แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวเด็ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวเด็ก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เจ้าสีหมอก


"สีหมอก" เป็นแมวเด็กตัวสุดท้ายในฝูงเด็กแม่ทิ้ง ที่อิ่เจ๊ยอมปล่อยออกจากอ้อมอกฮ่ะ T^T

คงต้องบอกกันก่อน ว่าจริงๆ แล้วอิ่เจ๊แอบสังเกตอุปนิสัยของแมวเด็กทุกตัวในมือ ว่าแต่ละตัวมีนิสัยอย่างไรบ้าง อย่างเช่น เจ้าก้อบลินที่ไปอยู่กับแม่ไอซ์ เป็นเด็กเป๋อเหวอ เหวอได้ทุกสภาวะการณ์ แต่ก็ใจกล้าหน้าด้านเข้าตำราตัวเล็กใจใหญ่ ส่วนเจ้าส้มป่อยที่ไปอยู่กับลูกค้าของตึกอีกคนนึง ก็เป็นเด็กขี้อ้อน คือมันอ้อนได้ทุกสภาวะการณ์ อ้อนได้ทุกโอกาส อ้อนได้ทุกขณะจิต อ้อนจนอิ่เจ๊นึกในใจว่าเอร็งจะอ้อนเอาโล่ห์หรือไร อิ่เจ๊คิดว่ามันอ้อนเกินหน้าเกินตาพี่น้องไปนะ และพราะอ้อนๆ แบบนี้..อิ่เจ๊ถึงยังนึกใจหายทุกครั้ง ที่นึกถึงว่าไม่ควรให้ส้มป่อยกับคนที่มาขอไปก่อนเป็นตัวแรก


มาถึงนิสัยของเจ้า "สีหมอก" กันบ้างค่ะ หลายๆ คนที่มีแมวเด็กในอุปการะคงจะนึกภาพลูกแมวที่จับคู่เล่นกันเป็นหย่อม ๆ ได้นะคะ อย่างในฝูงนี้ สีส้มกับสามสีเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก คือมันเล่นกันได้ทั้งวัน กินก็เล่น นอนก็เล่น บทจะขรี้บางครั้งก็ยังตามไปขรี้เล่นๆ พร้อมกันในกระบะอีก ส่วนก้อบลินของแม่ไอซ์ก็เล่นได้กับทุกตัว ส้มป่อยก็ชอบมานัวเนียกับอิ่เจ๊...คงจะมีแต่สีหมอกกระมัง ที่ไม่เอาใครเลย..เอ๊ะ หรือมันไม่มีใครเอากันแน่ก็ไม่รุ..


สีหมอกเป็นแมวสีเปรอะค่ะ คืออิ่เจ๊ว่ามันเปรอะไปหมด สีเทาๆ ส้มๆ ขาวๆ มอมๆ ตัวเล็กๆ จ๋อยๆ เวลาพี่น้องเค้าเล่นกัน ก็เที่ยวไปนอนแอบ นึกสนุกขึ้นมาก็เล่นกับฝากรง (!!??) อิ่เจ๊เพียรมองสีหมอกแล้วหยิบมาพาดพุงตัวเองบ่อยๆ แบบว่า..กลัวมันเป็นเด็กมีปัญหาน่ะนะคะ ต้องใช้เวอชั่นพุงกะทิให้ความอบอุ่นกันอยู่เรื่อยๆ


สีหมอกโตขึ้นเรื่อยๆ ในออฟฟิศนี่ล่ะ ผ่านจากหนึ่งสัปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ และเข้าสัปดาห์ที่สามในที่สุด..อิ่เจ๊ก็เพียรถ่ายรูป ถ่ายคลิปลงเฟสเรื่อยๆ จริงๆ คือตั้งใจจิ่อวดแมวเฟร้ย 555+ แต่ก็นะ..พอคุณเพื่อนที่ออกปากจะช่วยเลี้ยงเห็นเข้า ก็เริ่มสงสัย ว่านี่อิ่เจ๊คิดจะโกงแมวเด็กมันหรือไร.. >.<


"..ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็ไม่เป็นไรเนอะ..อยู่กับอิ่เจ๊ก็ได้.." อิ่เจ๊หว่านสเตตัสถามทางในเย็นวันหนึ่ง พร้อมกับโพสภาพสีหมอกทำตาบ้องแบ๊วน่ารักน่าชัง จูจุ๊บ ๆ ไปหลายภาพ


"อ้าว....แกไม่ได้เก็บลูกไว้ให้ชั้นเหรอ" ไวปานว่อกฮ่ะ..5555+ คุณเพื่อนเคาะถามมาโดยพลัน อิ่เจ๊ก็เลยรู้ว่าเพื่อนสะดวกในการรับเลี้ยงมากกกก....และตั้งตารอที่จะขับรถจากกรุงเทพฯ มารับสีหมอกที่พิษณุโลกปลายเดือนนี้อย่างใจจดใจจ่อ


"เอ่อ..เก็บไว้ให้สิ ชั้นนึกว่าแกไม่เอาแล้วอ่ะ จริงๆ อยากให้อยู่กับแกนะ เพราะถ้าสีหมอกอยู่กับแก ชั้นก็ก็อุ่นใจกว่าไปอยู่กับคนอื่น"....ปากไวนะนั่น..งื้ด... T^T จริงๆ คงต้องบอกว่าตอนบอกเพื่อนไปว่าเก็บไว้ให้ ในใจนึกหาวิธีโกงเพื่อนอยู่นิดๆ 5555+ แต่พอมาลองนึกดูแล้ว หากสีหมอกได้ไปอยู่กับเพื่อนถือว่าเป็นบุญของสีหมอกนะ เพราะเพื่อนคนนี้จิตใจอ่อนโยนไม่มีลูกและมีแมวตัวโตเลี้ยงอยู่แล้วที่บ้านสองตัวด้วยกัน นอกจากสีหมอกจะได้บ้านดีๆ ได้ความรักดีๆ แล้ว ยังจะได้มีเพื่อนมีสังคมแมวด้วยกันอีกต่างหากด้วย

"โอเค. งั้นปลายๆ เดือนชั้นแวะไปรับนะ"

.....จ้ะ.....

อิ่เจ๊หงอยค่ะ..5555+ แต่ระหว่างที่หงอย ก็พยายามบอกตัวเองว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสีหมอกนะ อย่าเอาตัวเองเป็นหลักสิ

อาทิตย์นึงต่อจากนั้นมา อิ่เจ๊ก็เทียวแวะไปเล่นกับสีหมอกบ่อยขึ้นค่ะ สีหมอก..ซึ่งปกติเป็นแมวติสท์แตก (ไม่รู้ไปจำใครมา) ชอบแยกตัวไปเล่นคนเดียว เริ่มแก่นกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ จากเด็กหงอยๆ ที่เขี่ยแล้วเขี่ยอีกก็ไม่ค่อยอยากจะเล่นด้วย กลายเป็นแสบจิ๋วที่ชอบหาเรื่องทะเลาะกับนิ้วอิ่เจ๊เป็นที่สุด..กัดแม่มมม..อยู่นั่นแหละ ไม่ให้กัดก็โวยวาย สู้ไม่ได้ก็แง๊ววว..ใส่ วิ่งเล่นไปทั่วออฟฟิศ แอบตรงนู้น แอบตรงนี้ ของเล่นบานพะเนิน และแน่นอน..ความรักของสีหมอกในใจของอิ่เจ๊ก็กองพะเนินด้วยเช่นกัน

เย็นวันหนึ่ง..ขณะอิ่เจ๊แอบแอบแว่บไปตัดผม เสียงโทรศัพท์ของเพื่อนก็ดังขึ้นค่ะ

"เฮ้ย..แก ชั้นจะแวะไปรับสีหมอกนะ แต่คงจะไปถึงเย็นหน่อย แกยังอยู่ออฟฟิศป่าว"

ห๊ะ..อิ่เจ๊ใจหล่นตุ้บ..อาไยเนี่ย..จะมารับกันวันนี้เลยเหรอ "..ก็อยู่นะ..เออ ๆ มาเลยก็ได้ เดี๋ยวชั้นรอ" อิ่เจ๊ตัดผมด้วยความห่อเหี่ยว 555+ เคยเห็นคนตัดผมใหม่ที่ออกมาสวยแบบเหี่ยวๆ มั้ยคะ นั่นแหละค่ะ อารมณ์เจ๊แบบนั้นเลย

ไม่ถึงสองชั่วโมงถัดมา.....เพื่อนก็มารับสีหมอกค่ะ เหมือนสีหมอกจะรู้...เพราะวิ่งไปแอบตรงโน้นตรงนี้จนอิ่เจ๊ต้องไปอุ้มออกมาส่งให้เพื่อน อิ่เจ๊อุ้มสีหมอกร่ำลากันเล็กน้อย ไม่อยากร่ำลากันนานนัก เดี๋ยวจะน้ำตาแตกไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่เสียก่อน บอกตัวเองว่า..สีหมอกไม่ได้ไปไหนไกลหรอก อย่างน้อยก็อยู่บ้านเพื่อน เพื่อนเป็นคนเลี้ยง แต่สีหมอกก็ยังเป็นแมวจิ๋วของเจ๊เสมอ...


ออฟฟิศที่ไม่มีสีหมอก..มันเหงานะ...

...................

อิ่เจ๊ยังจำบรรยากาศความวุ่นวายของฝูงเด็กก้อบลินทั้ง 5 ได้....

ยังจำคราบนม..คราบน้ำตา คราบน้ำลาย เท้าเล็กๆ ขาตะเกียบที่วิ่งตบแผะกันไปทั่วออฟฟิศได้...

ยังจำนิ้วเล็ก ๆ เล็บเล็กๆ ที่ไต่ขึ้นมาบนตัวอิ่เจ๊ได้...และยังจำแววตาของสีหมอกในวันที่ต้องจากกันไปได้ดี

...เหมือนสีหมอกจะถามว่าจะให้หนูไปไหน..หนูไม่อยากไป หนูอยากอยู่กับเจ๊..


แต่ท้ายที่สุดแล้ว เจ๊ก็ต้องนึกถึงอนาคตของหนูเอาไว้ก่อน เจ๊อยากให้หนูมีบ้าน มีครอบครัวอบอุ่น และเจ๊ก็เลือกแล้ว..ว่าแม่ใหม่ของสีหมอกเป็นคนดี มีใจเมตตาและพร้อมที่จะอุ้มชูหนูไปตลอดชีวิต

อย่างน้อยหนูก็ไม่ได้จากไปไหนไกล เวลาคิดถึง เจ๊ก็ยังพอที่จะถามไถ่ข่าวคราวหนูได้บ้าง....ก็ขอให้หนูเติบโตขึ้นมาเป็นแมวที่แข็งแรง มีชีวิตยืนยาว ไม่ดื้อไม่ซน อยู่ให้ความชื่นใจกับพ่อใหม่แม่ใหม่ไปนานๆ นะ


เจ๊จะรักและคิดถึงหนูเสมอไม่เปลี่ยนแปลง...........สีหมอก..





เจ้าส้มและเจ้าสามสี


วันนี้มาอัพเดทไดอารี่ยัยกะทิด้วยการส่งข่าวดีต่อเนื่องมาจากฝูงเด็กที่ถูกแม่ทิ้งในห้องเก็บของ แล้วก็ถูกอิ่เจ๊ไปควักตัวลงมาอนุบาลเพื่อหาบ้านและครอบครัวอบอุ่นให้กันต่อนะฮะ

"เจ้าส้ม" และ "เจ้าสามสี" ก็คือเด็กอีกสองตัวที่ได้ "ว่าที่บ้าน" ตั้งแต่ตอนแรก ๆ ที่อิ่เจ๊ถ่ายรูปเกรอะกรังของมันมาโพสในเฟสบุ้คของตัวเองฮ่ะ


หะแรกที่อิ่เจ๊เอาฝูงเด็กก็อปลินตัวจิ๋ว กระดูกโปนทั้งหลายมาโพส ในใจก็นึกอยู่หรอกว่าคงจะหาบ้านใหม่ให้เด็กกลุ่มนี้ยากอยู่ เพราะไม่ว่าใครไหนๆ ก็คงนึกอยากจะได้ลูกแมวที่อ้วนพี แลดูน่ารักกันทั้งนั้น ไฉนเลยใครจะอยากได้ ลูกแมวขี้เหร่ ตาแฉะ ซี่โครงบานจนนับซี่ได้แบบนี้ไปเลี้ยง ที่เอามาโพสนี่ไม่ใช่อะไรร้อก...ก็แค่เผื่อมีใครจะเวทนามันมั่งก็เท่านั้น



แต่สงสัยอิ่เจ๊จะคิดผิดฮ่ะ เพราะเพียงส่งข่าวทางเฟสบุ้คออกไปในหมู่เพื่อนฝูง เพียงแค่ไม่ถึงสองวัน "ว่าที่พ่อใหม่" ของสองจิ๋วก็เคาะโต๊ะตอบรับ

"เดี๋ยวผมช่วยเลี้ยงด้วยก็แล้วกันครับ"

คุณพระช่วย..อิ่เจ๊ยกมือขึ้นทาบอก นอกจากรูปหล่อกล้ามใหญ่แล้วยังใจดีอีกด้วยนะนี่ (ฮ่าาา~) ไหนๆ ก็มีจิตอาสาช่วยเลี้ยงลูกแมวหลงแม่พวกนี้แล้ว เลยมาเลี้ยงลูกของเราเลยได้มั้ยคะ (อย่าเยอะเจ๊..เดี๋ยวแฟนเค้าจะค้อนเอา ครึ ครึ)


"โอ้โห..ขอบคุณมากเลยค่ะ อยากได้ตัวไหนคะ"

"อยากได้ตัวสีส้มน่ะครับ" เมดบายออเดอร์เลยค่ะ..อิ่เจ๊นับเด็กในสต๊อกได้สองตัว

"งั้นเดี๋ยวเก็บสีส้มไว้ให้นะคะ แต่ตอนนี้คงต้องขอรักษาโรคไข้หวัดแมวให้เด็ก ๆ ก่อน ติดกันงอมแงมเลยค่ะ อยากให้เด็กๆ แข็งแรงก่อนไปอยู่บ้านใหม่ เดี๋ยวจะดูแลไว้ให้ก่อนนะคะ"

ว่าที่พ่อใหม่ซึ่งอยู่ไกลเมืองโคราชนู่น ฝากฝังแมวสีส้มตัวไหนก็ไม่รู้ไว้ในอ้อมอกอิ่เจีหนึ่งตัว ผ่านมาอีกสองวัน หลังจากที่อนุบาลจนเด็ก ๆ เริ่มหายตาแฉะแล้ว "พ่อแมว"ก็เคาะมาใหม่

"ผมขอรับไปสองตัวก็แล้วกันครับ"

ห๊ะ..อิ่เจ๊รู้สึกเหมือนถูกหวยสองตัวล่างอีกรอบ (ทำไมไม่ถูกรางวัลที่สามมั่งฟระ) "..เอาจริงๆ นะคะ งั้นเดี๋ยวเก็บไว้ให้อีกตัวค่ะ เอาตัวสวยๆ เลยเนอะ" ปากก็ว่าไป๊...แต่ในใจนึกละ ว่าคงต้องยัดเอาเจ้าเด็กสามสีไปกับเจ้าสีส้มแน่ๆ เพราะคู่นี้เค้าสนิทกัน ขืนปล่อยให้ไปอยู่คนละบ้าน อิ่เจ๊มันคงหงอยแย่เลยอ่ะ (ไม่ใช่แมวหงอยนะ อิ่เจ๊ต่างหากที่หงอย เพราะคงรู้สึกผิดที่แยกพี่แยกน้องที่สนิทกันปานนี้ให้ไปอยู่กันคนละบ้าน)


