่นกันใหม่ เพราะอาการเย็นลงทุกที

แล้วจะเก็บภาพกีฬามัน ๆ วันเป็นหวัดของยัยโกกิมาฝากกันใหม่นะคะ

เจอกันกับไดอารี่บล็อกยัยกะทิคราวหน้าค่ะ





วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โกกิหลังการทำหมัน


ผ่านมาได้ 11 วันแล้ว นับตั้งแต่จับยัยโกกิไปทำหมันที่คลินิคใกล้บ้าน ขอบอกว่า ณ.บัดนาว ไอ้กิมันแปรสภาพจากแมวธรรมดาเป็นแมวลิงเรียบร้อยแล้วค้าาาา.... T^T

หลาย ๆ คนที่เคยพาแมวไปทำหมัน อาจจะออกมาเคลมกันว่า แมวของตัวเองเรียบร้อยขึ้น ขี้อ้อนขึ้น อยู่ติดบ้านมากขึ้น เที่ยวน้อยลง ซึ่งจริง ๆ แล้วสำหรับเคสไอ้กิ อิชั้นว่ามันก็มีส่วนอยู่มั่งฮ่ะ แต่ก็ช่างเล็กน้อยต้อยตีวิดจั๊กนัก ไอ้ที่เห็นชัด ๆ ก็คงจะมีอย่างเดียว นั่นก็คือ การยอมให้อิชั้นจุ้บมั่ง กอดมั่ง แล้วก็มักจะเดินมาแด๊ะแด๋ทักทายอิชั้นบ่อยกว่าแต่ก่อน

ที่ผิดไปจากก่อนหน้าการทำหมันมีอีกอย่างนึงก็คือ พฤติกรรมการกินนั่นล่ะฮ่ะ โกกิกินอาหารเก่งขึ้น เทอาหารเปียกให้แป๊บเดียวแม่ฟาดเรียบ !! บางทีกินของตัวเองยังไม่ทันหมดดีเลย ยังมีหน้าเอาหัวไปดุน ๆ ไล่พี่กะทิจนพี่กะทิต้องหลีกทางให้น้องกินของตัวเองต่ออีกด้วย

ส่วนเรื่องแผลที่พุง เท่าที่สังเกตด้วยตาเปล่าก็แลดูเรียบร้อยดีน่ะนะคะ อิชั้นถอดเสื้อป้องกันการกัดแผลผ่าตัดให้ตั้งแต่วันที่ 9 ละ ก็ยังไม่มีอาการแทะแกะเกาแผลแบบผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็ไว้ใจไม่ได้ฮ่ะ ทุกครั้งที่มีคนไปเติมข้าวในกรงให้ อิชั้นก็มักจะสั่งให้ลูกน้องจับโกกิดูแลที่พุงบ่อย ๆ


อา...ในที่สุดความสงบก็กลับคืนสู่ออฟฟิศอิชั้นซะที (เหรอ ??!!.....) เรามาดูภาพยัยโกกิกับพี่กะทิหลังพักฟื้นมา 11 วันกันนะคะ







เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai




แจ่มใสขึ้นเยอะ


ความเดิมตอนที่แล้วโกกิกลับมาอยู่บ้านหลังถูกส่งไปทำหมันที่คลินิคหมอใกล้ตึกมา 3 วันแล้วฮ่ะ หุหุ

ช่วงครึ่งวันแรกที่รับโกกิกลับมา กะทิไม่ยอมเข้าหาน้องเลย เอาแต่ขู่แฟร่ด ๆ แถมพอน้องพยายามเข้าใกล้ก็ยังตบน้องโชว์อิ่เจ๊อีก เล่นเอาอิ่เจ๊เริ่มกลุ้ม ว่าแล้วคืนนี้ไอ้กิมันจะนอนในกรงรวมกับพี่กะทิได้มั้ยล่ะเนี่ย >.<

