แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแมว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแมว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

อาหารคนที่แมวกินได้


หลาย ๆ คนที่เลี้ยงแมว อาจจะเคยแบ่งอาหารหรือขนมของกินเล่นที่เรากินเองให้แมวได้ลองชิมหรือได้กินด้วยน่ะนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เลี้ยงแมวด้วยอาหารสด หรืออาหารที่ปรุงเอง ไม่ว่าจะเป็นการคลุกข้าวกับปลาทู หรืออาหารที่เป็นของกินสำหรับคนประเภทต่าง ๆ

แต่เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ ว่าอาหารของคนนั้นก็ไม่ได้ดีสำหรับร่างกายแมวไปซะหมดทุกอย่างนะคะ มีอาหารหลายชนิดที่แมวสามารถกินเพื่อดำรงชีวิตและให้ประโยชน์กับร่างกายแมวเช่นเดียวกับคน และมีอีกหลายชนิดด้วยกันที่แมวกินแล้วมีแต่โทษ เราจะลองมาดูอาหารหลายประเภทของคนที่แมวสามารถกินได้กันก่อนค่ะ

อันดับแรกคือ เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์ทั้งกับคนและแมว เนื่องจากเนื้ือสัตว์เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง การให้เนื้อสัตว์กับแมวจึงมีความปลอดภัยทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อหมู แต่ทุกชนิดที่กล่าวมานั้นควรทำให้สุกเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปรสิตที่จะเข้าสู่ร่างกายของแมวด้วยอีกทางหนึ่ง

อันดับสองก็คือ ไข่ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าไข่นั้นจะมีประโยชน์ต่อแมวมากเช่นกัน เนื่องไข่มีปริมาณโปรตีนที่สูงมากเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ การให้ไข่กับแมวควรทำในรูปแบบต่าง ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ไข่คน,ไข่กวน,ไข่ต้ม เป็นต้น

อันดับที่สามก็คือ ปลาค่ะ ปลานั้นมีสารอาหารประเภทโปรตีนที่มากเพียงพอสำหรับแมว แต่ก็ไม่ควรให้ในปริมาณที่มากจนเกินไปน่ะนะคะ เนื่องจากปลามีปริมาณของกรดไขมันอิ่มตัวที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกปลาดาบ,ปลาแซลมอน,ปลาทูน่า และการให้ปลาแก่แมวก็ควรให้เป็นปลาสุกมากกว่าปลาดิบ เนื่องจากในปลาดิบมักจะมีเอนไซม์ thiaminase ที่จะไปลดประสิทธิภาพของวิตามินบีหนึ่งและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายแมว อีกทั้งยังอาจนำพยาธิเข้าสู่ตัวแมวได้อีกด้วย


อันดับสี่ก็คือ ชีส หรือเนยแข็งค่ะ เนยแข็งนั้นถือเป็นแหล่งรวมของโปรตีนสูงสุด แมวที่โตเต็มวัยแล้ว จะสามารถย่อยแลคโตสได้ (แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่อาจท้องเสียได้หากได้รับอาหารประเภทนมเนย) หากอยากจะให้เขาลองกินก็ลองให้ชิมในปริมาณที่น้อย ๆ ก่อน

อันดับสุดท้ายก็คือ ผัก ค่ะ แมวนั้นสามารถกินพืชผักบางชนิดได้ แม้ว่าจะไม่ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากนัก หากต้องการให้พืชผักแก่แมว ก็ควรให้พืชผักที่แน่ใจได้ว่าปลอดภัยและไม่มพิษต่อร่างกายแมว อาทิเช่น แครอทต้ม บล็อกโคลี่ แอสพารากัสนึ่ง ซึ่งพืชผักพวกนี้ถือเป็นไฟเบอร์ที่จะช่วยขับเอาสิ่งแปลกปลอมในร่้างกายแมวออกมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มก้อนขนที่ติดอยู่ในกระเพาะ หลอดลม หรือลำไส้ของพวกเขานั่นเองน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูตัวอย่างของอาหารคนที่ไม่ควรให้แมวกินกันบ้างค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก thaiurbancatzzz.exteen.com/20130309/entry
ภาพประกอบจาก jokeroo.com/pictures/funny/kid-cat-and-fish.html




วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อาหารแมวแก่


อาหารสำหรับแมวที่มีอายุมากแล้วนั้น ย่อมแตกต่างจากอาหารแมวเด็ก และแมวโตเต็มวัยน่ะนะคะ เนื่องจากการใช้ชีวิตและการใช้พลังงานในแต่ละวัยของแมวย่อมแตกต่างกัน ดังนั้น ความต้องการปริมาณอาหารและสารอาหารที่จำเป็นจึงแตกต่างกันไปในแมวแต่ละวัยด้วย


แต่ถ้าจะถามว่า อายุเท่าไหร่ของแมว ถึงจะจัดได้ว่าเป็น แมวแก่ ส่วนใหญ่แล้วแมวที่มีอายุมากก็คือแมวที่มีอายุประมาณ 5 ปีขึ้นไปค่ะ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอายุของคนแล้ว แมวอายุ 5 ปี ก็จะมีอายุเท่ากับคนที่อยู่ในวันผู้ใหญ่เต็มที่ ซึ่งจะมีอายุราว 33-48 ปี

แมวที่มีอายุมากนั้น ร่างกายก็จะมีความต้องการพลังงานน้อยลง เนื่องจากมีกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างไปจากแมวเด็ก อีกทั้งแมวที่มีอายุมาก มักจะไม่ค่อยกระฉับกระเฉง การวิ่งเล่นออกกำลังกายก็ลดน้อยลงตามอายุ บางตัวใช้เวลาทั้งวันไปกับการกินและนอน นอนแล้วก็ลุกขึ้นมากิน ดังนั้น จึงทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและการขับถ่ายเริ่มหย่อนยานลง

โดยหลัก ๆ แล้ว อาหารของแมวแก่ หรือแมวที่มีอายุมากนั้น ต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่ายค่ะ นอกจากนั้นยังต้องมีปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากไป ไม่น้อยไป อาหารที่เหมาะสำหรับแมวแก่ควรเป็นเนื้อที่ไม่มีพังผืด อาหารที่ไม่มีไขมันหรือน้ำตาล เพราะจะทำให้อ้วนง่าย ควรให้อาหารประเภทแป้ง วิตามิน เกลือแร่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการบำรุงร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม อย่าให้อาหารมากไปจนทำให้เกิดภาวะของการเป็นโรคอ้วน เนื่องจากแมวที่อ้วนมักมีภาวะของการเป็นโรคต่าง ๆ สูง อาทิเช่น โรคตับ โรคหัวใจ โรคข้อกระดูกเสื่อมเนื่องจากปัญหาเกิดแรงกดทับข้อต่อต่าง ๆ ของน้ำหนักตัวแมว ดังนั้นการดูแลให้แมวของเรามีสุขภาพและน้ำหนักที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่คนรักแมวอย่างเราทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เช่นกันน่ะนะคะ


อ้างอิงข้อมูลจาก dogacat.com
ภาพประกอบจาก marshallforum.com

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อาหารแมวโต ตอน เลือกอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกดี


อาหารสำเร็จรูปของแมว ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นแบ่งออกได้เป็นสองชนิดด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ อาหารที่มีในรูปแแบบของ อาหารเม็ด และอาหารที่มาในรูปของ อาหารเปียก


อาหารเม็ดนั้นจะมีลักษณะแบบเป็นเม็ดแห้ง ๆ มีรูปทรงและขนาดที่พอเหมาะสำหรับการกินของแมว ส่วนใหญ่แล้วก็มีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ ผ่านการปรุงรสและกลิ่นให้แมวชื่นชอบ เช่น รสปลาทู รสปลาทะเล รสปลาขาว เป็นต้น ซึ่งส่วนประกอบของอาหารเม็ดเหล่านี้โดยมากมักมาจากเนื้อสัตว์ ผ่านการแปรรูป ทั้งการบดและอบแห้ง อุดมด้วยสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ ในอัตราส่วนที่แมวต้องการ และมีโปรตีนประมาณ 20 % เพื่อให้แมวใช้ในการเจริญเติบโต มีไขมันที่ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย มีวิตามินที่ทำให้ขนสวย มีไฟเบอร์ที่ทำให้แมวท้องไม่ผูก นอกจากนี้เมื่ออยู่ในรูปแบบของอาหารเม็ดซึ่งเป็นอาหารแห้ง ยังช่วยให้แมวที่กินอาหารประเภทนี้ได้มีการขัดฟันและบริหารเหงือกได้อีกด้วย


การให้แมวกินอาหารเม็ด หรืออาหารแห้งนั้น ควรหัดให้กินตั้งแต่แมวเริ่มหย่านมใหม่ ๆ หรือประมาณ 2 เดือนค่ะ โดยผสมนมเข้ากับอาหารเม็ด จากนั้นเมื่อลูกแมวโตขึ้นมีอายุได้ประมาณ 3 เดือน จึงให้เฉพาะอาหารแห้งอย่างเดียว หากแมวตัวไหนที่ไม่เคยกินอาหารเม็ดมาก่อน แล้วมาทำการให้อาหารเม็ดโดยทันที อาจทำให้แมวท้องเสียได้ ดังนั้น เมื่อจะหัดให้แมวกินอาหารเม็ดก็ควรค่อย ๆ ผสมอาหารเม็ดคลุกเคล้ากับอาหารเดิมที่แมวเคยกินทีละน้อย เมื่อแมวเริ่มชินแล้ว จึงให้่อาหารเม็ดแต่เพียงอย่างเดียวน่ะนะคะ

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงเมื่อเราเลี้ยงแมวด้วยอาหารเม็ด ซึ่งเป็นอาหารแห้ง ก็คือควรมีถ้วยใส่น้ำสะอาดตั้งไว้ข้างชามอาหารแมวสำหรับให้แมวกินเสมอค่ะ เนื่องจากอาหารเม็ดมีน้ำเป็นส่วนประกอบน้อยมาก (ประมาณไม่เกิน 10% เท่านั้น) เมื่อแมวกินอาหารแห้งจะทำให้กลืนไม่สะดวกและทำให้คอแห้งจนหิวน้ำได้

มาถึงชนิดของหารสำเร็จรูปอีกชนิดหนึ่งสำหรับแมวกันบ้างค่ะ นั่นก็คือ อาหารเปียกนั่นเอง

อาหารเปียกนั้นมีลักษณะตามที่เรียกชื่อน่ะนะคะ นั่นก็คือ มีลักษณะเปียกเนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนผสมค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่แล้วมักบรรจุมาในซองปิดผนึกแน่นหนา หรือในกระป๋อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแมวมักจะชอบกินอาหารชนิดนี้มากกว่า เนื่องจากอาหารเปียกมีลักษณะคล้ายอาหารปรุงเอง คือมีลักษณะเป็นน้ำและเนื้อสัมผัสเมื่อกินจะนุ่ม กินได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังมีหลายรสชาดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น อาหารเปียกรสปลาทะเลประเภทต่าง ๆ หรือแม้แต่ กุ้ง หอย ปู ที่ผสมอยู่ในเนื้อเจลลี่


การให้อาหารสำเร็จรูปแก่แมวนั้น ไม่ควรให้เฉพาะอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งนะคะ แต่ควรให้ทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียกสลับกันไป เนื่องจากอาหารทั้งสองแบบมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน อย่างเช่น อาหารเปียกนั้นจะมีข้อดีก็คือ มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่เยอะ ซึ่งก็จะเหมาะกับแมวซึ่งมีนิสัยเป็นสัตว์ที่กินน้ำน้อย เพราะจะได้รับน้ำในทางอ้อมมากกว่า แต่ก็มีข้อเสียตรงที่อาหารเปียกมักมีราคาแพงกว่าอาหารเม็ด และการกินอาหารเปียกทำให้แมวไม่ได้รับการขัดฟันจากการเคี้ยวอาหาร จึงอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องฟันตามมาเมื่อแมวอายุมาก

ส่วนอาหารเม็ดนั้น ข้อดีก็คือ มีราคาที่ย่อมเยากว่าอาหารเปียกค่ะ แต่เนื่องจากเป็นอาหารที่ผ่านการผลิตโดยวิธีการบดและอบแห้ง จึงมีน้ำเป็นส่วนประกอบน้อย ทำให้ความน่ากินต่ำกว่าอาหารเปียก และอาจทำให้แมวเกิดอาหารท้องผูกได้ เนื่องจากแมวมีนิสัยกินน้ำน้อย แต่ข้อดีก็คือแมวที่กินอาหารแห้งก็จะได้รับการขัดฟันอย่างสม่ำเสมอน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
ภาพประกอบโดย Pacharawalai




วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อาหารแมวโต



เมื่อ ลูกแมวโต ขึ้นมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ก็ถึงเพลาที่จะต้อง หย่านม และให้เด็ก ๆ เริ่มกินอาหารเองได้แล้วล่ะนะคะ ปกติแล้วลูกแมวนั้นจะเริ่มกิน อาหารเปียก ได้เมื่อมีอายุตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นก็ควรฝึกให้ลูกแมวกินอาหารเปียกร่วมกับกินนมไว้ก่อน จากนั้นเมื่อลูกแมวโตเต็มที่เมื่อมีอายุราว 6-7 เดือน ก็จะสามารถกินอาหารต่าง ๆ ที่เราจัดหาให้โดยไม่ต้องพึ่งพานมเพิ่มเติมแต่เพียงอย่างใด


การให้อาหารลูกแมวที่กำลังโตหรือหย่านมนั้น ควรจัดอาหารให้กินวันละ 3 มื้อค่ะ จากนั้นเมื่อแมวโตเต็มที่ก็ให้ลดมื้ออาหารเหลือเพียง 2 มื้อ และไม่ควรใส่อาหารไว้ในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาหารที่ตั้งไว้ตลอดทั้งวันอาจบูดเสีย หรืออาจมีแมลงวัน,มดมาไต่ตอมได้ อีกทั้งยังเป็นการทำให้แมวเสียนิสัย กินอาหารไม่เป็นเวลา ดังนั้นจึงควรให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละมื้อเพื่อให้แมวรู้เวลาในการกินอาหารน่ะนะคะ

สารอาหารหลักที่แมวต้องการมีหลายชนิดด้วยกันค่ะ อาทิเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดตร วิตามิน เกลือแร่ ซึ่งสารอาหารต่าง ๆ เหล่านั้น ก็จะมีมากบ้างน้อยบ้างในอาหารแต่ละชนิดที่แมวกิน ซึ่งหากจะแบ่งประเภทของอาหารที่คนเราให้แมวกินนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อาหารแบบปรุงเอง,อาหารสด,อาหารสำเร็จรูปของแมวโดยตรงซึ่งยังแยกประเภทออกได้อีกสองชนิดคืออาหารเม็ดและอาหารเปียก ซึ่งอาหารต่าง ๆ เหล่านั้นก็มีความแตกต่างกันไปในเรื่องของรสชาดและคุณค่าทางอาหาร

สำหรับคนไทยของเรานั้นมักนิยมเลี้ยงแมวด้วยอาหารที่ปรุงขึ้นเองค่ะ อย่างเช่น คลุกข้าวกับปลา,ไข่ต้ม,น้ำแกง หรืออาหารจืด ๆ ซึ่งเป็นอาหารที่คนกินได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะทำให้แมวอิ่มท้องและเจริญเติบโตได้ แต่ก็อาจได้รับสารอาหารจากอาหารแต่ละชนิดมากไป หรือน้อยไปไม่เหมาะสมกับร่างกายแมว

ปัจจุบันนี้จึงได้มีการคิดค้นอาหารแมวสูตรต่าง ๆ ที่มีสารอาหารครบถ้วนและให้ความสะดวกสำหรับผู้เลี้ยงออกมาขายตามท้องตลาด ซึ่งเป็นอาหารที่มีรสชาดและสารอาหารที่เหมาะสมตามความต้องการของแมวในแต่ละวัยน่ะนะคะ ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวที่ต้องการความสะดวกสบาย ใช้เวลาน้อยในการจัดเตรียมอาหาร แถมยังเป็นการส่งเสริมให้แมวของเรามีสุขภาพที่ดีและได้รับสารอาหารครบถ้วนอีกด้วย

ในตอนหน้าของบล็อกยัยกะทิ เราจะมาดูชนิดของอาหารสำเร็จรูปของแมวกันว่ามีแบบไหนบ้าง แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก dogacat.com,wikipedia.org
ภาพประกอบจาก bcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net