มีแมวสองตัวในบ้านนี่ดีนะคะ อย่างน้อย..เวลาที่เราไม่อยู่ เค้าก็อยู่เป็นเพื่อนกันได้ ยังมีแมวอีกตัวให้คุยภาษาเดียวกันกรุ๊งกริ๊ง จรุ๋งจิ๋ง กันรู้เรื่อง..(บทเรียนมาจากการรับเจ้าแสบกิมาอยู่เป็นเพื่อนยัยกะทิ)

หลังจากนั้นอิ่เจ๊มันก็เฝ้าเพียรพยายามทำนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของแมวอยู่อีกราวสองอาทิตย์ค่ะ พร้อมๆ กับความผูกพันที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ ณ.แว่บหนึ่ง..นึกอยากจะให้พ่อแมวมารับตัวเด็กๆ ไปตอนเด็กอายุ 12 ขวบจัง (มันใช่เหร่อะ !!) แต่เอาเข้าจริงแล้วก็คงไม่ได้นิ...

"ผมจะไปรับแมววันนี้เลยได้มั้ยครับ" และแล้วก็ถึงเวลา...และแล้วเธอก็ต้องไป ฉันก็เข้าใจที่เธอเลือกเดิน.....ฝืนยิ้มด้วยความยินดี ทั้งที่เจ็บปวดเหลือเกิน ได้แต่เฝ้ามองเธอเดินไปกับเขาาาาา.. <<มาเป็นเพลง (อิชั้นคิดว่า...อิ่เจ๊แอบอู้)


"ได้ค่ะ...จะมาถึงกี่โมงคะ"

"คงไปถึงดึกหน่อยฮะ น่าจะประมาณเที่ยงคืน แล้วก็จะตีรถกลับเลย"

โอ้โห..วัยรุ่นใจร้อนนะเนี่ย อิ่เจ๊มันแทบเตรียมตัวไม่ทัน มาแล้วกลับเลยเหรอ..ไม่คิดจะอยู่ดินนงดินเนอร์เจอหน้าเจอตาแม่บุญธรรมแมวจิ๋วมั่งเลยเหรอ..ที่สุดอิ่เจ๊ก็เลยต้องโทรศัพท์ให้ลูกน้องที่อยู่กะตึกและอยู่ออฟฟิศเดียวกับที่อนุบาลสองจิ๋วไว้คอย "รับแขกยามค่ำ"

"เดี๋ยวผมเตรียมกล่องไว้ให้ครับคุณแหม่ม" ลูกน้องที่ตึกรับทราบ แล้วก็เตรียมตัวหากล่องใส่แมวไว้ให้ แม้ว่าจะเตรียมใจอยู่แล้วว่าต้องมาถึงวันนี้ แต่อิ่เจ๊ก็อดใจหายเล็ก ๆ ไม่ได้..แต่ทำไงได้เนอะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตเด็ก ๆ ทั้งนั้นล่ะ อย่างน้อยเจ้าลูกแมวไม่มีแม่กลุ่มนี้ก็โชคดีที่ไม่ต้องกลายเป็นแมวข้างถนน ต้องหากินอดๆ อยากๆ ไม่มีบ้าน ไม่มีคนคอยให้ความรักความอบอุ่นเหมือนแม่มัน..เราทำดีที่สุดแล้วล่ะ

อีก 6 ชม.ถัดมาเมื่อถึงเช้าวันใหม่...อิชั้นก็ได้รับข้อความและภาพที่น่าชื่นใจตามมาน่ะนะคะ


"รับแมวเรียบร้อยแล้วนะครับ...กำลังเดินทางกลับบ้าน"

อิเจ๊ได้แต่อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อมรอยยิ้ม...แม้รู้สึกว่าในหัวใจมันเกิดจุดว่างโหวงเล็ก ๆ ขึ้นมาอีกสองจุด แต่อย่างน้อยอิชั้นก็รู้ว่า จุดเล็ก ๆ ทั้งสองจุดนั้น..ได้ไปอยู่กับคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว..ก็ได้แต่เพียงหวังว่า ทั้งเจ้าส้มและสามสี คงจะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตครอบครัวของพ่อใหม่ให้มีความสุขไปนานเท่านานนะคะ

ดูแลตัวเองดีๆ นะสองจิ๋ว.....เจ๊จะคิดถึงหนูเสมอ รักนะ..และจะรักเสมอไม่มีจืดจาง..

จากอิ่เจ๊ของสองแสบและฝูงเด็กก้อบลิน



วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ก้อบลิน


เพื่อนๆ บล็อกยัยกะทิหลายคน คงพอจะรู้เรื่องฝูงแมวเด็กเอเลี่ยน แขนขาลีบ กระดูกกรอบ ตาแฉะ  ที่ถูกแม่มาคลอดไว้ในห้องเก็บของแล้วก็ทิ้งไปเป็นสิบๆ วันตั้งแต่ลูกแมวอายุยังไม่ถึงสองเดือน เดือดร้อนถึงอิ่เจ๊ต้องไปรับตัวลงมาอนุบาลไว้ในออฟฟิศกันมาบ้างแล้วนะคะ และเชื่อว่าอีกหลายคนก็น่าจะพอจำ "ก้อบลิน" ไอ้เจ้าเด็กขาเดฟ ขี้ตากรัง กรอบบบ...ที่สุดในฝูง ที่ชอบสำแดงตัวไปทั่วกล้องอิ่เจ๊กันได้บ้าง.... ^^"


"ก้อบลิน" เป็นลูกแมวตัวที่เล็กที่สุด ผอมหย็องกรอดที่สุด แต่ก็เป็นเด็กที่ฮาที่สุดด้วยค่ะ (>0<") เพราะไม่ว่ามันจะนั่งอยู่ตรงไหนในฝูง อิ่เจ๊ก็ต้องเห็นมันก่อนเสมอ และอาจจะเป็นเพราะรูปร่างแสนทุเรศทุรังของมันกระมังที่ทำให้อิ่เจ๊ไม่คิดว่าก้อบลินจะมีคนจับจองตัว ได้บ้านอยู่ก่อนใครเขาเพื่อน


คงต้องท้าวความกันเล็กน้อยค่ะ ว่าก่อนหน้านั้นอิ่เจ๊มีน้องผู้ช่วยงานอยู่คนนึง ซึ่งช่วยดูแลกะทิกับโกกิอยู่เป็นประจำฮ่ะ ซึ่งลูกน้องคนนี้พื้นเพดั้งเดิมคงต้องบอกว่าเป็นคนที่ไม่ได้คิดจะเลี้ยงตัวอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับเค้าเลย แต่บังเอิ้นนนน...ดันมีเจ้านายที่รักสัตว์ แถมยังหอบเอาไอ้เจ้าสองแสบมาให้เลี้ยงถึงที่ ดังนั้นหน้าที่ในการให้อาหารและน้ำในบางเวลาที่อิ่เจ๊ไม่อยู่ก็เลยตกเป็นของลูกน้องคนนี้ เลี้ยงไปเลี้ยงมา จับไปจับมา จากที่ไม่เคยคิดจะคลุกคลีตีโมงด้วย ก็เลยกลายเป็นคนที่เริ่มจะเอ็นดูแมวขึ้นมาดื้อๆ ซะงั้น...(ออฟฟิศนี้ใช้ระบบอ่อนโยนออสโมซิสฮ่ะ กรั่ก ๆ ๆ)


วันแรกที่จับฝูงเด็กลงมาจากห้องเก็บของ ลูกน้องคนนี้ก็ถูกเกณฑ์มาช่วยด้วยฮ่ะ ไม่รู้เพราะชะตาต้องกันหรือไร เพราะในขณะที่พี่ๆ น้องๆ ฝูงเอเลี่ยนเค้าออกมาเขมือบนมด้วยความหิวโหยเดินพล่านร้องเงี้ยวง๊าวไปทั่ว..ไอ้เจ้าก้อบลินตัวนี้กลับเดินเอาหัวชนกรง ป๊าบ ป๊าบ..ป๊าบ..หาทางออกกับเค้าไม่เจอซะงั้น..(แกเป็นแพะเร๊อะ ??)


"เฮ้ย..ดูดิ่ไอซ์..ไอ้ตัวนี้นอกจากกรอบกว่าใครเขาเพื่อนแล้ว ยังโง่อีกด้วยว่ะ มันหาประตูออกจากกรงไม่เจออ่ะ..เรียกมันว่าเจ้าโง่ดีมะ..5555+" อิ่เจ๊แกล้งเรียกมันไปงั้นแหนะ จริงๆ แอบเอ็นดูมันมิใช่น้อย ลองนึกภาพลูกแมวตัวจ้อย แขนขาลีบ หางงอ คอตีบ เดินต้วมเตี้ยมหมุนอยู่ในกรงตัวเดียว ทั้งๆ ที่ประตูกรงก็เปิดกว๊าง..กว้างแต่มันเจือกหาทางออกไม่เจอดูดิ่ ว่ามันน่าขำขนาดไหน

"ฮึ้ย..พี่แหม่มอย่าไปเรียกมันแบบนั้นสิ" แน๊...... !! มีเถียง

"ทำไมอ่ะ..ก็มันโง่จริงๆ อ่ะ ดูสิ ตัวอื่นเค้าออกมาได้หมด มีมันเดินเอาหัวชนกรงอยู่นั่นแหละ ตาก็แฉะ ตัวก็เล็ก หางก็หัก ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่กระดูก..ขี้เหร่แบบนี้ สงสัยจะไม่ได้บ้านกับใครเค้าหรอก คงต้องอยู่ตกค้างเป็นแมวที่ตึกนี่ล่ะ" ว่าแล้วอิ่เจ๊ก็ต้องลงมือไปควักมันออกมาจากกรงเองจนได้ เฮ้อ..กรรมของเอร็งมั้ยนี่ !!

...คนฟังนิ่ง......เริ่มเอานิ้วเขี่ยไอ้เจ้าโง่

"หนูว่าจะเลี้ยงสักตัว..ดีมั้ยอ่ะ"

"ห๊ะ...." อิ่เจ๊หันไปมองหน้าลูกน้อง "..เธอจะเลี้ยงแมวเหรอ"

"มันก็น่ารักดีอ่ะ แต่จะเอาตัวไหนดียังไม่รู้"....คำว่ายังไม่รู้หลุดออกมาจากปาก แต่ตาแม่ลูกน้องไพล่ไปจับที่ "ไอ้โง่" ที่เดินเขย่งเก็งกอย ตัวสั่น ๆ แกร็นๆ เบียดซี่โครงบานๆ เข้าไปอยู่ใจกลางวงพรรคพวก

"เธอก็เอาไอ้เจ้าตัวเล็กนี่ไปสิ มันก็น่ารักดีนะไอซ์" ลูกน้องอีกคนเชียร์ ส่วนอิ่เจ๊นึกในใจ..มันเหลือความน่ารักให้เห็นตรงไหนวะ !!??

"อือ..ก็ว่าจะเอามันนี่แหละ...." นิ่งไปนิด คงลังเล เพราะตัวสวยๆ อนาคตไกลก็มีให้เลือก..แต่สายตาก็ยังจับอยู่ที่ก้อบลินที่เดินเก้ๆ กังๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่หนังหุ้มกระดูก "หนูเอาตัวนี้ก็ได้พี่แหม่ม..."

ห๊ะ....อิ่เจ๊ประหลาดใจค่ะ..555+ แต่ก็ดีใจนะ เพราะคิดว่าลูกแมวตัวสวยๆ น่าจะหาบ้านได้ไม่ยาก แต่ไอ้ที่ขี้เหร่ๆ สุดๆ แบบก้อบลินนี่สิ คงไม่มีใครเขาอยากได้หรอก ใจจริงก็ตั้งใจไว้แล้วนะคะว่าถ้ามีตัวไหนตกค้างไม่มีคนเอา อิ่เจ๊ก็คงต้องเลี้ยงไว้ล่ะ แต่ก็ไม่นึกว่่าลูกน้องตัวเองซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะมีแมวเป็นของตัว จะเอ่ยปากขอแมวตัวที่ขี้ก้างที่สุดในฝูงไปเลี้ยง


ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ ถัดมาอีกสองวันเท่านั้น ก้อบลินก็ย้ายนิวาสถานไปอยู่ที่ห้องพักกับ "แม่ใหม่" หน้าตาเฉย..

"อะไร..เธอเอาก้อบลินไปเลี้ยงที่ห้องแล้วเหรอ" อิ่เจ๊แวะไปนับหัวลูกแมวในเย็นวันนึง แล้วก็พบว่าก้อบลินไม่มาเช็คชื่อเหมือนเคยก็เลยถาม..

"เอาไปแล้วพี่แหม่ม เอาไปเลี้ยงไว้ที่ห้องมันจะได้กินเต็มที่อ่ะ" น้องมันว่างั้น..หุหุ..ในตอนหน้าเรามาดูวิวัฒนาการของเจ้าก้อบลินเมื่อย้ายเข้าไปเป็นเด็กในบ้านแม่ไอซ์กันนะคะ ว่ามันเติบโตแข็งแรงและเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ :D




วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ส้มป่อย


ถ้าจะถามแอดมินว่าความสุขของแอดมินคืออะไร....

ความสุขของแอดมินก็แค่การมีชีวิตที่สงบ ราบรื่น มีเวลาให้กับครอบครัว มีเวลาท่องเที่ยวบ้าง ได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก คนที่ตัวเองรัก และไอ้เจ้าสี่ขาทั้งหลายที่ตัวเองรัก...แต่ก็นั่นแหละเนอะ ความสุขของแต่ละคนก็ย่อมที่จะแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าหลายๆ คนที่มี "สิ่งที่ตัวเองรัก" มากกว่า "สิ่งที่ตัวเองเกลียด" มักจะเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าเสมอ.... :)

หลังจากรับตัวฝูงก้อบลินแม่ทิ้งมาอนุบาลเกือบอาทิตย์ เจ้าตัวแรกที่จากอกแอดมินไปสู่อ้อมอกของครอบครัวใหม่ก็คือเจ้า "ส้มป่อย" ค่ะ ส้มป่อยเป็นแมวตัวผู้สีส้ม "ตัวแรก" ที่รู้จักฝากเนื้อฝากตัวกับแอดมิน (นึกถึงทีไร..ใจหายทุกครั้ง) ทุกครั้งที่แอดมินไปเยี่ยมไปหา ส้มป่อยก็มักจะปีนขึ้นตัก ปีนขึ้นมานอนซบอกแอดมินอยู่เสมอ เหมือนประหนึ่งว่า อุ่นใจแล้ว..ที่แม้ไม่มีแม่อยู่ด้วย ส้มป่อยก็ยังมีอิ่เจ๊อยู่ข้างๆ.....ดังนั้นเมื่อส้มป่อยถูกน้องคนหนึ่งซึ่งมาดูห้องพักที่ตึกเอ่ยปากขอเอาไปอยู่ด้วย แอดมินจึงลังเลสุด ๆ....


หากแต่ในความลังเลนั้น...แอดมินก็รู้ดี ว่าควรให้ส้มป่อยได้ไปอยู่ใน "บ้าน" ที่เป็นบ้านแท้ ๆ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในตึกที่มีสภาพเป็นหอพัก ที่ซึ่งบ้านของมันก็คงเป็นได้แค่เพียงออฟฟิศเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง เที่ยวเดินท่อมๆ ไปวันๆ มีพี่ๆ หรือมีอิ่เจ๊ดูแลแค่ไม่กี่ชั่วโมง.....

"บ้าน" ของส้มป่อย..ควรเป็นบ้านที่มีสมาชิกในบ้านอยู่ครบถ้วน มีที่ให้วิ่งเล่น มีคนที่รักส้มป่อยคอยลูบเนื้อลูบตัว คอยกอดส้มป่อยได้ตลอดเวลาที่ส้มป่อยต้องการ (หรือบางทีส้มป่อยอาจจะยังไม่ต้องการ แต่ก็ยังมีคนอยากกอด >.<) ดังนั้นหลังจากสอบถามความสมัครใจของน้องเรียบร้อยแล้วว่าเลี้ยงได้แน่นะ.....อิ่เจ๊ก็ต้องกัดฟันยอมให้ส้มป่อยกับน้องคนนั้นไป ทั้งที่ในใจมันร้องว่า ไม่..ไม่..ไม่อยากให้ ดังลั่น

หะแรกแอดมินรู้แต่เพียงว่า...บ้านของน้องคนนี้ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด มีแมวเลี้ยงอยู่แล้วที่บ้านหลายตัวค่ะ ด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าส้มป่อยจะไม่มีบ้านอยู่ ก็เลยไม่ได้สอบถามรายละเอียดอย่างอื่นมากนัก รับรู้แต่เพียงว่า น้องโทร.ไปขออนุญาตที่บ้านน้องต่อหน้าแอดมินว่า จะขอเอาลูกแมวไปเลี้ยงที่บ้านเพิ่มอีกตัว พอที่บ้านน้องเอ่ยปากอนุญาต ก็เลยมัวแต่ดีใจ..ที่ส้มป่อยจะได้บ้านอยู่เสียที กลับกลายเป็นว่า....พอน้องอุ้มส้มป่อยไปแล้ว เพิ่งนึกออก....ว่าตัวเองพลาดที่จะสอบถามหรือบอกเล่าเรื่องราวของส้มป่อยไปหลายอย่าง

ประการแรก...อิ่เจ๊ลืมบอกน้องคนที่ขอส้มป่อยไป ว่าส้มป่อยยังเด็กนัก ยังต้องกินอาหารเม็ดแช่น้ำอยู่นะ ถ้าไม่เอาอาหารเม็ดแช่น้ำให้มันนิ่ม ส้มป่อยจะกินไม่ได้ (กลัวส้มป่อยอด กลัวส้มป่อยหิว)

ประการที่สอง...อิ่เจ๊ก็ลืมถามน้องไป ว่าบ้านน้องมีแมวใหญ่เลี้ยงไว้กี่ตัวแล้ว และถ้าเอาส้มป่อยไป จะกลายเป็นแมวตัวที่เท่าไหร่ของน้อง (อันนี้กลัวน้องเห่อส้มป่อยแต่ตอนเด็ก ๆ กลัวมันโดนทิ้งๆ ขว้างๆ ตอนมันโตอ่ะ)

สุดท้าย...ด้วยความที่น้องเองก็จองห้องพักที่ตึกไว้แล้ว ก็เลยหน้าด้านโทร.หาลูกน้องให้โทร.บอกน้องคนที่รับตัวส้มป่อยไปอีกครั้ง ว่าส้มป่อยต้องกินอาหารเม็ดแช่น้ำนะ แล้วก็ให้ลองถามคร่าวๆ เรื่องรายละเอียดการเลี้ยงแมวที่บ้านน้องด้วย

ปรากฎว่า....ส้มป่อยจะไปเป็นแมวตัวที่ 9 ของครอบครัวน้องค่ะ !! ตัวที่ 9 ได้ยินแค่นั้น อิ่เจ๊ถึงกับตบหน้าผากตัวเองดังป๊าบ...เฮ้ย...แล้วไอ้เจ้าส้มป่อยของเราจะได้รับความรักจากครอบครัวใหม่เป็นลำดับบ๊วยๆ ด้วยป่าวฟระ

ทำไงได้....ดันให้น้องไปแล้วนี่ T^T นาทีนั้น ถ้าเอาคืนได้ ตรูเอาคืนจริงด้วยนะ...

แต่ก็อย่างว่า......เมื่อตัดใจให้น้องไปแล้ว ก็ต้องยอมรับมันแต่โดยดี

สามอาทิตย์ถัดมานับตั้งแต่ส้มป่อยจากอกอิ่เจ๊ไป....

เมื่อวานนี้น้องเจ้าของส้มป่อยโทร.ติดต่อเพื่อย้ายเข้าตึกมาเป็นครั้งแรกค่ะ

ได้ยินน้องเสมียนที่ตึกซึ่งก็รัก "เด็กๆ 4 ขา" เหมือนกันถามเรื่องส้มป่อยว่าเป็นไงบ้าง..คำตอบของน้องคนเลี้ยงก็ทำให้พอได้ยิ้มออก

น้องคนเลี้ยงส้มป่อยบอกว่า....ส้มป่อยเป็นเด็กร่าเริงค่ะ เข้ากับพี่ๆ แมวได้ดี ชอบวิ่งเล่น ชอบอยู่กับคน ขี้อ้อนมาก ที่สำคัญคือชอบปีนต้นไม้ตามพี่ๆ แมวโตๆ มาก (บ้านส้มป่อยมีต้นไม้ให้ปีน อิ่เจ๊ยิ้่มปากจะฉีกถึงใบหู)...มีอยู่คราวหนึ่งพี่ๆ ปีนต้นไม้เล่นกันแล้วส้มป่อยปีนด้วย พวกตัวโตๆ ขึ้นได้แล้วก็ปีนลงได้ แต่ส้มป่อยปีนขึ้นแล้ว..ดันปีนลงไม่ได้ (อิ่ส้มป่อย !!??) สรุปว่า..คืนนั้นส้มป่อยต้องนอนค้างเติ่งอยู่บนต้นไม้ทั้งคืน รอจนกระทั่งน้องต้องไปช่วยลงมา

สรุปว่าตอนนี้.....ส้มป่อยสบายดีนะคะ...ก็ได้แต่หวังว่าส้มป่อยจะโตขึ้นมาเป็นแมวที่แข็งแรง สมกับที่เคยเป็นเด็กในตึกอิ่เจ๊ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน...เจ้าลูกแมวสีส้มตัวเล็ก ๆ ที่ชอบปีนขึ้นมานอนหลับบนอกอิ่เจ๊....ก็ยังคงเป็น "ส้มป่อยของเจ๊" เสมอ

เวลาของเรามาบรรจบกันชั่วขณะหนึ่ง แต่ความคิดถึงจะอยู่ตลอดไป........รักนะส้มป่อย............
.
.
.

"คิดถึงเนอะ.............................."







วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ใส่ปุ๋ยเร่งโต "ห้าเด็กกรอบ" (วันที่ 4-5)


เฮือกก..อิ่เจ๊มีภารกิจจะต้องเดินทางไป ปตท. เอ๊ย..ตปท. วันจันทร์ที่นะถึงนี้นะคะ ตอนนี้ต้องรีบปั่นบล็อกเขียนไดอารี่ของเด็ก ๆ ให้เสร็จก่อน ไม่งั้นอาจเข้าสู่สภาวะจำศีล ทิ้งบล็อกได้นานหลายสัปดาห์กันเลยทีเดียว.....เรามาดูวิวัฒนาการของสัตว์โลกมุมต่ำฝูงนี้กันนะคะ (อะไรคือสัตว์โลกมุมต่ำ !!??)

แววน่ารักเริ่มมาแระ ♥
4 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหก เด็ก ๆ ทั้ง 5 ตัว มีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นค่ะ ลูกน้องที่ช่วยดูแลเด็ก ๆ พวกนี้บอกว่าตอนนี้อาการไข้หวัดของเด็ก ๆ หายหมดแล้ว และอาการตาเจ็บก็ไม่ปรากฎให้เห็น กินเก่ง นอนเก่ง แต่ก็ยังมีระแวดระวังตัวกับบรรดามนุษย์โลกอยู่บ้าง ก็เป็นธรรมดาแหละเนอะ...อยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิด วันดีคืนดีก็ได้มาอยู่กับ "แหม่ม" ซะงั้น :P

เจ้าตัวนี้ตอนพาไปหาหมอ จมูกก็เป็นแผล ในปากก็เป็นแผลค่ะ มิน่าไม่ค่อยกินข้าว แต่ได้ยาไป 3 วัน ดูดีขึ้นมากๆ
ช่วงนี้อิ่เจ๊เปิดตำราหาวิธีเลี้ยงแมวเด็กอย่างง่ายๆ เพื่อใช้อนุบาลลูกแมวไปพลาง ๆ ก่อนหาบ้านให้เจ้าตัวเล็กค่ะ สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงเด็กฝูงนี้ อิชั้นใช้อาหารเม็ดฟริสกี้แช่น้ำเปล่าให้เม็ดมันพอง ๆ นิ่ม ๆ ซึ่งสังเกตว่าเด็ก ๆ จะกินกันได้เรื่อย ๆ แต่ก็มีบางตัวล่ะ ที่ติดนิสัยการดูดนมแม่มา แทนที่จะอ้าปากกินอาหารเม็ด เด็กจิ๋วพวกนี้กลับใช้วิธีดูดอาหารเม็ดจ๊วบ ๆ แทนซะงั้น (แหม่~~...คงจะได้สารอาหารอยู่หรอกนะแกนะ .. >0<)

อาหารเม็ดแม้จะเป็นของแมวเด็กแต่ก็แข็งน่าดูฮ่ะ เคี้ยวยาก เพราะฉะนั้น หยอดน้ำให้ทุกเม็ดบานฉ่ำก่อนโล่ด
นอกจากอาหารเม็ดแล้ว อิชั้นยังเสริมด้วยอาหารเปียกสำหรับแมวเด็กให้นิดหน่อยด้วย โดยจะฉีกอาหารเปียกใส่ถ้วยทิ้งไว้ให้ตอนกลางคืน เพราะหมอตูนแนะนำว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกแมวจะหากินตอนกลางคืน (เหมือนกันเลย ?? อิ่เจ๊ก็คุ้ยตู้เย็นหาของกินตอนกลางคืนประจำ !!??) อิชั้นก็ควรจะเล่นตามน้ำ หาอาหารรอบดึกมาประเคนพวกมันใช่มั้ยคะ...

 คือ...นี่คือช่วงเวลางมหาหอยกันหรือไงยะ ??..

ให้อาหารแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเอาน้ำสะอาดใส่ถ้วยตั้งไว้ให้ด้วย สังเกตว่าวันแรก ๆ มันไม่กินน้ำกันเลยค่ะ (เกิดความสงสัยว่ามันกินน้ำเป็นกันป่าววะ ?) แต่พอวันถัดมา เห็นกับตาว่ามันเลียน้ำในถ้วยแผล็บๆ เออ....เอร็งเก่ง รู้จักปรับตัวเพื่อการอยู่รอดกันเองได้มั่ง


กินแล้วก็ต้องหัดให้รู้จักขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางด้วยค่ะ โชคดี..ยังมีกระบะทรายใบเก่าของยัยโกกิกับทรายแมวที่เอาไว้เติมให้สองแสบเหลืออยู่สักค่อนถุงได้ ก็เลยเอามาให้เด็ก ๆ หัดใช้..โว๊ะ ฉลาดเป็นกรดเลย ทุกตัวใช้เป็นเหมือนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้กันเลยทีเดียว

ตอนหน้าของบล็อก เรามาแนะนำเด็ก ๆ เรียงตัวกันนะคะ :)











วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ฝูงก๊อบลินกับสภาวะ "หวัดแดก" (วันที่ 3)


ช่วงนี้อิ่เจ๊มัววุ่นวายอยู่กับการดูแลงาน,สองแสบประจำตึก และฝูงก๊อบลินหลงแม่อยู่ค่ะ (งานการแม่มมม..ไม่ต้องทำกันละ) แต่ขอแอบมาบันทึกเอาไว้หน่อย เผื่อจะเป็นทะเบียนประวัติสำหรับฝูงก๊อบลิน ที่บัดนี้แปรสภาพมาเป็นสินค้าในเครืออิ่เจ๊ชั่วคราวไปเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเล่าย้อนในวันที่ 3 ที่เริ่มเข้าไปดูแลบรรดาเด็กน้อยกันก่อนนะคะ

หลายๆ คนที่ไม่ได้อ่านไดอารี่ของสองแสบมาตั้งแต่ต้น อาจจะอยากรู้ความเป็นมาของฝูงก๊อบลินกลุ่มนี้สักเล็กน้อยกันก่อนฮ่ะ เนื่องจากอิ่เจ๊เองทำงานเกี่ยวกับการให้บริการห้องพักรายเดือน-รายวัน สำหรับน้องๆ นิสิต,คณาจารย์ และแขกที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อยู่แถว มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก (เนื้อที่โฆษณา กรั่ก ๆ ๆ) ดังนั้นจึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องไปดูงานทุกวัน แต่ชีวิตที่ราบรื่น (ตรงไหน?) ของอิ่เจ๊ ก็ต้องมาสั่นคลอนเพราะมีแม่แมวจรมาคลอดลูกไว้ในห้องเก็บของของตึก 5 จากนั้นช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อมา แม่แมวจู่ ๆ ก็เปิดตรูดหนีไป ไม่มาให้นมลูกซะงั้น กว่าอิชั้นจะรู้ทันว่ามีลูกแมวตกค้างอยู่บนตึก ก็เกือบจะได้ซากแมวแทนลูกแมวตัวเป็นๆ ซะแระ


หลังจากแน่ใจว่าแม่แมวไม่กลับมาเลี้ยงลูกแน่ ๆ ภาระในการดูแลเด็ก ๆ ก็เลยกลายมาเป็นของอิชั้นกับลูกน้องที่ตึกฮ่ะ วันที่ 3 หลังจากรอจนแน่ใจแล้วว่าเด็กฝูงนี้ต้องเป็นกำพร้า อิ่เจ๊ก็เลยต้องจัดการดูแลไปตามขั้นตอน ยกตัวอย่างอันดับแรก...เนื่องจากอิ่ลูกแมวแต่ละตัว มันหยองกรอดซะเหลือเกิน (จริงๆ ควรจะเรียกว่าเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกด้วยซ้ำ คาดว่าคงขาดนมมาเป็นสิบวัน) แถมยังมีอาการตาแฉะ ตาปิด ขี้ตาเกรอะกรัง บางตัวเริ่มขึ้นขั้นมีแผลในปาก,ในจมูก และเริ่มซึมบ้างแล้ว ดังนั้นอิชั้นก็เลยให้ลูกน้องหอบทุกตัวใส่กล่องแล้วก็พาข้ามถนนไปหาหมอที่คลินิกสัตวแพทย์ใกล้ๆ ตึก


ปรากฎว่าผลการตรวจเบื้องต้น..อิ่เด็กพวกนี้มันเป็นหวัดกันยกฝูงเลยฮ่ะคุณผู้โชม และไอ้โรคหวัดแมวนี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะฮะ มันเป็นโรคที่ถึงตายได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ แถมติดกันง่ายอีกต่างหาก ดังนั้นหมอตูน ซึ่งเป็นหมอประจำตัวของสองแสบ (กะทิ,โกกิ) ก็เลยจัดการการดูแลรักษาเต็มที่...เริ่มตั้งแต่หยอดยาฆ่าแมลง เฮ่ย...ไม่ช้ายยย..หยอดยาถ่ายพยาธิ,ยาแก้อักเสบ,เช็ดไรในหู,ตัดเล็บ สุดท้าย อิ่เจ๊ทนไม่ไหว ก็เลยบอกให้หมอตูน อาบน้ำให้ทุกตัวเลย....กระเป๋าแบนแฟนทิ้งกันก็คราวนี้ (ขุ่นพระ...อิ่เจ๊มีแฟน ??)


"เด็กพวกนี้เดือนครึ่งแล้วนะคะ ฟันขึ้นแล้ว กินอาหารได้เองละแต่อาจมีบางตัวที่ยังดูจิ๋วๆ อยู่" หมอตูนง้างปากเด็กๆ ดู ก่อนจะจ่ายยากินกับยาป้ายตาแก้ตาแฉะมาให้เป็นออเดิร์ฟเล่นๆ


สรุปว่าอีก 3-4 วันต่อจากนี้ เด็กๆ ต้องกินยา+ป้ายยากันทุกตัวฮ่ะ ส่วนอิ่เจ๊ก็มีหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหาร มีลูกน้องที่ตึกเป็นหน่วยรักษาสุขภาพคอยดูแลเด็ก ๆ เพื่อให้พ้นจากอาการหวัดแดกกันโดยเร็ว จะได้คิดอ่านกันต่อไปว่าจะเอายังไงกะมันดี...แต่ที่คิด ๆ ไว้ก็คือคงต้องพามาหาบ้านใหม่ให้ทั้งหมดนั่นล่ะ เพราะอิ่เจ๊ก็คงจะเลี้ยงไว้เองทั้งหมดไม่ไหว ไดอารี่ตอนหน้าเรามาดูวิวัฒนาการที่เป็นไปของเด็กพวกนี้กันนะคะ









วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

หรือนี่คือที่มาของคำว่า "ย้อมแมว" (ไม่)ขาย


ยอมรับตรง ๆ เลย ว่าอิชั้นค่อนข้างหนักใจกับสถานการณ์แมวงอกในช่วงนี้ฮ่ะ เนื่องจากเจ้าแฝดที่รับมาใหม่นี้ยังไม่รู้จะหย่อนปุ๊มันลงตรงไหนดี จะเอาไปใส่กรงยัยกะทิไว้เลยก็ไม่ได้ (เดี๋ยวจะเกิดศึกตบชิงบัลลังก์ขึ้น) จะเอามาไว้บ้านก็ลังเลอยู่ เนื่องจากที่บ้านก็มีเจ้าครีม หมาตัวแสบที่โตขึ้นมาด้วยความคิดฝังจิตฝังใจว่าไม่ชอบแมวอยู่แล้วตัวนึง >0</

ช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงกักกันโรคให้พวกเด็ก ๆ อยู่ที่ร้านหมอ อิชั้นก็ต้องพยายามคิดให้ออกว่าจะเอาอย่างไรดี ที่แน่ ๆ ก็คือ พี่สะใภ้คงจะฝากน้องแมวตัวผู้ที่เลือกให้อิชั้นเลี้ยงไว้ก่อน ตอนนี้ก็เลยหนักใจขึ้นอีกพะเรอเกวียน ว่าอิชั้นจะหย่อนไอ้สองเด็กนี่ไว้ตรงไหนดีฟระ

ระหว่างที่คิด..เมื่อวานนี้อิชั้นก็แอบไปดูพวกเด็ก ๆ มาค่ะ แหะ ๆ...คืออยากจะรู้ว่าหลังจากฝากไว้ให้หมออาบน้ำ ถ่ายพยาธิแล้ว เด็ก ๆ เป็นไงมั่ง..ปรากฎว่าพอโผล่หน้าเข้าไป แฟนหมอก็รีบบอกเลยว่า..

"น้องน่ารักค่ะ..ไม่โวยวายด้วย อยู่กันดีเชียว"

อิชั้นเดินตามไปต้อย ๆ เข้าไปหลังร้าน...แล้วก็พบแมวเด็กแพ็คคู่ที่อยู่ในภาพล่างเน้....


โว๊ะ..อิชั้นตื่นตะลึง นี่มัน..นี่มันไม่ใช่ ขาวมณี นี่นา 5555+ นี่่มันแมวเหลืองผสมแมวเขลอะชัด ๆ ยังไงกันเนี่ย..นี่อาบน้ำแล้วใช่มั้ย ทำไมมันดูดำไปทั้งตัวงี้อ่ะ ดั้งจมูกดำ รูตะหมูกดำ หูดำ ซอกเล็บดำ หัวดำ ตรูดยังดำเลย T^T  555555+ หมายฟามว่าไงเนี่ย.....อิชั้นโดนย้อมแมวอิ่ตอนรับตัวมาเร๊อะ


เจ้าตัวเล็กที่อยู่ด้านหน้าของกรงจ้องอิชั้นตาเขม็งเลยฮ่ะ ไม่รู้จะคุ้นน้ำเสียงอิชั้นหรือยัง เพราะพออิชั้นคุยด้วย ก็จ้องหน้า ตาจิก ประมาณว่าเอาสายตาเข้าข่ม..ซึ่งก็นะ นาทีนั้นอิชั้นโดนความเขลอะแบบน่ารักของมันบดบังไปซะสิ้น..เอาฟระ เหลืองก็เหลือง ดำก็ดำ 5555+ เลี้ยงเลยละกันงี้


โชคดีที่น้องยังมีกันและกันอยู่ฮ่ะ ดังนั้นการพาตัวมากักกันโรคไว้ที่ร้านหมอเป็นแพ็คคู่ จึงคลายความกังวลเรื่องความเครียดของน้องได้อยู่บ้าง งานนี้อิชั้นเห็นชัด ๆ เลยทีเดียวฮ่ะ ว่าสองตัวนี้นิสัยต่างกัน คือเจ้าตัวที่หน้าตอบกว่า ตาจิกกว่าท่าทางจะเป็นตัวผู้ แลดูแสบซ่าไม่เบา ในขณะที่ตัวน้องที่เงียบ ๆ ติ๋ม ๆ ดูเรียบร้อยกว่า ซึ่งสันนิษฐานไว้เล็ก ๆ ว่ามันคงเป็นตัวเมียน่ะนะคะ


ที่สำคัญคืออิ่ตอนรับเด็ก ๆ มาจากบ้านเก่า เจ้าของเดิมเค้าบอกว่าน้องไม่กินอาหารเม็ดนะ(ซวยแล้วตรู) กินอาหารเม็ดไม่เป็น กินได้แต่ข้าวคลุกโน่นคลุกนี่ ซึ่งก็นะ..ถ้ากินอาหารเม็ดไม่เป็นนี่ยุ่งแน่ ๆ เพราะอิชั้นเองเลี้ยงยัยกะทิด้วยอาหารเม็ด,อาหารเปียก ซึ่งเป็นอาหารแมวโดยเฉพาะ ถ้าจะให้มานั่งขยำข้าว คลุกข้าวให้ทุกวัน คงเป็นเรื่องยาก


สถานการณ์ไม่้เป็นเช่นนั้นฮ่ะ เพราะพอพามาฝากร้านหมอ ไอ้เจ้าเด็กสองตัวนี่ เกิดกินอาหารเม็ดเป็นซะงั้น


หมอบอกเด็กๆ กินได้ดีฮ่ะ ที่เห็นเอาหัวจุ่มชามกันทั้งคู่นั่น ก็คือ กินอาหารโชว์อิ่เจ๊นะ..♥♥..(อิอิ...เก่งมากลูก)


สรุปว่างานนี้ น้อง ๆ คงจะอยู่ร้านหมอต่อไปอีก 3 วันค่ะ ซึ่งระหว่างนี้แฟนคุณหมอรับปากว่าจะหัดให้น้องใช้กระบะทรายให้เป็นด้วย ซึ่งดีทีเดียว..เพราะอิชั้นกำลังนึกกังวลอยู่ว่าจะหัดมันยังไงดี เอาเป็นว่าอีก 2-3 วันเราค่อยมาดูกันอีกทีนะคะ ว่าน้องมีพัฒนาการไปถึงขั้นไหน และจะมีแววขาวโอโม่หลังโมดิฟายสู้กับยัยกะทิได้รึเปล่า


แล้วกลับมาพบกับกะทิแอนด์เดอะแกงค์ได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


เจ้าข้าเอ๊ย...แมวงอก..