แต่ดูเหมือนว่าความรักน้องจะมีอานุภาพมากกว่ากลิ่นยาและกลิ่่นโรงหมอที่ติดตัวโกกิมาฮ่ะ เพราะพอตกถึงเย็น กะทิก็ยอมให้น้องเข้าใกล้ แถมพอแอดมินพาโกกิไปส่งที่กรง กะทิก็เลียหัวให้น้องอีกหลายแผล็บ แม้ว่าจะมีอาการตาโต ตีหางเหมือนไม่พอใจเป็นระยะ ๆ แต่คาดว่าก็คงเพราะเหม็นยาที่อิ่ตัวน้องนั่นล่ะ


ช่วงนี้เด็กกิต้องกินยาตามที่หมอสั่งฮ่ะ ยาที่หมอให้มามีสองซองด้วยกัน เป็นยาแก้ปวดซองนึง กับยาแก้อักเสบอีกซองนึง ตอนเช้ากินเฉพาะยาแก้อักเสบ ส่วนตอนเย็นกินทั้งยาแก้ปวดและแก้อักเสบ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่รับหน้าที่ป้อนยานี้ไม่ใช่อิ่เจ๊มันหรอก แต่เป็นลูกน้องที่ตึก ซึ่งรับหน้าที่นี้มาตั้งแต่ตอนโกกิเป็นไข้หวัดเมื่อหลายเดือนก่อนละ

สามวันผ่านไป อิ่เจ๊มันก็พาโกกิกลับไปให้หมอดูแผล โชคดีที่โกกิใส่เสื้อปิดพุงไว้ ก็เลยไม่เสี่ยงกับการกัดทึ้งแผลที่พุงตัวเอง สรุปว่าแผลยังอยู่ดีมีสุข เป็นอันว่าสามารถมาตัดไหมเปิดพุงโชว์ได้ในวันพฤหัสหน้าที่จะถึงนี้

เรื่องอาการซึมของยัยกิก็ดีขึ้นตามลำดับฮ่ะ จากวันแรก ๆ ที่หงอยเป็นแมวถ่านอ่อน พอล่วงเข้าวันที่สี่ คุณน้องก็เริ่มฤทธิ์เยอะ เริ่มช่วนพี่กะทิเล่น กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นั่นแหละ ทำเหมือนไม่เคยเล่นกันมาเป็นชาติ


ที่แปลกกว่าตอนก่อนหน้าที่จะพาไปทำหมันก็คือ อาการอ้อนอิ่เจ๊ฮ่ะ..โกกิอ้อนขึ้นมาก เรียกว่ากลับมาจากร้านหมอแล้ว อ้อนเก่งจนผิดกันไปคนละตัวเลยล่ะ กินข้าว-กินน้ำเสร็จ เป็นต้องโดดขึ้นมานั่งบนตัก แหงนหน้าเชิด ๆ ทำตาพริ้ม ๆ ให้อิ่เจ๊จุ๊บ ๆ ตะหมูกให้ บางวันหนักกว่านั้น ปีนขึ้นพนักพิงโซฟาด้านหลัง แล้วมาเลียหัวให้อิ่เจ๊แทนซะงั้น


สรุปว่างานนี้โกกิฟื้นตัวเร็วมากฮ่ะ นั่นอาจจะเป็นเพราะพื้นฐานของโกกิเป็นแมวที่แข็งแรงระดับหนึ่งอยู่แล้วก็ได้ อีก 2 วันจะได้ฤกษ์พาไปตัดไหมที่พุงออกน่ะนะคะ งานนี้จะได้ถอดเสื้อให้เลียขนแต่งเนื้อแต่งตัวตัวเองได้ซะที..^^ เข้าใจเลยนิ ว่าคงรำคาญอิ่เสื้อเหลืองตัวนี้แย่แล้วอ่ะ

แล้วกลับมาพบกันใหม่วันที่โกกิไปตัดไหมเรียบร้อยแล้วนะคะ :)


เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai






วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การดูแลแมวหลังการทำหมัน



ก่อนจะไปรับยัยโกกิกลับจากการทำหมันช่วงบ่ายนี้ แอดมินก็พยายามดูข้อมูลทุกชนิดที่จะช่วยให้การดูแลยัยโกกิหลังการทำหมันได้ดีและเหมาะสมมากขึ้นอ่ะนะคะ จริง ๆ ก็กังวลเล็กน้อยล่ะค่ะ เพราะแอดมินไม่ได้เลี้ยงโกกิไว้ที่บ้าน เพราะฉะนั้นช่วงกลางคืนที่ไม่มีคนคอยดูแลก็อาจจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ งานนี้คงต้องอะแด็ปวิธีที่เหมาะสมมาใช้กับยัยกิให้ปลอดภัยให้มากที่สุด


จากข้อมูลการดูแลแมวเหมียวหลังการผ่าตัดทำหมันก็มีข้อที่ควรระวังไม่กี่ข้อฮ่ะ เรามาดูกันไปทีละข้อเลยนะคะ

ข้อแรก หลังการทำหมันแล้ว แน่นอนว่าน้องแมวของเราต้องเจ็บที่แผลที่ได้รับการผ่าตัด งานนี้คาดว่าทางคลีนิคหมอคงจะจ่ายยาแก้ปวดหรือฉีดยาแก้ปวดมาให้ (มียาแก้ปวดอย่างดีตัวใหม่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ชื่อว่า ไรมาดิล ด้วย แต่ไม่รู้คลินิคที่โกกิไปผ่าจะมีจ่ายให้รึเปล่า) ซึ่งแน่นอนว่าคงจะบรรเทาอาการปวดของน้องแมวเราได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญก็คือ ห้ามให้ยาประเภทพาราเซตามอล แก่แมวเป็นอันขาด เนื่องจากยาประเภทนี้เป็นพิษต่อแมว อาจทำให้ถึงตายได้เลยทีเดียวนะคะ

ข้อสอง เมื่อรับตัวน้องแมวกลับมาบ้านแล้ว หากน้องแมวยังมีอาการสลบหรือสลึมสลืออยู่ ยังไม่รู้สึกตัวดีนัก ห้ามให้อาหารหรือน้ำน้องแมวเด็ดขาด เพราะอาจทำให้น้องแมวสำลักถึงตายได้เลยทีเดียวค่ะ รอให้น้องแมวมีสติ ฟื้นตัวเต็มที่ซะก่อน ถึงจะให้น้ำ-อาหารกับแมวของเรานะคะ

ข้อสาม จำกัดการเคลื่อนไหวของน้องแมวที่พาไปทำหมันมา อย่าให้หกคะเมนตีลังกา โดดเด้งเป็นลิงมากนัก และเจ้าของควรจะดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิดหลังการผ่าตัดภายใน 24 ชม.หลังจากนั้น หากพบว่าแมวมีอาการผิดปกติ อาทิเช่น อาเจียร ไม่กินอาหาร แผลมีอาการบวม,มีเลือดออก ให้รีบพาน้องแมวกลับไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน

ข้อสี่ ใช้อุปกรณ์่ช่วยป้องกันการเลีย กัด แทะแผลผ่าตัด โดยอาจจะใส่ปลอกคอกันเลีย (ลำโพงหรือจานเรด้าที่เราเคยเห็นสวมให้หมาแมวนั่นล่ะ) หรืออาจะใส่เสื้อที่ปิดพุงน้องแมวชนิดแน่นหนาให้ก็ได้ เรื่องการเลือกเสื้อปิดพุงนี้ แอดมินแนะนำเป็นเสื้อที่ใส่ได้ทั้ง 4 ขาค่ะ เพราะถ้าใส่แค่ 2 ขา ไอ้ตัวแสบของเราอาจจะถอดออกเองได้ ทีนี้ล่ะ แทะแผลกันเละเทะแน่เลย

ข้อห้า ดูแลพาไปพบหมอและตัดไหมตามนัด เพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยของแผลผ่าตัดและสุขภาพโดยรวมตามที่หมอสั่ง

บ่ายนี้แอดมินจะไปรับตัวยัยกิละ แล้วจะเก็บรูปเด็กกิหลังการผ่าพุงทำหมันมาฝากกันนะคะ >0<





เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



ส่งโกกิไปทำหมัน เตรียมตัวก่อนพาน้องแมวไปทำหมัน


เมื่อวานนี้ได้ฤกษ์ส่งยัยโกกิไปทำหมันฮ่ะ

จริง ๆ แล้วแอดมินลังเลอยู่พอสมควรเลย ว่าจะพาน้องไปให้หมอทำหมันซะดีมั้ย เพราะตั้งแต่สองเดือนที่แล้วเป็นต้นมา ยัยกิร้องเงี้ยวง้าวติดสัดมาสามรอบแระ ซึ่งแน่นอนว่า เสียงร้องของเจ้าหล่อนก็ดังบรรลือโลก เรียกว่าตัวอยู่ในกรง แต่เสียงได้อะไรได้ ดังระเบิดระเบ้อไปจนถึงหน้าปากซอยเลยก็ว่าได้มั๊ง


เดือดร้อนถึงบรรดาพวกพี่ ๆ ที่เช่าพักอยู่บนตึกน่ะสิคะ ยิ่งตอนดึก ๆ คาดว่าเสียงร้องน่าจะยิ่งก้องกังวาลในความมืดเข้าไปใหญ่ อย่ากระนั้นเลย พอยัยโกกิหมดรอบของการเป็นสัดครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้ว แอดมินก็เลยตัดใจว่าเอาฟระ..ไหน ๆ ก็จะเลี้ยงกันอยู่แค่นี้โดยไม่คิดจะมีแมวงอกแระ จับไอ้กิไปทำหมันอีกตัวให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยละกัน


ทีนี้ก่อนทำหมันเราก็ต้องมาเตรียมความพร้อมกันก่อนฮ่ะ สำหรับแมวตัวเมียแบบเจ้ากิก็มีวิธีเตรียมตัวคล้ายๆ กับแมวตัวผู้นั่นล่ะค่ะ เรามาดูขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของน้องแมวก่อนพาไปทำหมันกันนะคะ

ขั้นตอนแรก สังเกตสุขภาพแมวของเราก่อนเลยค่ะ ว่าพร้อมที่จะพาไปทำหมันหรือไม่ ทั้งนี้แมวที่จะพาไปทำหมันต้องไม่มีอาการป่วย และมีสุขภาพดี แข็งแรงพอที่จะได้รับการผ่าตัดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนหรือมีโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 2 เลือกหมอที่มีฝีมือเป็นที่น่าเชื่อถือ

ขั้นตอนที่ 3 งดให้น้ำและอาหารแมวก่อนการผ่าตัด 12 ชั่วโมง เนื่องจากหากไม่อดน้ำ-อดอาหารก่อนผ่าตัดแล้ว อาจเกิดอันตรายเนื่องจากน้ำหรือเศษอาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในปอดของน้องแมวเราได้ ซึ่งอาการอย่างนี้เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ ขั้นตอนนี้สำหรับยัยกิแอดมินใช้วิธีพาไปฝากร้านหมอไว้คืนนึงเลยตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังกินอาหารเปียกเสร็จเรียบร้อยค่ะ ซึ่งกว่าจะได้ผ่าตัดก็น่าจะเป็นช่วงเที่ยง ๆ ของวันนี้นี่ล่ะ

ขั้นตอนที่ 4 พาน้องแมวไปส่งที่ร้านหมอ แนะนำให้นำตัวน้องแมวที่จะพาไปทำหมันใส่กรงหรือตะกร้าที่มีฝาปิดแข็งแรงแน่นหนาค่ะ เพราะส่วนใหญ่แมวมักจะตื่นสถานที่และสิ่งแวดล้อม หากใส่กล่องหรือตะกร้าที่ปิดไม่แน่นหนาพอแมวอาจจะดิ้นหนีหลุดไปก็ได้

ในตอนหน้าเรามาดูการดูแลน้องแมวหลังการทำหมันกันนะคะ วันนี้แอดมินขอตัวไปดูยัยโกกิก่อนค่ะ จะได้รับตัวกลับมาบ้านด้วย >.< รู้สึกเป็นห่วงพิกล..แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ


เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai