แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวขาวมณี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวขาวมณี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรื่องหลุดๆ


ไม่รู้มีใครเป็นอย่างอิ่เจ๊บ้างรึเปล่า ที่ตั้งแต่มีแมวมาเป็นของตัวเอง ก็มักจะได้แผลเล็กแผลน้อยต้อยตีวิดกันอยู่บ่อย ๆ ทั้งจากเจ้าตัวแสบมั่งล่ะ จากสภาวการณ์ที่เจ้าตัวแสบกระทำมั่งล่ะ เรียกได้ว่า ชีวิตไม่เคยว่างเว้นจากการเป็นแผลข่วน จิก มิคสัญญีกันเลยทีเดียว


นับจากวันที่รับกะทิเข้ามาอยู่ด้วย ก็ปาเข้าไปสองปีแล้วค่ะ เวลาผ่านไปเร็วเนอะ ดูเหมือนกะทิเริ่มจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสถานที่อยู่สถานที่กินมากขึ้นแล้ว แต่ไอ้อาการที่เมื่อ "หลุด" ออกไปจากออฟฟิศแล้ววิ่งแร่ดกระเจิดกระเจิงไม่ยอมให้อิ่เจ๊หรือใครๆ จับนี่..ทำไมไม่หายไปซะทีก็ไม่รู้


เมื่อวานนี้ก็เอาอีกแล้วฮ่ะ คือ..ต้องบอกกันก่อน ว่าปกติแล้ว กะทิกับโกกิ เป็นแมวที่อิ่เจ๊ตั้งใจเลี้ยงระบบปิด ทั้งสองตัวจะมีกรงใหญ่ส่วนตัวเอาไว้นอนเล่นนอนรออิ่เจ๊หรือใครๆ อยู่ที่ใต้ตึก ซึ่งไอ้เจ้ากรงนี้ก็ค่อนข้างจะใหญ่โตพอสมควรฮ่ะ คืออิ่เจ๊พยายามเลือกกรงที่มีพื้นที่กว้างขวางพอที่จะให้นั่งเล่น นอนเล่น ปีนเล่นได้โดยไม่อึดอัดตั้งแต่แรกแล้วอ่ะนะคะ เพราะสองแสบจะต้องอยู่ในนั้นนานกว่าวันละ 19 ชม. เรียกว่าต้องอยู่ในกรงตั้งแต่ช่วงบ่ายหรือเย็น ไปจนถึงช่วงเที่ยง ๆ ของอีกวันหนึ่ง..ซึ่งพออิ่เจ๊ไปทำงานก็จะได้มีโอกาสเข้ามากินอาหารเปียกสุดโปรด วิ่งเล่น กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับบรรดาพี่ๆ คนเลี้ยง แล้วก็อิ่เจ๊สัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะส่งตัวกลับเข้ากรงต่อ


ดังนั้นพื้นที่ประจำที่เด็กสองตัวได้อยู่ ก็คือ กรง แล้วก็ ออฟฟิศแค่นั้นแหละ หรือหากวันไหนอิ่เจ๊มีเวลา ก็จะผูกเชือกพาไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง แต่ก็ไม่เคยวางใจจะให้ออกไปเดินโดยไม่มีสายจูงอ่ะนะคะ เนื่องจากก่อนหน้านั้นเคยไว้ใจให้เดินมาแล้ว และเกิดปัญหาว่า เดินๆ เล่นไป พี่กะทิไม่ยอมกลับเข้าบ้านซะงั้น วิ่งหน้าเริ่ดจะเข้ารกเข้าพงหลังตึก หรือไม่ก็พยายามจะโดดข้ามรั้วไปที่หอพักข้างๆ นู่น เล่นเอาอิ่เจ๊วิ่งไล่จับจนลมเกือบแดรกมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้น..ด้วยความกลัว..ว่าถ้ากะทิกับโกกิหลุดออกไป จะต้องวิ่งเตลิดหนีหายไปแน่นอน อิ่เจ๊ก็เลยพยายามที่จะระมัดระวังไม่ให้เด็กทั้งสองตัวนี่หลุดเป็นอันขาด

แต่ความระมัดระวังก็ไม่ได้เป็นเครื่องหมายการันตีว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเด็กหลุดออกจากออฟฟิศได้เสมอไปนะคะ ยกตัวอย่างก็เพิ่งเมื่อเกือบ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง...จู่ๆ ยัยกะทิก็ "หลุด" ออกจากออฟฟิศ ด้วยการมุดตะแกรงตรงหน้าต่างออกไปซะงั้น T^T


เรื่องของเรื่องคืองี้ฮ่ะ เมื่อวานช่วงบ่ายกะทิกับโกกิก็วิ่งเล่นกันตามปกตินั่นล่ะ แล้วจู่ ๆ กะทิก็โดดเทคตัวเอาหัวพุ่งชนตะแกรงที่อิ่เจ๊เอามาแขวนปิดช่องหน้าต่างออฟฟิศเอาไว้ เผอิ้น..ไอ้เจ้าตะแกรงพรรค์นี้มันพับกลางได้อ่ะ มันก็เลยเกิดเป็นช่องโหว่ด้านล่าง ซึ่งอิ่เด็กเผือกนี่ก็ไวปานว่อก..พอเห็นช่องปุ้บ แม่มมม...มุดออกไปปั๊บ ไวยังกะลิง !! ขนาดอิ่เจ๊วิ่งใส่ติงหมาจนไปเตะเอาโต๊ะตัวใกล้ๆ ก็ยังคว้าตัวไว้ไม่ทัน ผลหรือคะ..อิ่เจ๊ยืนสตั๊นด้วยความตกใจตรงช่องหน้าต่าง ในขณะที่เด็กแสบวิ่งออกไปบนลานจอดรถมอเตอร์ไซค์หลังตึกด้วยอาการลิงโลดสุดกู่..

เดชะบุญฮ่ะ...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวกะทิเองก็แปลกใจอยู่นิดๆ รึเปล่า ที่จู่ๆ ได้ออกมาเดินนอกออฟฟิศ โดยไม่มีเชือกจูงของอิ่เจ๊ เพราะมันใส่ติงแมววิ่งออกไปราวๆ 50 เมตรได้ แล้วก็หยุดกึ้กเอาดื้อๆ..ก่อนจะหันมาสบตากับอิ่เจ๊ด้วยโหมดสโลโมชั่น ท่าทางคงจะงง ๆ ว่าทำไมอิ่เจ๊อยู่ข้างในแล้วตรูมาอยู่ข้างนอกฟระ นาทีนั้นอิ่เจ๊ไม่ได้คิดถึงอาการเจ็บติงและแผลที่ตัวเองได้จากการวิ่งไปเตะโต๊ะหรอกฮ่ะ เพราะต้องรีบตะโกนบอกลูกน้องในออฟฟิศทันทีด้วยอารามร้อนรนกลัวกะทิจะออกวิ่งไปไกลกันใหญ่

"ไอซ์...กะทิหลุด !! "

"ห๊ะ...." ลูกน้องคนสวยที่นั่งจัดการบิลใบเสร็จผู้เช่าพักอยู่ลุกพรวด แล้วก็รีบวิ่งออกจากออฟฟิศออกไปทางประตูหลัง ส่วนอิ่เจ๊ก็วิ่งไปทางประตูหน้า สรุปก็คือ ตอนนั้นยัยกะทิถูกดักอยู่ตรงกลางระหว่างสองเจ๊ ซึ่งแน่นอน ก่อนที่อิ่เจ๊จะออกไป ก็คว้าถุงขนมแมวออกไปด้วย กะว่าจะใช้มุขเก่าล่อให้มากินขนมก่อนตะครุบตัวไว้นี่แหละฟระ จะได้ผลรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่มีวิธีไหนที่กะทิจะยอมให้จับตัวแล้ว

สถานการณ์ตอนนั้นตึงเครียดมากฮ่ะ อิ่เจ๊คนงามดักไว้ด้านหนึ่ง ส่วนพี่ไอซ์ก็ดักไว้อีกด้าน ส่วนด้านขวาก็เป็นรั้วอิฐบล็อกของหอพักอื่นซึ่งกะทิเคยโดดหนีเข้าไปมาแล้ว และแน่นอนว่า..คราวนี้ถ้าโดดเข้าไปอีก มีหวังได้เตลิดเปิดเปิง ถูกคนอื่นอุ้มไปไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ อย่ากระนั้นเลย อิ่เจ๊พยายามจะไม่ทำให้กะทิตื่นตกใจไปมากกว่านี้ ก็เลยเขย่าซองขนมไปเรื่อยๆ แล้วพยายามเรียกด้วยเสียงอ่อนหวาน

"กะทิ...กะทิ มากินขนมกันมา เร้ววว..." อิ่เจ๊เขย่าซองขนม ได้ผลฮ่ะ กะทิมองมาตากลมป๊อง..แต๊...คิดว่ามันจะยอมมาง่ายๆ เหรอคะ

"นี่ไง มากินขนมเร็ว ขนมที่กะทิชอบไงมา" อิ่เจ๊หยิบขนมอันนึงโยนลงไปบนพื้นไม่ไกลตัวนัก พอขนมหล่นลงบนพื้นปุ๊บ..ยัยทิพุ่งปร๊าด..ออกมาดมขนมค่ะ..แต๊ (ครั้งที่สอง)...มันไม่ยักกินอ่ะ (กรรม) แย่กว่านั้น..พอดมเสร็จแทนที่จะยืนนิ่งๆ ให้เจ๊จับตัว มันกลับวิ่งพรวดออกไปทางพี่ไอซ์ ซึ่งยืนดักอยู่ทางด้านหลังตึก แล้วก็วิ่งเหยาะ ๆ ท่าทางลั้นลาไปทางพงหญ้ารกชัฎด้านหลังโน่น อิ่เจ๊ขอถามสักสามคำฮ่ะ ว่าเอร็งจะไปทำซากอะไรตรงนั้นวะคะ..ฮื้ดดด... T0T


"พี่แหม่ม ๆ อย่าวิ่งตามนะ ถ้ามันวิ่งเข้าพงหญ้าไปล่ะก็ หายแน่นอนเลย" เจ้าไอซ์รีบบอก ประสบการณ์ที่เจ้ายูกิหลุด แล้วหายเข้ารกเข้าพงไปเมื่อสองปีก่อนย้อนกลับมาให้อกสั่นขวัญแขวนกันอีกครั้ง "..เดี๋ยวรอให้มันเข้ามาเองเหอะ มันไม่ไปไหนไกลหรอก"

อิ่เจ๊ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แน่นอนว่าจริงอย่างที่ไอซ์พูด ว่าถ้ากะทิตกใจวิ่งหายเข้าไปในป่าด้านหลังก็ไม่ต้องตามกันแล้ว เพราะพงหญ้าที่ว่าสูงกว่าเอวอิ่เจ๊ได้ T^T ทางเลือกก็คือต้องรอให้กะทิใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ตะล่อมจับตัวจะดีกว่า

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ เพราะแค่ไม่ถึงสามนาที รถเก๋งของใครก็ไม่รู้ ก็วิ่งมาทางด้านหลังตึก ทำท่าจะมากลับรถที่ยัยกะทิยืนสินะ...ป๊าดดดด...แกจะมากลับรถอะไรอิ่ตอนนี้ @@##%&.....แมวตรูยังหลุดยืนเด่นเป็นสง่าอยู่่นะเฟร้ยย..ฮืออออ....อิ่เจ๊แทบจะเอาหินเฟี้ยงกระจกรถ รีบเดินย่องๆ ไปที่ยัยกะทิซึ่งตอนนี้เดินดมหญ้าอยู่

"กะทิ..มากินหนมมา" เสียงรถเก๋งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และอาจจะเป็นเพราะเห็นอิ่เจ๊เดินขวางประตูทางออกอยู่กระมัง รถเก๋งคันนั้นก็เลยจอดนิ่งอยู่ห่างจากประตูสัก 30 เมตรได้

กะทิเองก็คงได้ยินเสีียงรถยนต์ที่ว่านั่นเหมือนกันฮ่ะ และเดาเอาว่า อาจจะกลัวเสียงรถด้วยรึเปล่า เพราะมันวิ่งเหยาะ ๆ กลับมาหาอิ่เจ๊ซึ่งโยนขนมไว้บนพื้นทันที พอเข้ามาในระยะเอื้อมถืงปั๊บ อิ่เจ๊ก็รีบใช้มือกดหลังมันไว้แล้วอุ้มมันขึ้นมากอด...โอ้โห..นาทีนั้น ดีใจซะยิ่งกว่าถูกหวยสามตัวล่างอีก T^T นี่ถ้ามันไม่ยอมวิ่งมาหา ป่านนี้ก็คงหลุดไปเป็นไอ้ลูกหมาหลงแม่ถึงไหนต่อไหนแล้วมั๊ง...

อิ่เจ๊มันใจคอยังไม่ดีอยู่ฮ่ะ ระหว่างอุ้มกะทิไปใส่กรง ก็พูดกับน้องไปด้วยว่าออกมาทำไม...ถ้าหลงไปกลับบ้านไม่ได้นะ คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ..คือประเด็นก็ไม่รู้ว่ากะทิจะฟังรู้เรื่องมั้ย แต่อิ่เจ๊มันอยากพูดอ่ะ

หลังจากพากะทิกับโกกิกลับใส่กรงเรียบร้อยแล้ว แผลที่วิ่งเตะโต๊ะก็เริ่มออกฤทธิ์ค่ะ อิ่เจ๊เองก็เพิ่งจะเห็นว่ามันถลอกปอกเปิกเป็นแผลมีปริมาณเลือดออกนะ แล้วก็ปวดตุ้บ ๆ ด้วย เรียกว่าอาการเจ็บมาเต็ม..ก็ได้แต่รีบเข้าไปล้างแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วก็เดินเขยกๆ เคลียส์พื้นที่ภายในออฟฟิศปานประหนึ่งคนเหล็กกันต่อไป

จากเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า..จงอย่าไว้ใจตะแกรงกันหน้าต่างเด็ดขาดฮ่ะ และยิ่งกว่านั้น จงอย่าไว้ใจแมวเผือกว่าจะไม่พยายามหนีออกจากออฟฟิศออกมาข้างนอกด้วย ลำพังออกมาเดินเล่นธรรมดาๆ อิ่เจ๊ไม่ว่ากระไรหรอกฮ่ะ ปัญหาคือวิสัยแมว..มันชอบเที่ยวอ่ะ และการเที่ยวของกะทิก็อาจเป็นที่มาของการกลับบ้านไม่ได้ เนื่องจากกะทิเองไม่เคยออกไปเดินไหนไกลกว่าบริเวณตึก แถมแม่กะทิยังเป็น แมวขาวมณีตาสองสี ซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยงต่อการถูกอุ้มต่อไปเป็นทอดๆ เป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้อิ่เจ๊ก็เลยต้องพยายามบอกเด็ก ๆ ในออฟฟิศทุกคนให้ระมัดระวังมากขึ้นฮ่ะ และคาดว่าคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่อิ่เจ๊จะต้องเผชิญกับความอกสั่นขวัญแขวนแบบนี้

ก็หวังว่าจะไม่ต้องมีเรื่องให้ต้องใจแป้วแบบนี้บ่อยๆ ก็ละกันนะคะ

อารมณ์มา................ T^T



อิ่เจ๊ของสองแสบ


วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เครื่องให้น้ำแมวอัตโนมัติ (น้ำพุแมว,น้ำล้นแมว) ตอนที่ 1


ไม่รู้จะตั้งชื่อไดอารี่ตอนนี้ว่ากระไรดี 555+ ปูพรมเลยละกัน นาน ๆ จะอัพเดทชีวิตสองแสบที เข้าเรื่องเลยละกันนิ

จะว่าไปแล้วอิชั้นว่าชีวิตของคนรักแมวโดยทั่ว ๆ ไปแล้วเหมือนกันอยู่อย่างนึงฮ่ะ นั่นก็คือ..อดที่จะมองหาของเล่นของใช้สารพัดอย่างไปบำรุงบำเรอแมวของตัวเองไม่ได้ >.< คือแว่..ทุกครั้งที่อิชั้นแวะเข้าไปซื้ออาหารของสองแสบ มันก็มักจะได้อะไรที่มากกว่าอาหารติดไม้ติดมือกลับมาทุกที

เมื่อวานนี้ก็เหมือนกันฮ่ะ อิชั้นแวะไปร้านเพ็ทช้อปร้านดังร้านนึงในตัวจังหวัด ตั้งใจจะไปซื้อหารเปียกมาให้แม่สองแสบสักโหลนึงแหละ แล้วก็จะมองหาเสื้อกันหนาวอุ่น ๆ มาให้สักสองตัว (ช่้วงนี้อากาศแถวบ้านอิชั้นหนาวเมิ่กก..อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-16 องศาทุกวันเลย) แต่ผลปรากฎว่าพอเข้าไปแย้ว มันก็อดมองหาของเล่นแปลก ๆ เพิ่มเติมอีกไม่ได้

อิชั้นเดินช้อปปิ้งในร้านด้วยอาการเบลอ ๆ ฮ่ะ อุอุ แล้วก็ออกมาพร้อมถุงช้อปปิ้งถุงใหญ่สองถุง (ชนิดเบลอมากกว่าเดิม) เรามาดูความเสียหายที่เกิดกับกระเป๋าตังค์อิชั้นกันนะคะ T^T


เอ๊ะ..นี่มันอาราย..


555+ ไอ้กล่องนี้มันก็คือ ที่ให้น้ำระบบน้ำรินสำหรับกระตุ้นให้สุนัขและแมว กินน้ำให้มากขึ้นนั่นเองค่ะ

อ่ะ..ก่อนที่จะไปแกะกล่องเพื่อทำการรีวิว เครื่องให้น้ำระบบน้ำรินของสองแสบ เรามาดูผลดีของการกินน้ำเยอะของน้องหมาน้องแมวก่อน

ข้อดีของการให้หมาแมวกินน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั้นมีหลายประการฮ่ะ หลัก ๆ ก็คือ หมาแมวที่ได้รับน้ำหรือกินน้ำอย่างเพียงพอ จะลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคไตและโรคนิ่วลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งไอ้สองโรคนี่แหละที่นอกจากจะทำให้หมาแมวป่วยกายและเจ้าของป่วยทางใจ(อันเนื่องมาจากเห็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองป่วย)แล้ว มันยัึงเป็นโรคที่รักษายากมาก และมีโอกาสจะทำให้แมวเสียชีวิตอีกด้วย คำถามถัดมาก็คือ แล้วที่่ว่าควรให้น้ำแมวกินอย่างพอเพียงนั้น มันประมาณเท่าไหร่ล่ะ? (เออ..นั่นเด่ะ แบบไหนที่เรียกว่าพอเพียงล่ะ)

 คำตอบก็คือ โดยทั่วไป แมวควรจะกินน้ำได้ 2.5 เท่าของปริมาณอาหารแห้งที่กินต่อวันค่ะ อย่างเช่น ถ้าให้แมวกินอาหารแห้ง 2 ปอนด์ ก็ควรกินน้ำให้ได้ 5 ปอนด์ต่อวัน ยกเว้นว่าแมวที่เราเลี้ยงได้รับอาหารเปียกร่วมด้วยน่ะนะคะ ซึ่งในอาหารเปียกนั้นก็จะมีน้ำผสมอยู่บ้าง แมวจึงได้รับน้ำทางอ้อมจากอาหารเปียกด้วยอีกทางหนึ่ง (สองแสบได้กินอาหารเปียกทุกวันตอนบ่ายฮ่ะ ส่วนช่วงเช้าและตลอดทั้งวันจะได้อาหารเม็ดกันอยู่แล้ว)

ทีนี้..ถ้าเกิดแมวเรามันไม่ชอบกินน้ำล่ะ อิชั้นเคยจับสังเกตุดูแระ ว่ายัยกะทินี่กินน้ำน้อยมาก (หรือมันแอบกินอิ่ตอนอิชั้นไม่ได้อยู่ดูฟระ) เอาเป็นว่าอิชั้นอยากส่งเสริมสุขภาพแมว ๆ ของมันด้วยการทำให้มันกินน้ำได้อร่อยขึ้นนั่นล่ะ เราก็ต้องหาวิธีทำให้มันสนใจการกินน้ำมากขึ้น หลังจากหาข้อมูลมาสักพักนึง ก็ค้นพบว่า มีผู้มารีวิวเรื่องการหา น้ำพุ น้ำล้น น้ำผุด มาให้แมวกินน้ำมากขึ้น แล้วหลายคนก็คอนเฟิร์มว่า ได้ผลดีซะด้วย อย่ากระนั้นเลย เสาะหามาให้สองแสบกันบ้างเถอะุ >0<

ยาวเกินซะแหล่ว เดี๋ยวมาต่อกันในตอนหน้านะคะ


เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai






วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

หากว่าแมวกำลังสบาย จงส่ายหางพลัน ฟรึ่บ ๆ


ช่วงนี้ยัยกะทิยังไม่รู้เงาหัวตัวเองฮ่ะ ว่าอาจจะกลายเป็นอิ่แมวหัวเน่าเนื่องจากมีแมวเด็กมาแย่งความสนใจในไม่ช้า(อิอิ)

วันนี้เป็นวันที่สามที่สองเด็กนั่นถูกฝากเลี้ยงไว้ที่ร้านหมอ ซึ่งตามกำหนดการณ์ของความพร้อม อิชั้นจะมีปัญญาไปรับน้องมาเลี้ยงดูได้ ก็อีก 2 วันข้่างหน้า เนื่องจากต้องเดินทางไปทำธุรที่ต่างจังหวัดให้เรียบร้อยซะก่อน

สำหรับยัยกะทิเอง การใช้ชีวิตเบื้องต้นก็ยังคงรื่นเริงเหมือนทุกวันค่ะ คือตกอยู่ภายใต้ความรักอันล้นหลามของทุกคนในออฟฟิศ ไม่วายเว้นแม้แต่น้อง ๆ นิสิตบนตึกที่ตอนนี้รู้จักกะทิกันเกือบหมดละ

ส่วนใหญ่แล้วยัยกะทิจะได้ออกมาจากกรงก็อิ่ตอนอิชั้นแวะเข้าไปเซ็นต์งานหรือไปดูงานช่วงเที่ยง ๆ จนถึงบ่าย ๆ เท่านั้นน่ะนะคะ ซึ่งระหว่างนั้น กะทิเองจะบันเทิงเริงรมณ์มาก เพราะจะได้กินอาหารเปียกสุดโปรดหนึ่งซอง (ปกติช่วงเย็นจะใส่อาหารเม็ดไว้ให้ในกรง และให้กินเรื่อย ๆ ไปจนกว่าจะหมดถ้วยในตอนเช้า) แถมยังมีพี่ ๆ ในออฟฟิศเอาใจซะจนเกือบเสียเด็ก


ไอ้เรื่องกินนี่ทิบ่ยั่นฮ่ะ กินแล้วก็ต้องเล่น ปลดปล่อยพลังงานกับพวกพี่ ๆ ให้เต็มที่ แลดูเหมือนออฟฟิศนี้ว่างจุงนะ >0<






ทุกคนรักกะทิกันหมดค่ะ แล้วก็ต้องสอนกะทิให้รักน้องด้วย ^0^



ในตอนหน้าเรามาดูความลั้นลาของยัยกะทิก่อนน้องจะมากันต่อนะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

กะทิ..อิ่แมวขี้อิจฉา


จั่วหัวเรื่องไว้ด้วยความหมั่นไส้ 555+ แต่จริง ๆ แล้วก็รักมันแหละ เพราะความขี้อิจฉาของยัยกะทำ ทำเอาอิชั้นยิ้มได้ทู๊กก...วันเลยทีเดียว


ช่วงนี้ยัยกะทิได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของออฟฟิศไปอย่างสมบูรณ์แบบฮ่ะ ทุกครั้งที่อิชั้นไปเซ็นต์งาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย หรือเย็น ก็จะต้องมีสักพักใหญ่ ๆ ที่กะทิถูกปล่อยจากกรงเข้ามาวิ่งเล่นในออฟฟิศ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้มีแต่อิชั้นคนเดียวที่อยู่ในออฟฟิศอ่ะนะคะ แต่ยังมีคนอื่น ๆ ที่แวะเวียนมาส่งงานอิชั้นอยู่เป็นระยะ ๆ ไม่เว้นแม้แต่นายแม่ ที่เดี๋ยวนี้หลงเสน่ห์ยัยกะทิไปซะแระ T^T จับได้เป็นจับ กอดได้เป็นกอด นี่ถ้าเอากลับมาบ้านได้โดยไม่ต้องห่วงว่ามันจะมาตีกับไอ้เจ้าหมาครีมที่บ้าน อิชั้นคิดว่าแม่คงหอบกลับมาเลี้ยงที่บ้านด้วยละ


กิจวัตรประจำวันของอิชั้นเมื่อเอายัยกะทิออกมาจากกรงก็คือ การเก็บกวาดกรง เปลี่ยนน้ำในถ้วยน้ำ เติมอาหาร ตักเศษซากอารยธรรมในกระบะทราย >.< ของยัยกะทิฮ่ะ จากนั้นจึงได้เวลามานั่งทำงาน แล้วก็มีหลายครั้งเลยทีเดียวที่นั่งทำงานอยู่ เจ้าแครอท หมาชิสุของแม่บ้านจะเข้ามาแจมด้วย ซึ่งก็นะ..ทุกครั้งที่แครอทมา กะทิก็จะกลายร่างเป็นขาใหญ่ประจำออฟฟิศ คอยไล่ตะปบ ไล่ถีบแครอทอยู่เรื่อย ยิ่งถ้าเห็นมีคนเล่นกับแครอท กะทิก็จะทำตาวาวปานประหนึ่งถูกแย่งความรักความสนใจไปซะทุกครั้ง หลายครั้งเลยทีเดียวที่จะเห็นกะทิมานั่งจ้องแครอทที่ถูกโอ๋อยู่บนโซฟา ด้วยท่าทางเอาเรื่อง


จ้องอย่างเดียวไม่พอ กระดึ้บ ๆ ไปนอนใกล้เค้าดั้ว


คือ..แค่ดูตาวาว ๆ ก็รู้ละ ว่ายัยนี่จะไปหาเรื่องเจ้าแครอทอ่ะ สงสารแต่แครอท พอพี่กะทิเขยิบเข้ามาใกล้ป๊าบบบ...ก็เที่ยววิ่งหาคนนู้นคนนี้ให้ช่วยที..


พี่เสมียนบอกว่า โกรธกะทิแระ..ชอบแกล้งแครอท :D


แต่ท้ายที่สุดแล้ว ที่ประจำของมันก็คือ ^^"..ตักอิชั้นนี่ล่ะ


...♥♥♥...


...♥♥♥...


5555+ เอามันมานินทาด้วยความหมั่นไส้..ก็หวังว่ามันจะอยู่เป็นอิ่แมวน่าหมั่นไส้ของอิชั้นไปอีกนาน ๆ น่ะนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ





เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai


วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

ตำแยแมว


เขียนเรื่องไผ่เงินไปตอนนึงละ จะไม่หยิบเอาเรื่อง ตำแยแมว มาเขียนอีกสักตอนก็ดูเหมือนจะขาด ๆ อะไรไปซะอย่าง อุอุ เอาเป็นว่า เรามาทำความรู้จักกับไอ้ต้นตำแยแมวอันเลื่องชื่อในหมู่คนชาบูแมวด้วยกันนะคะ


ต้นตำแยแมว หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อว่า ต้นกัญชาแมว นั้น เป็นพืชที่ขึ้นและพบเห็นอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติฮ่ะ (แต่ทำไมอิชั้นไม่เคยเห็นเลยฟระ) ถึงแม้ว่าจะชื่อตำแยแมว แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการคันแก่ผู้ที่ได้สัมผัสมันแต่อย่างใดนะคะ ตรงกันข้าม เจ้าต้นตำแยแมวนี้มีคุณอเนกอนันต์สำหรับแมวจริง ๆ เนื่องจากรากของต้นตำแยแมวนั้น จะมีกลิ่นที่ดึงดูดแมวได้เหมือนฟีโรโมนที่เป็นฮอร์โมนดึงดูดเพศตรงข้าม แถมยังเป็นยาถอนพิษโรคของแมวได้เป็นอย่างดี โดยแมวที่กินรากของต้นไม้ชนิดนี้เข้าไปจะมีการสำรอกหรืออาเจียนออกมา ถือเป็นยาถอนพิษสำหรับแมวชนิดหนึ่ง


ลักษณะของต้นตำแยแมวนั้น ลองเดินไปสำรวจที่ป่าชื้น ๆ หรือพงข้างทางใกล้ ๆ บ้านของเรากันได้ฮ่ะ ต้นของมันจะขึ้นทั่วไปเป็นกลุ่ม ๆ ความสูงประมาณ 2 ฟุตเศษ ลำต้นตรง ใบกลมโต ปลายใบมีลักษณะแหลมเล็กน้อยและมีขอบใจเป็นจักรเล็ก ๆ ใบมีลักษณะเป็นขนขนาดโตกว่าใบพุทรานิดหน่อย ส่วนดอกนั้นจะมีลักษณะเป็นช่อ ผลแห้งแตกได้และมีเมล็ดอยู่ภายใน 1 เมล็ด ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบเห็นต้นตำแยแมวตามดินที่เย็น ๆ หรือตามสถานที่รกร้างทั่วไปหรือแม้แต่ตามสถานที่ก่อสร้างที่มีอิฐหรือปูนเก่า ๆ ผุ ๆ น่ะนะคะ

อ่ะ..เกริ่นมาซะยาวแระ เรามาดูหน้าตาของไอ้เจ้าต้นตำแยแมวไว้เป็นตัวอย่างในการค้นหากันค่ะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก welikecat.com/cat-andtree-seeded-mercury.html
ภาพประกอบจาก oknation.net/blog/ddstory/2011/04/29/entry-1




วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

อิ่แมวขี้เหงา


อิ่เจ๊ยัยกะทิมันบ้าไปแล้ว 555+ แต่เชื่อว่าคนที่ตกหลุมรักแมวน่าจะมีอาการคล้ายคลึงอิชั้นนี่ล่ะ คือไม่ว่าจะเดินไปช้อปปิ้งยั้นไหนต่อไหน ก็ต้องคิด ๆ ๆ หาของกลับมาฝากแมวเราสักอย่างสองอย่างจนได้

เมื่อวานนี้อิชั้นไปช้อปปิ้งที่ห้างระดับภูธรมาฮ่ะ จริง ๆ ตั้งใจจะไปตุนไวน์ขวดมาแช่เย็นไว้ดวดสัก 2-3 ขวดนั่นล่ะ เพราะของเดิมก็เปิดดื่มวันละนิดวันละหน่อยจนหมดไปแระ แต่พอเดินเข้าห้างทีไร ไหง..มันจะต้องสอดส่ายสายตาหาของเล่นให้ยัยกะทิไปซะทุกทีก็ไม่รู้ >.<


เ้มื่อวานอิชั้นก็โดนมาอีก 138 บาทฮ่ะ ด้วยความที่อิ่หมู่นี้รู้สึกยัยกะทิบ้าพลังเหลือเกิน สองวันที่ผ่านมา ก็หลุดออกจากสายจูง แล้วก็เที่ยวโดด เที่ยวแอบ เที่ยววิ่งหนีอิชั้นพล่านไปจนถึงหอพักข้าง ๆ กันไปละ (เดือดร้อนถึงอิ่เจ๊ต้องวิ่งไล่ตามตะครุบ เป็นที่น่าขายหน้าแก่ไพร่ฟ้าประชาชี) อิชั้นเดาเอาเองว่า เป็นเพราะกะทิมันเหงา เนื่องจากตัวเองเป็นแมวเลี้ยงเดี่ยวรึเปล่าฟระ ปกติแล้วเวลาคนอื่นเค้าเลี้ยงแมว เค้าต้องเลี้ยงแบบมีคู่หูคู่ฮากันรึเปล่าอ่ะ แล้วถ้าแมวมันเหงา หรือแมวมันเครียด มันจะออกอาการไม่อยากเข้ากรง วิ่งหนีให้อิ่เจ๊มันไล่ตามจนขาขวิดแบบนี้มั้ย อย่ากระนั้นเลย ระหว่างที่กำลังทบทวนว่าจะรับแมวเด็กมาอยู่เป็นเพื่อนกับยัยกะทิอีกสักตัวดีรึเปล่า หาของเล่นให้มันเล่นเพลิน ๆ ใจก่อนดีกว่าเนาะ

ว่าแล้วอิชั้นก็ซื้อไอ้เจ้าทีมนี้มาให้กะทิฮ่ะ..3 ทหารเสือ คริ คริ


พอซื้อมาปั๊บก็ทดลองเอามาให้กะทิเล่นในออฟฟิศเลย ซึ่งก็นะ ผลตอบรับออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะยัยกะทิกอดรัดฟัดเหวี่ยงซะจนน้องฮิปโปเหม็นน้ำลายฮึ้ม..


 งานนี้เพื่อนใหม่โดนรับน้องอย่างหนัก กัด ๆ ถีบ ๆ จิก ๆ เหมือนแค้นเคืองกันมาแต่ชาติปางไหน





สรุปว่างานนี้ทิชอบฮ่ะ แต่ก็ไม่รู้จะเล่นกับบรรดาสิงสาราสัตว์ยัดนุ่นพวกนี้ได้นานแค่ไหนนะคะ อุอุ..ระหว่างนี้ก็เล่นกับเจ้าพวกนี้ไปก่อนละกันเนอะกะทิ ไว้อิ่เจ๊จะพิจารณาดูให้ถ้วนถี่อีกทีว่าจะสมควรจะรับแมวเด็กมาเป็นเพื่อนหนูป่าว..

แล้วกลับมาพบกับกะทิได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai



วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

คุณพระช่วย กะทิหลุด !!


อิ่เจ๊มันอยากจะอกแตกตาย..เมื่อวานยัยกะทิหลุดออกจากกรงแล้วก็สะบัดตรูด โดดผลุงปีนรั้วหนีไปตึกข้าง ๆ อ่ะ T^T

เมื่อวานนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อิชั้นเหนื่อยจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยฮ่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก ไอ้ที่มันเหนื่อยเพราะต้องวิ่งตามไล่จับยัยกะทิที่หลุดผลั๊วะออกจากกรงแล้วก็เตลิดหนีเข้าไปในรั้วของหอพักที่มีบริเวณอยู่ติดกันนี่เอง

แสบแสนซน
เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากฮ่ะ อิชั้นเกือบจะได้กลับบ้านเร็วอยู่แล้วเชียว เพราะหลังจากพาัยัยกะทิใส่สายจูงเดินเล่นแล้วก็ให้อาหารเปียกยัยกะทิกินเป็นที่เรียบร้อยละ ก็พายัยกะทิกลับเข้ากรง พอจะปิดกรง สายตาก็ดั๊นนน....เหลือบไปเห็นถ้วยอาหารเม็ดที่ดันมีมดขึ้นอยู่ตรึมเข้าให้ (ขึ้นได้ไงฟระ ถ้วยก็หล่อน้ำอยู่) ก็เลยตั้งใจจะหยิบเอามาปัดมดให้นี๊ดเดียว..จริง ๆ มันก็เป็นความสะเพร่าของอิชั้นเอง ที่ไม่คิดว่าแมวมันก็มีติง แถมเป็นติงที่โดดสูงได้ เพราะเผลอแผล็บเดียวยัยกะทิก็โดดผลุงข้ามไหล่ขวาของอิชั้นออกนอกประตูกรงไปทันที ไปแล้วไม่ใช่วิ่งปรู๊ดไปในทันทีนะคะ แต่ยังมีหน้าไปหยุดนั่งเลียขนตรูดตัวเองเยาะเย้ยอิ่เจ๊มันที่ยืนทำหน้าตาเหรอหราอยู่อีกตะหาก...พยายามทำใจชื้น ๆ เรียกมันด้วยน้ำเสีียงอ่อนโยน แล้วก็เดินเข้าไปจะจับมัน เท่านั้นแหละฮ่ะ แม่วิ่งเร็วปรู๊ดดด...แล้วก็โดดเกาะรูรั้วของหอพักข้าง ๆ หายวับไปกับตา T^T

นาทีนั้น อิ่เจ๊มันสตั๊นไป 4 วิ ฮ่ะ.. >.< เพราะจะให้โดดตามก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องจากรั้วปูนนี้สูงท่วมหัว (แต่มันมีรูระบายอากาศ เป็นอิฐบล็อกแบบมีรูอ่ะ นึกออกมั้ยคะ) ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือรีบใส่ติงหมา โกยแน่บอ้อมไปยังหอพักข้าง ๆ ทันที เดชะบุญที่หอพักเค้าไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องบุคคลภายนอกเข้าออก อิชั้นก็เลยวิ่งอ้อมเข้าไปทางด้านหน้าได้ พอไปถึงก็เรียกชื่อทันทีฮ่ะ กลัวเหลือเกินว่ามันจะไม่อยู่แล้ว เพราะรั้วของหอพักแถวนี้ ก็เป็นรั้วปูนติด ๆ กันทั้งนั้น แถมด้านหลังยังเป็นป่ารกชัฎ ที่มีบ้านคนเลี้ยงหมาดุไว้อีกต่างหาก ซึ่งถ้าหลุดไปได้ ก็คงหากันไม่เจอหรือไม่ก็โดนฟัดตายเป็นแน่ แต่โชคยังเข้าข้างฮ่ะ เพราะพอยัยกะทิได้ยินเสียงอิชั้นก็วิ่งแน่บออกมาทันที

หกล้มอิ่ตอนโดดจับยับกะทิอ่ะ T^T
แตร๊....มันไม่ได้วิ่งมาหาอิชั้นอ่ะ (อิ่เด็กเวง) มันแค่วิ่งแน่บมาทางอิชั้น แล้วก็เลี้ยวทำมุม 90 องศาไปอีกทาง ฝ่ายอิ่เจ๊มันก็ต้อนไปสิ..วิ่งไปทางไหน ก็ไล่ต้อนไล่จับไปทางนั้น กลัวเหมือนกันว่ามันจะยิ่งเตลิดแล้วก็ปีนหนีข้ามรั้วไปที่หออีกฝั่ง...แต่ก็นะ..ไม่รู้มันสนุกหรืออย่างไร  เพราะมันเอาแต่วิ่งเอาล่อเอาเถิดไม่ให้อิชั้นจับได้ซะงั้น..เดี๋ยวก็แอบตรงใต้ต้นไม้ เดี๋ยวก็ไปหยุดหอบแฮ่กในดงกล้วย T^T (แกเป็นแมวตานีเหรอยะ) เล่นเอาอิ่เจ๊มันใจจะขาด (ณ.จุดนั้น เริ่มรู้ละว่าสังขารไม่เที่ยงจริง ๆ) ในนาทีสุดท้าย พอมันเริ่มเหนื่อยแล้วก็นอนแหมะแปะอยู่ริมรั้ว อิชั้นก็ใช้วิชานินจาตัวเบา สไลด์ตัวเข้าไปจับมันทันที เกือบจับไม่ได้แน่ะ แต่ก็นะ...ยอมเจ็บตัวอ่ะ นาทีนั้นถ้าไม่จับให้ได้ ก็เห็นทีจะยากละ ผลสุดท้ายก็จับได้ฮ่ะ...แต่ก็สะบักสะบอมกันทั้งพี่ทั้งน้อง อยากจะกัดมันให้หูขาดจริง ๆ ให้ตายเซ่ะ..ช่างไม่รู้อะไรมั่งเล้ย ว่าทำแบบนี้มีแต่รังจะทำให้อิ่เจ๊มันประสาทเสีย ระแวงว่ามันจะหายมากขึ้น

ระหว่างอุ้มตัวกลับมาที่ตึก กะทิมันขู่ครืดด..ครืดด....อยู่ในลำคอฮ่ะ...แถมดิ้นปั่ด ๆ จะลงอีกตะหาก เดาเอาว่ามันยังไม่อยากกลับเข้ากรงอ่ะ อิชั้นชักนึกสงสัยซะละ ว่ามันจะเครียดที่ต้องอยู่ในกรงตัวเดียวเป็นเวลานาน ๆ รึเปล่าฟระ แถมอิ่หมู่นี้มีรถปิคอัพมาจอดปิดหน้ากรงมันจนมองไม่เห็นวิวข้างนอกเหมือนที่เคยเห็นอีกต่างหากด้วย อย่ากระนั้นเลย วันนี้คงต้องพยายามหาเจ้าของรถให้มาขยับรถไปจอดจุดอื่นให้ได้ แล้วก็คงต้องคิดถึงเรื่องที่จะหาแมวน้อยมาเป็นเพื่อนยัยกะทิซะแระ..

อย่าทำแบบนี้บ่อย ๆ นะกะทิ สงสารเจ๊มั่ง หลุดทีหายใจจะวายที มันไม่ใช่วีรกรรมแสนดีของหนูเลยนะ กระซิก ๆ



เรื่องและภาพประกอบโดย Pacharawalai