เรื่องของเรื่องก็คือแม้ว่าปัจจุบันนี้ยัยกะทิจะเป็นแมวเลี้ยงเดี่ยว ชนิดโสดแต่ไม่สด คือมีลูกมาก่อนหน้าที่จะพาไปทำหมันหลายครอกแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่แอดมินเลี้ยงกะทิระบบปิด คือมันต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในกรงถึงวันละ 20 ชม.โดยประมาณ อิชั้นก็เลยค่อนข้างจะสงสานยัยกะทิที่วัน ๆ ต้องอยู่แบบเงียบเหงา ไม่มีเพื่อนคู่หูไว้คลอเคลียเหมือนบ้านที่มีปริมาณแมวจำนวนมากกว่าหนึ่งตัวน่ะนะคะ

อย่ากระนั้นเลยฮ่ะ เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว อิชั้นได้ข่าวมาว่าลูกของยัยกะทิที่พี่สาวให้คนรู้จักไปนั้น ให้ลูกมาอีกครอกหนึ่ง ซึ่งก็นะ...พี่สาวซึ่งรู้ว่าอิชั้นเลี้ยงยัยกะทิได้ดีและมีความสุขก็เลยเอ่ยปากถามว่า จะเอามั้ย..หลานยัยกะทิอ่ะ ถ้าจะเอาเดี๋ยวจะขอให้

ทีแรกอิชั้นก็ลังเลฮ่ะ เพราะการมีแมวงอกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว นั่นหมายถึงภาระทางใจที่เพิ่มมากขึ้น..เนื่องจากต้องมีความเป็นห่วงและต้องให้การดูแลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ก็นั่นแหละเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว งานนี้กำไรคงจะตกอยู่กับยัยกะทิมากกว่า เพราะอย่างน้อยมันก็มีหลานแมวเอาไว้คอยอี๋อ๋อคุยด้วย เวลาอิชั้นไม่อยู่ อย่ากระนั้นเลย เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง 3 เดือนละ ในที่สุด อิชั้นก็ได้ฤกษ์ไปถอยแมวใหม่มาใส่ตึกจนได้อ่ะนะคะ


พอไปถึงปั๊บ..ก็พบว่าอิ่หนูเจ้าหนูทั้งหลายนอนกกกันอยู่ในกรงสภาพโทรม ๆ ที่วางเรี่ยราดอยู่กับพื้นดินหลังบ้านคนเลี้ยงนั่นล่ะ สภาพน่าเวทนามาก เพราะแลดูเลอะ เขลอะไปทั้งตัว มองไม่ออกเลยว่าเป็นแมวเหลืองหรือแมวขาว 555+ T^T  จริง ๆ ลูกของลูกยัยกะทิครอกนี้มีทั้งหมด 4 ตัวนะคะ แต่เชื้่อยายกะทิมันแรว๊งงง..เพราะออกมาเป็นแมวขาวปลอดขนยาว หางยาว หูใหญ่ซะตั้ง 3 ตัว และมีแพ็คแถมเป็นแมวลายสลิดอีก 1 ตัว สรุปก็คือเจ้าของแมวเค้าให้เลือกไป 2 ตัวโดยขยักตัวผู้สีขาวไว้ให้เค้าตัวนึง อิชั้นกับหลานชายที่เตรียมตระกร้าไปใส่ ก็เลยได้ตัวผู้กับตัวเมียสีขาวหางยาวเฟื้อยมาอย่างละตัวซะงั้น (ตั้งใจจะไปเอาแค่ตัวเดียวนะน่ะ)


งานนี้เจ้าหนูสองตัวนี่จะถูกเลี้ยงต่างที่กันฮ่ะ คือตัวนึงจะต้องอยู่กับอิชั้น ส่วนอีกตัวนึง พี่สะใภ้ซึ่งเป็นเจ้าของคนแรกของยัยกะทิจะเอาไปเลี้ยง ซึ่งก็นะ..แอบสงสานเด็ก ๆ เหมือนกันที่ต้องแยกกันอยู่ แต่อย่างน้อย เมื่อมันเปลี่ยนมือมาอยู่กับอิชั้นและพี่สะใภ้ ก็แน่ใจได้ว่าเด็ก ๆ จะต้องมีสภาพชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมแน่ ๆ

แต่ก่อนที่จะพาเด็กสองตัวนี้เข้าบ้านไปเจอกับยัยกะทิ ก็ต้องผ่านขั้นตอนการเก็บตัวก่อนฮ่ะ หลาย ๆ คนคงพอจะทราบกันมาบ้างแล้ว ว่าแมวนั้นมีโรคภัยไข้เจ็บที่ค่อนข้างจะเยอะอยู่พอสมควร และบางโรคก็เป็นโรคที่แฝงตัวมันมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นก่อนที่จะพาแมวเข้าบ้าน ก็ต้องพาไปจัดการถ่ายพยาธิ อาบน้ำ กักกันโรคให้แน่ใจว่ามันจะไม่เป็นพาหะของโรคเสียก่อน

อิชั้นเลือกที่จะพาเจ้าแฝดสองตัวนี้ (เพราะมันเหมือนกันเด๊ะ ๆ ยกเว้นบริเวณใบหน้าซึ่งแตกต่างกันเล็กน้อย) ไปหาหมอที่คลีนิคบ้านรักสัตว์ในเมืองฮ่ะ พอไปถึงก็แจ้งเจตน์จำนงกับหมอ ว่าจะพาน้องมาถ่ายพยาธิ+ทำวัคซีนเข็มแรก แล้วก็อยากจะตรวจดูให้แน่ใจว่าน้องไม่เป็นโรคภัยอันตรายใด ๆ ที่จะนำไปติดยัยกะทิ หมอเค้าก็ดีใจหาย เพราะอธิบายให้ฟังเสร็จสรรพว่าควรกักดูโรคไว้กี่วัน สรุปก็คือ งานนี้อิชั้นต้องเอาเด็ก ๆ ทิ้งไว้ที่หมอ 4 วัน จากนั้นจึงนำกลับไปอนุบาลที่บ้าน ก่อนที่จะพาไปเจอหน้ายัยกะทิที่ตึก และที่สำคัญอาจจะต้องกักตัวไว้ที่บ้านเป็นเดือนเพื่อทำวัคซีนให้ครบ จะได้แน่ใจว่าจะไม่มีโรคภัยไปติดยัยกะทิ

ในตอนหน้ามาดูขั้นตอนแรกของการโมดิฟายพวกเด็ก ๆ กันค่ะ แล้วกับมาพบกับยัยกะทิและแมวถั่วงอกแพ็คคู่นี้กันต่อนะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai