แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวกำพร้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมวกำพร้า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เจ้าหนมปัง ตอน เดี๋ยวก็ผลุบ เดี๋ยวก็โผล่


หลังจากที่ปล่อยไอ้เด็กตัวเหี่ยวไว้ที่ระเบียงหลังบ้าน โดยทิ้งสเบียงไว้ให้นิดหน่อย เผื่อว่ามันจะกล้าออกมากิน อิชั้นก็แว่บออกไปทำงานฮ่ะ แต่ก่อนหน้านั้นก็มีแวะบอกกล่าวคุณนายของบ้านไว้หน่อยนึง ว่ามีแมวหลงมาอยู่ข้างบนตัวนึงนะ เพราะคิดว่าให้คุณนายรับรู้ไว้หน่อย เผื่อจะได้กักตัวพี่ครีมเอาไว้ข้างล่าง ไม่ขึ้นมาไล่ฟัดแมวข้างบนเข้าให้


แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นฮ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณนายแม่ไม่อยากให้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวอยู่บนบ้าน หรือเป็นเพราะอิชั้นเปิดประตูระเบียงทิ้งไว้กันแน่ เพราะพอกลับมาจากที่ทำงาน..อิ่เด็กหลงแม่ก็หายตัวไปซะแระ...

เอาเถอะ..นาทีนั้นอิชั้นคิดว่า ก็ดีแล้ว...บางทีมันอาจจะแค่หนีแม่ออกมาเที่ยวแล้วหาทางลงจากชั้นบนบ้านของอิชั้้นไม่เจอ ในเมื่อมันหาทางลงเองได้แล้ว ก็แล้วกันไปเต๊อะ..


อิ่เด็กเหี่ยวสีเปรอะหายหน้าไปสองวันฮ่ะ...ค่ำคืนนึง ช่วงที่อิชั้นนั่งส่องเฟสชาวบ้านอยู่อย่างเมามัน จู่ ๆ หางตาก็เห็นตัวอะไรย่องตะคุ่ม ๆ มาจากใต้ตู้เสื้อผ้าด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

"เฮ่ย...." อิชั้นอุทานอยู่ในใจ นึกว่าตัวเองตาฝาด...

...ไอ้เด็กหลงแม่ตัวนั้นนี่นา...

ป๊าดดด..อิชั้นเผลอยิ้มที่มุมปาก นึกว่ามันเหาะระเห็จลงจากชั้นบนบ้านไปเรียบร้อยไปตั้งแต่เมื่อสองวันที่แล้วละ นี่แสดงว่ามันแค่ย้ายที่ซ่อนอย่างงั้นเหรอ

ไอ้เด็กซี่โครงบานเงยหน้าขึ้นสบตาอิชั้น แล้วก็ค่อย ๆ กรอเทปกลับ..หุหุ คือค่อย ๆ เดินถอยหลังช้า ๆ ถอยกลับเข้าใต้ตู้ไปอย่างหน้าด้านๆ

มันคงคิดว่า...ซรวยแระ อิ่เจ๊ตัวเล็กนี่ดันจับได้ซะละ ว่าตรูยังไม่ได้ไปไหน..แต่ช้าไปแล้วฮ่ะ เพราะ ณ.จุดนั้น อิชั้นได้เอาปูนป้ายหัวมันไว้เป็นที่เรียบร้อยแระ (ขออธิบายคำ่า เอาปูนป้ายหัวซึ่งเป็นสำนวนเก่าหน่อยนะฮะ เผื่อคนรุ่นใหม่ๆ จะไม่เข้าใจ เอาปูนป้ายหัว หมายถึง ตั้งเป้าหมายไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ประมาณนี้นะฮะ)

ค่ำนั้น อิชั้นรอจนดึก...ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ คือรอจนกว่าคุณนายแม่กับพี่ครีมจะเข้านอนซะก่อน แล้วก็คว้าไฟฉายพร้อมฉีกอาหารซองของพี่ครีมลากชุดนอนลายหมีไปก้ม ๆ เงย ๆ แถวใต้ตู้นั่นล่ะ

แล้วก็โป๊ะเชะ...อิ่เด็กตัวเปรอะนั่งตัวงอหน้าตาตื่น ๆ ส่งเสียงครืด ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งใต้ตู้เสื้อผ้านั่น

"ไง..แก ชั้นนึกว่าแกลงไปแล้วนะเนี่ย หิวป่าวล่ะ"

อิ่เด็กมอมส่งเสียงครางในลำคอดังขึ้น พลางแยกเขี้ยวแสยะฟัน ซึ่งจากประสบการณ์อันช่ำชองในการเลี้ยงแมวสองตัวถ้วนมาสองปี...อิชั้นแปลได้ทันทีว่า...มันขู่ !!

"อีกละ ขู่ชั้นอีกละ อ่ะ ขู่ก็ขู่ไป ขู่ด้วยกินด้วยก็ได้เอ้า" อิชั้นใช้วิธีเดิมก็คือเอาไม้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปใต้ตู้ พัฒนากว่าเดิมเล็กน้อยอิ่ตรงคราวก่อนนั่งคุดคู้ แต่คราวนี้แม่มมม..นอนพังพาบคว่ำกับพื้นเลย 555

เหมือนเดิมฮ่ะ อิ่เด็กตัวมอมแยกเขี้ยวแฟร่ดดด..แต่ก็ยอมกินอาหารด้วยท่าทางหิวโหย แป๊บเดียวเท่านั้นล่ะ อาหารทั้งซองก็เกือบหมดถ้วย

อิชั้นปล่อยให้มันได้คลายความกลัวด้วยการทิ้งมันไว้ตรงที่เดิมฮ่ะ ตั้งใจไว้ว่าถ้าพรุ่งนี้เช้ามันยังอยู่ ก็จะผูกมิตรกันด้วยอาหารอีก....อิ่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่า เอาวะ..ในเมื่อแกหลงมาแล้วยังไม่ได้หลงไป ตราบใดที่แกอยู่บนบ้านชั้นนี่ แกก็ไม่อดตายหรอก

คิดได้ดังนั้นอิชั้นก็เข้านอนฮ่ะ.....

เช้าขึ้นมา เพิ่งจะแหกขี้ตาตื่น อิชั้นก็ไปก้มๆ เงยๆ มองหาแขกไม่ได้รับเชิญใต้ตู้ก่อนซะแระ...แต่ผลปรากฎว่า มันหายไปอีกแล้วอ่ะ คุณผู้โชมมมมม...

เฮ้อ...นาทีนั้นอิชั้นหัวใจฝ่อลงวูบหนึ่ง คือแบบว่า พยายามผูกมิตรมาสองรอบแล้วอ่ะนะ แล้วจู่ ๆ มันก็หายตัวไปอีก เดาว่าคราวนี้มันคงแอบวิ่งตามแม่ที่ลงไปเปิดร้านช่วงเช้าไปแล้วล่ะกระมัง

...ช่างมันเหอะ...ก็ใช่ว่ามันหลงขึ้นมาแล้วเราจะต้องรับเลี้ยงมันไว้ตลอดชีวิตซะเมื่อไหร่...

พยายามที่จะลืมๆ มันไปละกัน ก็อิ่แค่แมวเด็กผอมโกรกตัวนึงที่หลงขึ้นมาติดอยู่บนบ้าน แต่่การณ์กลับกลายเป็นว่า เช้าวันถัดมา ขณะเดินกวาดบ้านอยู่นั่นเอง..สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เที่ยวแอบอยู่ตรงนั้นตรงนี้ก็กลับโดดผลุงออกจากกองข้าวของทางขึ้นชั้นสามของบ้านอีก

คงไม่ต้องบอกแล้วเนอะ..ว่าใคร..หึหึ

อิชั้นเริ่มหายตื่นเต้วแล้วฮ่ะ แหม...ก็พี่เล่นเปลี่ยนที่ซ่อนเป็นรายวัน นี่ถ้าอิชั้นไม่ลุกขึ้นมากวาดบ้านก็คงไม่เจอที่แอบที่ใหม่ของมันล่ะมั๊งเนอะ คราวนี้เห็นชัด ๆ เลยฮ่ะ ว่าอิ่เด็กนินจาวิ่งปรู๊ดดเข้าไปแอบอยู่ในตู้หลังเก่าที่เปิดกระจกด้านล่างของตู้ไว้

อิ่หร็อบเดิม เดือดร้อนอิ่เจ๊ต้องลากถ้วยอาหารเอาไม้จิ้มไปป้อนมันอีก !!

ต๊ะเอาไว้มาเล่าต่อวันพรุ่งนี้นะคะ เขียนทีไร ยาวทู๊กที :)















วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ขนมปัง..ชื่อนี้แกได้แต่ใดมา


ทิ้งไดอารี่บล็อกยัยกะทิไปซะเกือบสองอาทิตย์ ไม่ใช่อะไรหรอกฮ่ะ มัวแต่ไปบูรณาการแม่โกกิกับยัยกะทิ ที่ดันเป็นหวัดรับฤดูฝนซะได้ ป้อนยากันยาวเลย..แต่ตอนนี้แข็งแรงบึกบึนกันหมดละ ก็เลยได้มีเวลามาเขียนบันทึกเรื่องไอ้หนมปังซะที

หลาย ๆ คนที่อ่านไดอารี่ยัยกะทิ คงพอจะนึกออกล่ะนะคะ (ใครนึกไม่ออกย้อนกลับไปอ่าน ตอนเดิม ๆ ได้เด้อ) ว่าอิชั้นเจอลูกแมวหลงแม่อยู่ตัวนึง..เอิ่ม อันที่จริงคงต้องบอกว่า มันเจออิชั้นมากกว่า เพราะจู่ ๆ ในเช้าวันนึง มันก็บุกขึ้นมาเยี่ยมอิชั้นถึงบนบ้าน

เล่นซ่อนแอบกับอิ่เจ๊เหรอ หึหึ..
ไอ้การที่จู่ ๆ จะมีแมวเด็กจับพลัดจับพลู ขึ้นมาถึงชั้นสองของบ้านนี่ไม่ใช่ใครจะพบเจอกันได้ง่าย ๆ นะค้า ยิ่งเป็นบ้านที่มีพี่ครีม น้องหมาขาโจ๋ (โจ๋แต่ขา แต่ฟันลาโลกไปหมดแระ มีแต่เหงือก เพราะอายุอานามปาเข้าไปน่าจะย่าง 12 ขวบ) ยึดครองชั้นบนอย่างเต็มรูปแบบอยู่ด้วยแล้ว คงมีแมวไม่สักกี่ตัวหรอก ที่อยากจะหลงขึ้นมาถึงข้างบนนี่

เฮ้ย..น่ารักอ่ะ
แต่อิ่เด็กตัวเหี่ยวนี่มันขึ้นมาฮ่ะ...

ด้วยความที่มันยังเด็ก แลดูรูปทรงก้อนขี้ริ้วของมันแล้ว น่าจะอายุสักสามเดือนได้กระมัง และคงถูกไล่ตีไล่แห่มาจากบ้านอื่นจนในหัวมีแต่เรื่องร้าย ๆ พออิชั้นอยากจะผูกมิตรไมตรีด้วยสักหน่อย มันก็เลยวิ่งหนีจู๊ดดด..เข้าไปแอบอยู่ตรงกองข้าวของที่ระเบียง แถมยังขู่แฟร่ ๆ ทำท่าจะกัดอิชั้นเข้าให้...

นาท่ีนั้น ขำก็ขำ สงสารก็สงสารฮ่ะ โธ่ถัง..ตัวก็กะเปี๊ยกเท่านี้ นี่แกหลงแม่มาแต่ไหนกันล่ะนี่...

ไอ้ครั้นจะจับก็จับก็คงยังจับไม่ได้ (เพราะคงทั้งกัดทั้งข่วนอิชั้แน่ ๆ) สุดท้ายก่อนไปทำงานก็เลยตัดสินใจเอาน้ำกับอาหารเม็ดพี่ครีมวางไว้ตรงที่มันซ่อน แถมใจดีสุด ๆ ด้วยการฉีกขนมปังแผ่นๆ ที่ตัวเองปิ้งกินวางแหมะไว้ตรงทางออกของซอกเล็ก ๆ อีกหน่อยนึงด้วย....... (เอ๊ะ ก็เผื่อมันกินอาหารเม็ดไม่เป็น มันจะได้แทะหนมปังกินได้มั่งอ่ะ)

กลัวกินอาหารเม็ดไม่เป็น ก็เลยบิขนมปังแผ่นไว้ให้
ปัญหาก็คือ....ความกลัวน่าจะชนะทุกสิ่งในโลกอันโหดร้ายของอิ่แมวเด็ก เพราะจนแล้วจนรอด รอนานเป็นครึ่งๆ ชั่วโมง มันก็ไม่ยอมออกมา (อุ๊บะ๊.....พลอยทำให้อิ่เจ๊ไม่ได้เป็นอันออกไปทำงานซะที)

นึกในใจว่า หิวตายแน่แกเอ๊ยยย..นาทีนั้นอิชั้นรู้สึกสงสารปนเอ็นดูมันตงิดๆ

เอางี้ละกัน..ออกมาไม่ได้ เดี๋ยวเจ๊จัดให้

ความกลัวว่ามันจะหิวตายซะก่อน ทำเอาอิชัั้นต้องฉีกซองอาหารเปียกพี่ครีมแล้วลากถ้วยพร้อมไม้ตะเกียบมาตั้ง.... (ไม่มีอาหารแมวฮ่ะ ก็เลยจำเป็นต้องเอาอาหารหมาของพี่ครีมมาให้กินประทังชีวิตไปก่อน) ชะเง้อสบตาไอ้สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในซอกติ่งนั่นนิดนึง...แล้วก็ใช้ตะเกียบจิ้มอาหารเปียกพี่ครีมยื่นเข้าไปจนสุดปลายไม้

มอบรางวัลครีเอตีฟ..ให้อิชั้นที
"เอ้า..ไอ้ตัวเล็ก หิวป่าว กินนี่มะ อร่อยนะเฟร้ย" อิ่เจ๊ทำน้ำเสียงอ่อนหวาน (นี่อ่อนหวานแล้วเหร่อะ !!??)

นิ่ง....แล้วก็ แฟร่....

ทดลองดู เผื่อมันจะกินทางตรูดได้มั่ง !!?
"ไม่เป็นไร ชั้นไม่ทำไรแกหรอก กินหน่อยน่า นี่ไม่ได้กินอะไรมากี่วันแล้วล่ะเนี่ย" ใครส่งอิชั้นไปเป็นเซลล์ขายน้ำยาล้างส้วมที อิชั้นว่าอิชั้นมีทักษะในการอ้อนวอนคน เอ๊ย..อ้อนวอนแมวนะ


ไอ้ตัวเล็กทำจมูกฟุดฟิด ฮั่นแน่......ได้กลิ่นอาหารแล้วสิท่า กินเด่ะ ๆ ๆ (พี่คะ พี่โตแล้วนะคะ พี่ใช้ภาษาวิบัติแบบนี้ได้หรือคะ ??!! )

"กินก่อน อิ่มแล้วจะไปก็ไม่ว่า..อ่ะ...กินสักหน่อยเหอะ อร่อยน๊าาาา" อิชั้นยื่นปลายไม้จนอาหารแทบจะแตะจมูกมัน ได้ผลฮ่ะ เพราะไอ้ปากเล็ก ๆ นั่นแม้ว่าจะส่งเสียงแฟร่ออกมาเบา ๆ แต่ก็แลบลิ้นมาเลียอาหารแผล่บ....


แค่เสี้ยววินาที ด้วยความหิว..ไอ้เด็กเหี่ยวก็งับอาหารเปียกพี่ครีมเข้าไปจนเต็มคำ


...เฮ้ย..มันกินโว้ย..5555

ชิ้นแรกตามด้วยชิ้นที่สอง สามสี่ จนอาหารเปียกพี่ครีมเกือบหมดถ้วย แม้ว่าจะเริ่มเหน็บกิน กับการที่นั่งงอเข่าคุดคู้อยู่ในท่าเดิม ๆ เพื่อยื่นอาหารเสียบปลายไม้ให้ไอ้เด็กหลงทาง แต่ก็อุ่นใจที่มันยอมกินนะ


หลังจากที่ให้มันกินจนคิดว่าน่าจะอิ่มพอดูแล้ว อิชั้นก็ตัดใจจะทิ้งมันไว้อย่างนั้นฮ่ะ

ด้วยความคิดว่า เอาเหอะ..เมื่อแกขึ้นมาได้ และไม่ยอมให้ชั้นจับลงไป แกนึกอยากจะลงไปหรือออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามใจแกละกัน จากนั้นอิชั้นก็เปิดประตูระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างไว้ แล้วก็รีบออกไปทำงาน

เริ่มยาวแล้วแฮะ อาบน้ำไปทำงานก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟังต่อนะคะ





วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ส้มป่อย


ถ้าจะถามแอดมินว่าความสุขของแอดมินคืออะไร....

ความสุขของแอดมินก็แค่การมีชีวิตที่สงบ ราบรื่น มีเวลาให้กับครอบครัว มีเวลาท่องเที่ยวบ้าง ได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก คนที่ตัวเองรัก และไอ้เจ้าสี่ขาทั้งหลายที่ตัวเองรัก...แต่ก็นั่นแหละเนอะ ความสุขของแต่ละคนก็ย่อมที่จะแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าหลายๆ คนที่มี "สิ่งที่ตัวเองรัก" มากกว่า "สิ่งที่ตัวเองเกลียด" มักจะเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าเสมอ.... :)

หลังจากรับตัวฝูงก้อบลินแม่ทิ้งมาอนุบาลเกือบอาทิตย์ เจ้าตัวแรกที่จากอกแอดมินไปสู่อ้อมอกของครอบครัวใหม่ก็คือเจ้า "ส้มป่อย" ค่ะ ส้มป่อยเป็นแมวตัวผู้สีส้ม "ตัวแรก" ที่รู้จักฝากเนื้อฝากตัวกับแอดมิน (นึกถึงทีไร..ใจหายทุกครั้ง) ทุกครั้งที่แอดมินไปเยี่ยมไปหา ส้มป่อยก็มักจะปีนขึ้นตัก ปีนขึ้นมานอนซบอกแอดมินอยู่เสมอ เหมือนประหนึ่งว่า อุ่นใจแล้ว..ที่แม้ไม่มีแม่อยู่ด้วย ส้มป่อยก็ยังมีอิ่เจ๊อยู่ข้างๆ.....ดังนั้นเมื่อส้มป่อยถูกน้องคนหนึ่งซึ่งมาดูห้องพักที่ตึกเอ่ยปากขอเอาไปอยู่ด้วย แอดมินจึงลังเลสุด ๆ....


หากแต่ในความลังเลนั้น...แอดมินก็รู้ดี ว่าควรให้ส้มป่อยได้ไปอยู่ใน "บ้าน" ที่เป็นบ้านแท้ ๆ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในตึกที่มีสภาพเป็นหอพัก ที่ซึ่งบ้านของมันก็คงเป็นได้แค่เพียงออฟฟิศเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง เที่ยวเดินท่อมๆ ไปวันๆ มีพี่ๆ หรือมีอิ่เจ๊ดูแลแค่ไม่กี่ชั่วโมง.....

"บ้าน" ของส้มป่อย..ควรเป็นบ้านที่มีสมาชิกในบ้านอยู่ครบถ้วน มีที่ให้วิ่งเล่น มีคนที่รักส้มป่อยคอยลูบเนื้อลูบตัว คอยกอดส้มป่อยได้ตลอดเวลาที่ส้มป่อยต้องการ (หรือบางทีส้มป่อยอาจจะยังไม่ต้องการ แต่ก็ยังมีคนอยากกอด >.<) ดังนั้นหลังจากสอบถามความสมัครใจของน้องเรียบร้อยแล้วว่าเลี้ยงได้แน่นะ.....อิ่เจ๊ก็ต้องกัดฟันยอมให้ส้มป่อยกับน้องคนนั้นไป ทั้งที่ในใจมันร้องว่า ไม่..ไม่..ไม่อยากให้ ดังลั่น

หะแรกแอดมินรู้แต่เพียงว่า...บ้านของน้องคนนี้ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด มีแมวเลี้ยงอยู่แล้วที่บ้านหลายตัวค่ะ ด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าส้มป่อยจะไม่มีบ้านอยู่ ก็เลยไม่ได้สอบถามรายละเอียดอย่างอื่นมากนัก รับรู้แต่เพียงว่า น้องโทร.ไปขออนุญาตที่บ้านน้องต่อหน้าแอดมินว่า จะขอเอาลูกแมวไปเลี้ยงที่บ้านเพิ่มอีกตัว พอที่บ้านน้องเอ่ยปากอนุญาต ก็เลยมัวแต่ดีใจ..ที่ส้มป่อยจะได้บ้านอยู่เสียที กลับกลายเป็นว่า....พอน้องอุ้มส้มป่อยไปแล้ว เพิ่งนึกออก....ว่าตัวเองพลาดที่จะสอบถามหรือบอกเล่าเรื่องราวของส้มป่อยไปหลายอย่าง

ประการแรก...อิ่เจ๊ลืมบอกน้องคนที่ขอส้มป่อยไป ว่าส้มป่อยยังเด็กนัก ยังต้องกินอาหารเม็ดแช่น้ำอยู่นะ ถ้าไม่เอาอาหารเม็ดแช่น้ำให้มันนิ่ม ส้มป่อยจะกินไม่ได้ (กลัวส้มป่อยอด กลัวส้มป่อยหิว)

ประการที่สอง...อิ่เจ๊ก็ลืมถามน้องไป ว่าบ้านน้องมีแมวใหญ่เลี้ยงไว้กี่ตัวแล้ว และถ้าเอาส้มป่อยไป จะกลายเป็นแมวตัวที่เท่าไหร่ของน้อง (อันนี้กลัวน้องเห่อส้มป่อยแต่ตอนเด็ก ๆ กลัวมันโดนทิ้งๆ ขว้างๆ ตอนมันโตอ่ะ)

สุดท้าย...ด้วยความที่น้องเองก็จองห้องพักที่ตึกไว้แล้ว ก็เลยหน้าด้านโทร.หาลูกน้องให้โทร.บอกน้องคนที่รับตัวส้มป่อยไปอีกครั้ง ว่าส้มป่อยต้องกินอาหารเม็ดแช่น้ำนะ แล้วก็ให้ลองถามคร่าวๆ เรื่องรายละเอียดการเลี้ยงแมวที่บ้านน้องด้วย

ปรากฎว่า....ส้มป่อยจะไปเป็นแมวตัวที่ 9 ของครอบครัวน้องค่ะ !! ตัวที่ 9 ได้ยินแค่นั้น อิ่เจ๊ถึงกับตบหน้าผากตัวเองดังป๊าบ...เฮ้ย...แล้วไอ้เจ้าส้มป่อยของเราจะได้รับความรักจากครอบครัวใหม่เป็นลำดับบ๊วยๆ ด้วยป่าวฟระ

ทำไงได้....ดันให้น้องไปแล้วนี่ T^T นาทีนั้น ถ้าเอาคืนได้ ตรูเอาคืนจริงด้วยนะ...

แต่ก็อย่างว่า......เมื่อตัดใจให้น้องไปแล้ว ก็ต้องยอมรับมันแต่โดยดี

สามอาทิตย์ถัดมานับตั้งแต่ส้มป่อยจากอกอิ่เจ๊ไป....

เมื่อวานนี้น้องเจ้าของส้มป่อยโทร.ติดต่อเพื่อย้ายเข้าตึกมาเป็นครั้งแรกค่ะ

ได้ยินน้องเสมียนที่ตึกซึ่งก็รัก "เด็กๆ 4 ขา" เหมือนกันถามเรื่องส้มป่อยว่าเป็นไงบ้าง..คำตอบของน้องคนเลี้ยงก็ทำให้พอได้ยิ้มออก

น้องคนเลี้ยงส้มป่อยบอกว่า....ส้มป่อยเป็นเด็กร่าเริงค่ะ เข้ากับพี่ๆ แมวได้ดี ชอบวิ่งเล่น ชอบอยู่กับคน ขี้อ้อนมาก ที่สำคัญคือชอบปีนต้นไม้ตามพี่ๆ แมวโตๆ มาก (บ้านส้มป่อยมีต้นไม้ให้ปีน อิ่เจ๊ยิ้่มปากจะฉีกถึงใบหู)...มีอยู่คราวหนึ่งพี่ๆ ปีนต้นไม้เล่นกันแล้วส้มป่อยปีนด้วย พวกตัวโตๆ ขึ้นได้แล้วก็ปีนลงได้ แต่ส้มป่อยปีนขึ้นแล้ว..ดันปีนลงไม่ได้ (อิ่ส้มป่อย !!??) สรุปว่า..คืนนั้นส้มป่อยต้องนอนค้างเติ่งอยู่บนต้นไม้ทั้งคืน รอจนกระทั่งน้องต้องไปช่วยลงมา

สรุปว่าตอนนี้.....ส้มป่อยสบายดีนะคะ...ก็ได้แต่หวังว่าส้มป่อยจะโตขึ้นมาเป็นแมวที่แข็งแรง สมกับที่เคยเป็นเด็กในตึกอิ่เจ๊ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน...เจ้าลูกแมวสีส้มตัวเล็ก ๆ ที่ชอบปีนขึ้นมานอนหลับบนอกอิ่เจ๊....ก็ยังคงเป็น "ส้มป่อยของเจ๊" เสมอ

เวลาของเรามาบรรจบกันชั่วขณะหนึ่ง แต่ความคิดถึงจะอยู่ตลอดไป........รักนะส้มป่อย............
.
.
.

"คิดถึงเนอะ.............................."







วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรียลลิตี้ฟันน้ำนม ตอน..1 2 3 4 5


เมื่อตอนที่แล้วอิ่เจ๊ลากเอาไอ้เด็กขาตะเกียบมาแนะนำกันไปแล้ว..หนึ่งตัวถ้วน..น่ะนะคะ หุหุ (ฟังดูเยอะนะ ??!!) มามะ วันนี้เรามาดูภาพกีฬามันๆ ของไอ้เจ้าฝูงก้อบลินตัวที่เหลือกัน ว่าแต่ละตัวมันสภาพน่าเอาไปทิ้งอีกรอบขนาดไหน T^T

มาเริ่มจากเจ้าหย็องกรอดตัวแคระสุดในฝูงก่อนละกัน.. "เจ้าก้อบลิน"


"เจ้าก้อบลิน" นี่เป็นเด็กหางงอคอตีบฮ่ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวแทบจะมีหนังหุ้มกระดูก ที่เห็นในรูปก็คือถ่ายไว้ในวันที่ 3 ที่ไปเอาตัวลงมาจากบนห้องเก็บของแล้วนะคะ ดูตัวฟูขึ้นมานิด ๆ ละ วันแรกที่พาตัวลงมา อิ่เจ๊แทบไม่กล้าจับตัวมันด้วยซ้ำ ท่าทางจะอดกินนมมาเป็นสิบๆ วัน แม่ก็ไม่มี เวลาหิวก็ได้แต่ร้องขอโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น....น่าสงสารที่สุด


ตามมาด้วยเจ้า "ส้มป่อย" ฮ่ะ เจ้าตัวนี้ขี้อ้อนมาก ๆ อนุบาลไว้แค่ 4-5 วันเท่านั้นเอง เธอก็ยึดแอดมินเป็น "บ้าน" ไปซะแระ..(แอบดีใจที่เห็นมันพุงป่องเพราะกินอิ่มนอนอุ่นอีกครั้ง แอดมินเอาเด็กกลุ่มนี้ลงมาไว้ในออฟฟิศนะคะ สั่งลูกน้องผลัดเปลี่ยนกันมาให้อาหาร,ให้ยา ให้ความอบอุ่นหลายคนอยู่)


"ส้มป่อย" เป็นตัวแรกที่กล้าปีนขึ้นตัก แล้วก็มาหลับเงกอยู่บนอกอิ่เจ๊..สงสัยจะคิดถึงแม่เนอะ T^T


ตัวที่สามนี่ให้ชื่อง่ายๆ ว่า "เจ้าสีส้ม" ค่ะ แสบ ซ่า แสนซน ดูแข็งแรงที่สุดในหมู่พี่น้องละ ที่สำคัญ มันติดกันหนึบยังกะตังเมกับไอ้เจ้า "สามสี" ตัวล่างนู่น


นี่ค่ะ "เจ้าสามสี" ตัวที่สี่นี่สีสวยสุดละ..อิ่เจ๊ตั้งชื่อชั่วคราวไม่ค้างคืนให้ว่า "เจ้าสามสี" เล็งๆ ไว้ว่าจะส่งตัวไปอยู่กับพ่อใหม่-แม่ใหม่ใจดีที่โคราชโน่น และคงจะให้ไปคู่กับเจ้าส้มอีกตัวน่ะนะคะ เพราะคู่นี้เค้าสนิทกัน เห็นเล่นกันนัวเนียสองตัวพี่น้องทู๊กวัน..ถ้าจับแยกกันคงจะหงอยน่าดู >0<


ตัวสุดท้ายนี่ สงสัยเป็นเด็กอารมณ์ติสท์ ขาดความอบอุ่นอย่างแรง เพราะตอนเอาลงมาใหม่ ๆ เข้ากับพี่ๆ น้องๆ ไม่ได้เลย อิ่เจ๊หัดให้ใช้กระบะอึ มันก็ดั๊น...หนีเข้าไปนอนอยู่บนกองขรี้ตัวเอง (มันใช่ที่นอนเหร่อะ ห๊ะ ??!!) ถนัดนักล่ะ ไอ้เรื่องปลีกวิเวกเล่นเองตัวเดียวเนี่ย เขี่ยกรงมั่ง เขี่ยถ้วยข้าวมั่ง..อิ่เจ๊ต้องคอยไปควักเอามาเล่นด้วยประจำ สงสาร..แม่ก็ทิ้ง พี่น้องก็ไม่รัก เค้าจับคู่เล่นกันเองไปหมดแระ เหลือเศษเป็นตัวเองตลอดๆ


ในตอนหน้าเราจะมาดูความคืบหน้าของเด็กอนุบาลฝูงนี้กันนะคะ แล้วมาดูกันค่ะ ว่าอิ่เจ๊จะทำยังไงกับเด็กฝูงนี้ได้บ้าง แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ






วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ก้อบลิน...ไอ้เด็กขาตะเกียบ



เฮือก..แอดมินกลับมาจากหนีเที่ยวได้ 6-7 วันแล้วค่ะ แต่งานก็เยอะแยะยุบยุ่งอิ่รุงตุงนังไปหมด หะแรกว่าจะยังไม่เขียนไดอารี่สองแสบเพลานี้ แต่มานึกดูอีกที ขืนไม่เขียนตอนนี้อิ่เจ๊ก็คงหาเรื่องขี้เกียจเขียนต่อไปได้เรื่อยๆ (แหะๆ....) อย่ากระนั้นเลย มาลงสมุดบันทึกไว้หน่อยดีกว่าฮ่ะ ว่าฝูงเด็กเอเลี่ยนแม่ทิ้งทั้ง 5 ตัวที่รับอุปการะชั่วคราวเอาไว้เป็นยังไงกันบ้าง

เราจะมาเริ่มกันที่ ไอ้เจ้าเด็กขาตะเกียบ ขี้ตาเขลอะ กระดูกซี่โครงบาน ตาโปน พุงโร ก้นปอด กันก่อนนะคะ..เจ้าตัวนี้แอดมินจิ้มหัวแล้วเรียกมันว่า "เจ้าก้อบลิน"ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันเลยค่ะ
 

ทำไมถึงเรียก มันว่าก้อบลิน ??...หลายๆ คนที่มีลูกแมวเกิดใหม่ภายในบ้านสักฝูงสองฝูง คงจะพอรู้กันดีฮ่ะ ว่าในหนึ่งฝูงของเด็ก ๆ พวกนั้น มันก็มักจะมีตัวใดตัวหนึ่ง ที่มีจุดเด่นพิเศษ จนเราต้องจับตามองเสมอๆ


กรณีนี้แอดมินยกเจ้าตัวพิเศษที่ไม่เหมือนใครและโดดเด่นในฝูงไม่ใช่ด้วยความน่ารัก แต่ด้วยความ "สังเวชใจ" ให้กับเจ้าก้อบลินนี่ล่ะนะคะ


ก้อบลินคือตัวอัลไล..หลาย ๆ คนที่เคยดูหนังหรือเทพนิยายอาจจะเคยเห็นภาพลักษณ์ของเจ้าก้อบลินอ่ะนะคะ วิกิพีเดียเค้าให้คำอธิบายไว้ว่า ก้อบลิน หรือ ก็อบลิน (Goblin) ก็คือโนมที่มีรูปร่างพิกลพิการชนิดหนึ่งฮ่ะ เจ้าโนมที่อยู่ในสปีชี่ส์นี้มักมีนิสัยที่ชอบเล่นสนุก แต่ก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่สามารถทำอันตรายแก่ผู้คนได้ บางตำราก็บอกว่า ก้อบลินนั้นมีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส เป็นปีศาจที่อาสัยอยู่ใต้ดิน ส่วนฝั่งยุโรปก็เล่าว่า ก้อบลินคือ ปีศาสจร่างเล็ก (สูงประมาณ 70 ซม.เท่านั้นเอง) มีรูปร่างลักษณะคล้ายซากศพ อัปลักษณ์ไม่ชวนมอง ซึ่งรูปร่างหน้าตาของก้อบลินในแต่ละชาติก็มักจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำนานและความเชื่อของผู้คนในแถบนั้นๆ 


อย่ากระนั้นเลย เมื่อพิจารณาจากสภาพของเจ้าจิ๋วตัวที่เล็กที่สุด ขาตะเกียบที่สุด ซี่โครงบานที่สุด ตาโปนที่สุด หูใหญ่แหลมที่สุด และหน้าเจ๋อเหรอที่สุดในกลุ่มเด็กหลงแม่แล้ว ชื่อนี้ก็ช่างเหมาะกับมันซะจริงๆ >0</


ก้อบลินเป็นลูกแมวที่สภาพร่างกายดู "กรอบ" ที่สุด เท่าที่แอดมินเคยมีไว้ในกำมือฮ่ะ (จริงๆ ก็ไม่มีลูกแมวตัวเล็กเท่านี้ในสังกัดมานานหลายสิบปีละ >.<) แต่ในความกรอบนั้น แอดมินก็มักจะเห็นอะไรแว้บๆ ในตัวมันเสมอ เพราะไม่ว่าก้อบลินจะนั่งอยู่ตรงไหน ก็ดูเหมือนว่าจะเจ๋อเหรอผิดพี่ผิดน้องจนโฟกัสกล้องลำเอียงจับภาพมันได้ชัดเจนกว่าตัวอื่นๆ ทุกครั้ง


นอกจากตัวเล็กแล้ว เรี่ยวแรงยังน้อยกว่าเค้าด้วย..ในขณะที่พี่ ๆ น้อง ๆ เค้าแย่งกันกินด้วยความหิวโหย...ก้อบลินก็....


และก้อบลินก็................


แต่ถึงอย่างไร..ก้อบลินก็เป็นก้อบลินที่ไม่ว่าจะนั่งอยู่อิ่ตรงไหน ก็เตะเข้าเบ้าตาแอดมินอยู่วันยังค่ำ


เตะเข้าเบ้าตายังไม่พอ ยังขยันฮุคซ้ายเข้าที่ปลายคางอีกด้วย


ไดอารี่สองแสบตอนหน้า เรามาตามติดชีวิตก้อบลินและพี่ๆ น้องๆ กันต่อนะคะ....ขอฝากไอ้เด็กกรอบขาตะเกียบไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ....




วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ใส่ปุ๋ยเร่งโต "ห้าเด็กกรอบ" (วันที่ 4-5)


เฮือกก..อิ่เจ๊มีภารกิจจะต้องเดินทางไป ปตท. เอ๊ย..ตปท. วันจันทร์ที่นะถึงนี้นะคะ ตอนนี้ต้องรีบปั่นบล็อกเขียนไดอารี่ของเด็ก ๆ ให้เสร็จก่อน ไม่งั้นอาจเข้าสู่สภาวะจำศีล ทิ้งบล็อกได้นานหลายสัปดาห์กันเลยทีเดียว.....เรามาดูวิวัฒนาการของสัตว์โลกมุมต่ำฝูงนี้กันนะคะ (อะไรคือสัตว์โลกมุมต่ำ !!??)

แววน่ารักเริ่มมาแระ ♥
4 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหก เด็ก ๆ ทั้ง 5 ตัว มีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นค่ะ ลูกน้องที่ช่วยดูแลเด็ก ๆ พวกนี้บอกว่าตอนนี้อาการไข้หวัดของเด็ก ๆ หายหมดแล้ว และอาการตาเจ็บก็ไม่ปรากฎให้เห็น กินเก่ง นอนเก่ง แต่ก็ยังมีระแวดระวังตัวกับบรรดามนุษย์โลกอยู่บ้าง ก็เป็นธรรมดาแหละเนอะ...อยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิด วันดีคืนดีก็ได้มาอยู่กับ "แหม่ม" ซะงั้น :P

เจ้าตัวนี้ตอนพาไปหาหมอ จมูกก็เป็นแผล ในปากก็เป็นแผลค่ะ มิน่าไม่ค่อยกินข้าว แต่ได้ยาไป 3 วัน ดูดีขึ้นมากๆ
ช่วงนี้อิ่เจ๊เปิดตำราหาวิธีเลี้ยงแมวเด็กอย่างง่ายๆ เพื่อใช้อนุบาลลูกแมวไปพลาง ๆ ก่อนหาบ้านให้เจ้าตัวเล็กค่ะ สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงเด็กฝูงนี้ อิชั้นใช้อาหารเม็ดฟริสกี้แช่น้ำเปล่าให้เม็ดมันพอง ๆ นิ่ม ๆ ซึ่งสังเกตว่าเด็ก ๆ จะกินกันได้เรื่อย ๆ แต่ก็มีบางตัวล่ะ ที่ติดนิสัยการดูดนมแม่มา แทนที่จะอ้าปากกินอาหารเม็ด เด็กจิ๋วพวกนี้กลับใช้วิธีดูดอาหารเม็ดจ๊วบ ๆ แทนซะงั้น (แหม่~~...คงจะได้สารอาหารอยู่หรอกนะแกนะ .. >0<)

อาหารเม็ดแม้จะเป็นของแมวเด็กแต่ก็แข็งน่าดูฮ่ะ เคี้ยวยาก เพราะฉะนั้น หยอดน้ำให้ทุกเม็ดบานฉ่ำก่อนโล่ด
นอกจากอาหารเม็ดแล้ว อิชั้นยังเสริมด้วยอาหารเปียกสำหรับแมวเด็กให้นิดหน่อยด้วย โดยจะฉีกอาหารเปียกใส่ถ้วยทิ้งไว้ให้ตอนกลางคืน เพราะหมอตูนแนะนำว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกแมวจะหากินตอนกลางคืน (เหมือนกันเลย ?? อิ่เจ๊ก็คุ้ยตู้เย็นหาของกินตอนกลางคืนประจำ !!??) อิชั้นก็ควรจะเล่นตามน้ำ หาอาหารรอบดึกมาประเคนพวกมันใช่มั้ยคะ...

 คือ...นี่คือช่วงเวลางมหาหอยกันหรือไงยะ ??..

ให้อาหารแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเอาน้ำสะอาดใส่ถ้วยตั้งไว้ให้ด้วย สังเกตว่าวันแรก ๆ มันไม่กินน้ำกันเลยค่ะ (เกิดความสงสัยว่ามันกินน้ำเป็นกันป่าววะ ?) แต่พอวันถัดมา เห็นกับตาว่ามันเลียน้ำในถ้วยแผล็บๆ เออ....เอร็งเก่ง รู้จักปรับตัวเพื่อการอยู่รอดกันเองได้มั่ง


กินแล้วก็ต้องหัดให้รู้จักขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางด้วยค่ะ โชคดี..ยังมีกระบะทรายใบเก่าของยัยโกกิกับทรายแมวที่เอาไว้เติมให้สองแสบเหลืออยู่สักค่อนถุงได้ ก็เลยเอามาให้เด็ก ๆ หัดใช้..โว๊ะ ฉลาดเป็นกรดเลย ทุกตัวใช้เป็นเหมือนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้กันเลยทีเดียว

ตอนหน้าของบล็อก เรามาแนะนำเด็ก ๆ เรียงตัวกันนะคะ :)











วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ฝูงก๊อบลินกับสภาวะ "หวัดแดก" (วันที่ 3)


ช่วงนี้อิ่เจ๊มัววุ่นวายอยู่กับการดูแลงาน,สองแสบประจำตึก และฝูงก๊อบลินหลงแม่อยู่ค่ะ (งานการแม่มมม..ไม่ต้องทำกันละ) แต่ขอแอบมาบันทึกเอาไว้หน่อย เผื่อจะเป็นทะเบียนประวัติสำหรับฝูงก๊อบลิน ที่บัดนี้แปรสภาพมาเป็นสินค้าในเครืออิ่เจ๊ชั่วคราวไปเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเล่าย้อนในวันที่ 3 ที่เริ่มเข้าไปดูแลบรรดาเด็กน้อยกันก่อนนะคะ

หลายๆ คนที่ไม่ได้อ่านไดอารี่ของสองแสบมาตั้งแต่ต้น อาจจะอยากรู้ความเป็นมาของฝูงก๊อบลินกลุ่มนี้สักเล็กน้อยกันก่อนฮ่ะ เนื่องจากอิ่เจ๊เองทำงานเกี่ยวกับการให้บริการห้องพักรายเดือน-รายวัน สำหรับน้องๆ นิสิต,คณาจารย์ และแขกที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อยู่แถว มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก (เนื้อที่โฆษณา กรั่ก ๆ ๆ) ดังนั้นจึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องไปดูงานทุกวัน แต่ชีวิตที่ราบรื่น (ตรงไหน?) ของอิ่เจ๊ ก็ต้องมาสั่นคลอนเพราะมีแม่แมวจรมาคลอดลูกไว้ในห้องเก็บของของตึก 5 จากนั้นช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อมา แม่แมวจู่ ๆ ก็เปิดตรูดหนีไป ไม่มาให้นมลูกซะงั้น กว่าอิชั้นจะรู้ทันว่ามีลูกแมวตกค้างอยู่บนตึก ก็เกือบจะได้ซากแมวแทนลูกแมวตัวเป็นๆ ซะแระ


หลังจากแน่ใจว่าแม่แมวไม่กลับมาเลี้ยงลูกแน่ ๆ ภาระในการดูแลเด็ก ๆ ก็เลยกลายมาเป็นของอิชั้นกับลูกน้องที่ตึกฮ่ะ วันที่ 3 หลังจากรอจนแน่ใจแล้วว่าเด็กฝูงนี้ต้องเป็นกำพร้า อิ่เจ๊ก็เลยต้องจัดการดูแลไปตามขั้นตอน ยกตัวอย่างอันดับแรก...เนื่องจากอิ่ลูกแมวแต่ละตัว มันหยองกรอดซะเหลือเกิน (จริงๆ ควรจะเรียกว่าเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกด้วยซ้ำ คาดว่าคงขาดนมมาเป็นสิบวัน) แถมยังมีอาการตาแฉะ ตาปิด ขี้ตาเกรอะกรัง บางตัวเริ่มขึ้นขั้นมีแผลในปาก,ในจมูก และเริ่มซึมบ้างแล้ว ดังนั้นอิชั้นก็เลยให้ลูกน้องหอบทุกตัวใส่กล่องแล้วก็พาข้ามถนนไปหาหมอที่คลินิกสัตวแพทย์ใกล้ๆ ตึก


ปรากฎว่าผลการตรวจเบื้องต้น..อิ่เด็กพวกนี้มันเป็นหวัดกันยกฝูงเลยฮ่ะคุณผู้โชม และไอ้โรคหวัดแมวนี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะฮะ มันเป็นโรคที่ถึงตายได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ แถมติดกันง่ายอีกต่างหาก ดังนั้นหมอตูน ซึ่งเป็นหมอประจำตัวของสองแสบ (กะทิ,โกกิ) ก็เลยจัดการการดูแลรักษาเต็มที่...เริ่มตั้งแต่หยอดยาฆ่าแมลง เฮ่ย...ไม่ช้ายยย..หยอดยาถ่ายพยาธิ,ยาแก้อักเสบ,เช็ดไรในหู,ตัดเล็บ สุดท้าย อิ่เจ๊ทนไม่ไหว ก็เลยบอกให้หมอตูน อาบน้ำให้ทุกตัวเลย....กระเป๋าแบนแฟนทิ้งกันก็คราวนี้ (ขุ่นพระ...อิ่เจ๊มีแฟน ??)


"เด็กพวกนี้เดือนครึ่งแล้วนะคะ ฟันขึ้นแล้ว กินอาหารได้เองละแต่อาจมีบางตัวที่ยังดูจิ๋วๆ อยู่" หมอตูนง้างปากเด็กๆ ดู ก่อนจะจ่ายยากินกับยาป้ายตาแก้ตาแฉะมาให้เป็นออเดิร์ฟเล่นๆ


สรุปว่าอีก 3-4 วันต่อจากนี้ เด็กๆ ต้องกินยา+ป้ายยากันทุกตัวฮ่ะ ส่วนอิ่เจ๊ก็มีหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหาร มีลูกน้องที่ตึกเป็นหน่วยรักษาสุขภาพคอยดูแลเด็ก ๆ เพื่อให้พ้นจากอาการหวัดแดกกันโดยเร็ว จะได้คิดอ่านกันต่อไปว่าจะเอายังไงกะมันดี...แต่ที่คิด ๆ ไว้ก็คือคงต้องพามาหาบ้านใหม่ให้ทั้งหมดนั่นล่ะ เพราะอิ่เจ๊ก็คงจะเลี้ยงไว้เองทั้งหมดไม่ไหว ไดอารี่ตอนหน้าเรามาดูวิวัฒนาการที่เป็นไปของเด็กพวกนี้กันนะคะ









วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จับฝูงก๊อบลินมาตรวจสภาพกันเถอะ (วันที่ 2)


คงต้องบอกว่าอิ่เจ๊ไม่ได้เลี้ยงแมวเด็ก ๆ ตัวเล็กตัวน้อย ขนาดเพิ่งตั้งไข่ได้มานานกว่า 20 ปีแล้วก็ว่าได้มั๊งคะ (อย่าพยายามเดาอายุอิ่เจ๊ เพราะคุณจะไม่ได้รับรางวัลรถยนต์เปอเช่เหมือนที่คุณตันอิชิแจก >.<)

ดังนั้นพอเหล่าบรรดา "ก๊อบลิน" หรือไอ้ลูกแมวประหลาดครอกนี้ถูกแม่แมวมันหย่อนปุ๊ลงมาในตึก อิ่เจ๊ก็เลยปริวิตกมากมายฮ่ะ เนื่องจากรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะดูแลแมวเด็กอายุน้อย ๆ ที่หย็องกรอดขนาดนี้ถึง 5 ตัวในคราวเดียวกันอ่ะนะ

แต่ทำไงได้ล่ะ (กรูงง)..ฟ้าข้างบนเค้าคงดลบันดาลให้เจ้าตัวเล็กๆ เหล่านี้เกิดมาในดงงานอิชั้นอ่ะ ยังไงก็คงต้องเอาให้มันรอดชีวิตไว้ก่อน ดังนั้นเมื่อแน่ใจแล้วว่าแม่มันไม่กลับมาเลี้ยงลูกแน่ ๆ ปฏิบัติการกู้ชีวิตลูกแมว(โดยไม่มีดอกเบี้ย) ก็เริ่มต้นขึ้น

อันดับแรก อิชั้นหอบกรงของแสบเล็กที่เคยซื้อมาไว้ใช้กักกันโรคตอนรับตัวโกกิมาใหม่ๆ มาเพื่อจับแก๊งค์ก๊อบลินให้ได้ก่อนฮ่ะ หะแรกก็กลัวจะจับยาก เนื่องจากลูกน้องบอกว่าไม่กล้าจับ พอจะจับ เด็กก๊อบลินก็วิ่งปรู๊ดไปแอบอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ แถมขู่แฟร่ๆ จะกินตับไอ้คนจับดั้ว

อย่ากระนั้นเลย..แวะซื้อถุงมือไว้จับเอาละกันนิ

แวะซื้อถุงมือแล้ว ก็ไม่ลิืมแวะซื้อนมแพะสำหรับแมวเด็กและอาหารเม็ดมาด้วย

นึกว่าจะจับยาก....สุดท้ายแล้วพอเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ยากอย่างที่คิดฮ่ะ ถุงเมิงถุงมือไม่ต้องใช้กันล่ะ...โชคดีที่ห้องเก็บของไม่ได้มีซอกหลืบเล็ก ๆ ให้แอบมากเท่าไหร่

จับมาแล้วก็ใส่กล่องไว้ก่อนอ่ะนะคะ..แบบว่าทดลองเอาใส่กรงสีจมปูเก่าของสองแสบแล้ว มันใช้ไม่ได้อ่ะ แต่ละตัวผอมตัวเล้กกกมาก เล็ก..ซะจนมุดออกจากซี่ลูกกรงได้ คิดดูเหอะ T^T (ผอมจนพรีเซนเตอร์มิสเตอร์สลิมอาย)


ขอบอกว่าสภาพทุเรศเวทนามากฮ่ะ..ผอมหย็องกรอดอะไรเช่นนี้ก็ไม่รู้ เนื้อตัวแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ตาโปนหูหลิมใหญ่ยังกะใบพาย แถมขี้ตาเขลอะ ลืมตาไม่ขึ้น อิชั้นว่าสภาพมันดูแย่กว่าแมววัดเป็นไหนๆ  (นี่แม่แกทิ้งไปกี่วันแล้วยะ ถึงได้สภาพเหมือนลูกแมวตากแห้งขนาดนี้??!!)

พอหอบกล่องลงมาไว้ในออฟฟิศได้ อันดับแรก เช็ดขี้หูขี้ตากันก่อนค่ะ บางตัวตาเปิดก็จริง แต่แฉะมากกกก...บางตัวขี้ตากรังซะจนลืมตาไม่ขึ้น แถมมีเด็ดกว่านั้นที่บางตัวมีแผลบนปากบนจมูกด้วย แผลนี้เจ้าได้แต่ใดมา หือ... ??


เจ้าตัวนี้ตาโปนแก้มตอบ แขนขาเก้งก้าง หูแหลมกางยังกะตัว "ก้อบลิน"


ตัวนี้ก็ไม่ผิดกันสักเท่าไหร่ค่ะ..มันคงตกใจน่าดูเหมือนกันเนอะ ที่จู่ ๆ โดนมนุษย์จับตัวมาแบบนี้..ใจเย็น อิ่หนู เอร็งโชคดีละที่มาเจอเจ๊...


 ให้แม่บ้านกับน้องเสมียนมาช่วยกันเช็ดหูเช็ดตาเด็ก ๆ ตรวจสภาพเบื้องต้นแล้ว แย่กว่าที่คิด..


งานนี้อิชั้นใช้น้ำเกลือที่สำหรับล้างแผลชุบกับสำลีเช็ดเอาค่ะ ปาดๆ ป้ายๆ จนกระทั่งทุกตัวพอลืมตาได้ก่อน


ตัวไหนเช็ดตาจนมองเห็นแล้ว ก็ให้กินนมแก้หิว..ด้วยความที่เป็นครั้งแรกที่ต้องกินนมจากถ้วย บางตัวเอาหน้าจุ่มลงไปถึงกับสำลักเข้าจมูกเข้าปากก็มี >.<


 ลองเอาอาหารเม็ดแช่นมให้กิน..เฮ้ย..กินได้ด้วยเว้ย คงจะหิวกันน่าดูสินะ


ให้กินนมกินอาหารกันสักพัก ก็จับเข้ากรงค่ะ วันนี้มีเวลาน้อย เลยให้อาหารพอประทังหิวไว้ก่อน สรุปว่าวันนี้คงจะต้องจับใส่กรงไว้ก่อนแหละนะ


ไอ้ตัวนี้สภาพแย่กว่าใครเพื่อน..ตัวเล็กสุด แข้งขายังกะไม้ตะเกียบผ่า 7 ซีก พุงแฟ่บ ซี่โครงขึ้น แถมดู "โง่ๆ" ด้วยนะ เพราะพี่น้องเค้าลอดลูกกรงกันได้หมด มันยังเอาหัวจุ่ม ๆ เดินงงงวยติดอยู่ในกรงอยู่นั่นแหละ


หน้าตามีคำถาม..."แม่หนูอยู่ไหน เจ๊เห็นแม่หนูบ้างมั้ย ?"


เอาฟิวเจอร์บอร์ดรองพื้นกรงไว้ค่ะ ลืมเอากระบะทรายเก่าของสองแสบมาให้เด็ก ๆ อึฉี่ เห็นตัวเล็กๆ จิ๋วๆ แบบนี้แต่งานดูแลไม่เล็กนะ


กลัวจะหิว เลยเอาอาหารใส่กรงไว้ให้ด้วย แอบเห็นสีบนหัวไอ้ตัวเล็ก นี่คงเป็นผลงานของช่างประจำตึกที่เข้ารีโนเวทห้องเก็บของเมื่อหลายวันก่อน


สรุปว่าวันที่สอง เอาเรื่องประทังความหิวกันไปก่อนค่ะ เวลาที่จะดูแลเด็ก ๆ มีน้อยเหลือเกิน เพราะช่วงนี้ออฟฟิศงานเยอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ คืนนี้อย่างน้อยเด็ก ๆ ก็ไม่หิวกันละ บล็อกในตอนหน้าเรามาดูความคืบหน้าของก้อปลินฝูงนี้กันนะคะ